'วัดโพธิ์' มีอะไรมากกว่า 'ยักษ์'


   

   "วันหยุด" นี้ ตั้งใจจะไปเยี่ยม "โรงเรียนเก่า" สักหน่อย

                คือที่วัดโพธิ์..........

                "วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร"

                ที่ยักษ์วัดแจ้งยกพวกข้ามฟากมาตีกับยักษ์วัดโพธ์ จนตรงนั้น ราบเป็น "ท่าเตียน" นั่นแหละ

                วัดโพธิ์ เป็นวัดประจำรัชกาลที่ ๑ "พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช"

                เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก "คู่บ้าน-คู่เมือง" ติดกับ "พระบรมมหาราชวัง" ห่างกันเพียงถนนกั้น

                วัดโพธิ์ เป็น "มหาวิทยาลัย" แห่งแรกของประเทศไทย

                รอบกำแพงวัดในส่วน "พุทธาวาส" มีแผ่นหินอ่อนจารึกสรรพวิชาและภาพสลักรามเกียรติ์มากมาย

                รวมทั้งเคล็ดลับ-ตำรับนวด "หนึ่งเดียว" ในโลก!

                ยูเนสโกขึ้นทะเบียนเป็น "มรดกความทรงจำโลก" ของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

                และขึ้นทะเบียน "จารึกวัดโพธิ์" จำนวน ๑,๔๔๐ แผ่นเป็น "มรดกความทรงจำโลก" ในทะเบียนนานาชาติ

                พูดแล้วจะว่าโม้.......

                ผมจบที่นี่แหละ!

                แต่ไม่ใช่เรียนจบสรรพวิชาวัดโพธิ์นะ เพียงแต่มาอาศัยสถานที่เขาเรียน (อย่างอื่น) แค่นั้น

                เดี๋ยวจะเข้าใจผิด ว่าผมคงชำนาญนวดผายปอด เปิดประตูลม จับเส้น-จับเอ็น-จับกษัย แล้วจะมาให้จับ

                ก็จับได้ แต่จะเดี้ยงกันไปซะเปล่าๆ!

                ความจริง ผมนั้น เหมือน "ไก่เห็นพลอย-สากไม่รู้รสพริก"

                รูปปั้น "ฤๅษีดัดตน" ท่าต่างๆ ก็เดินดู-นั่งเล่น อยู่แถวนั้น แผ่นหินอ่อน สลักท่านวด จารึกตำแหน่งเส้น เอ็น วาโยโคจร เคล็ดลับต่างๆ นานา เป็นอักษรกำกับ

                ก็นั่งพิง-นอนพิง อยู่เป็น ๕ ปี ๖ ปี ไม่มีอะไรซึมเข้าหัว

                เพราะมืดบอด ไม่สนใจจะแกะลายแทงสรรพวิชาเหล่านั้นใส่ตัวเลย!

                คือผมเป็นเณรจากดอนหอยหลอด แม่กลอง เข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ

                ก็สมัครเรียน "แผนกบาลีมัธยมศึกษา" ทำนองโรงเรียนมัธยมสาธิต ของมหาจุฬาฯ ที่วัดมหาธาตุฯ  ท่าพระจันทร์

                วัดมหาธาตุฯ ไม่มีสถานที่พอ

                เขาให้ไปอาศัย "ศาลาราย" รอบๆ "เขตพุทธาวาส" วัดโพธิ์ เป็นห้องเรียน ตั้งแต่ ม.๑-ม.๖

                ตรงบริเวณที่คนทั่วโลก ที่ประธานาธิบดีโอบามา แห่งสหรัฐอเมริกา และครั้งหนึ่งในชีวิต ที่ใครๆ ก็ต้องมาเที่ยวชม นั่นแหละ

                จบมา ร่วม ๖๐ ปี ทุกวันนี้ เขาปิดและย้ายไปที่ไหนก็นานเนกาเลแล้ว

                มีใบสุทธิมัธยม ๖ การันตี "อ่านออก-เขียนได้" แต่ใช้สมัครทำงานที่ไหนไม่ได้ มา ๑ ใบ

                เขาบอก "แค่ ม.๖ เป็นได้แค่ยามกับภารโรง"

                ก็เลยไม่ได้เป็น ส.ส. ไม่ได้เป็นนายกฯ กะเขา เพราะไม่จบปริญญาตรี ที่ประเทศนี้กำหนดเป็นสเปก "คุณภาพคนไทย"

                โชคดีไป........

                ถ้าจบปริญญาตรี เป็นคนมีคุณภาพ ผมอาจอยู่ในคุก ไม่ได้มานั่งเขียนๆ คุยๆ กับท่านอยู่อย่างนี้หรอก

                ด้วยคุณภาพปริญญานั้น เข้าไป "โกงบ้าน-กินเมือง" อยู่ในระบบ "ประชาธิปไตยเลือกตั้ง" สบายไปแล้ว

                เพราะไม่มีปริญญา จึงต้องทำงานหนัก "ส่งภาษี" รายเดือน-รายปี เป็นงบประมาณ ให้เขาโกงไปแบ่งกัน

                ย้อนถึงเหตุที่ผมไปเยี่ยม-ไปไหว้ห้องเรียนตอนนี้ เพราะทราบว่า ช่วงนี้ ตั้งแต่ ๑-๑๑ พ.ย.

                เขามีงาน "สมโภชวัดโพธิ์" ประตูสู่มรดกพุทธ มรดกโลกเชื่อมอารยธรรม วัฒนธรรม ๒๓๐ ปี

                มีการละเล่นย้อนยุค และการแสดงแบบโบราณอันหาดูชมที่ไหนไม่ได้ นอกจากในงานนี้

                งานก็มีมา ๒ วันแล้ว......

                ยังเหลือให้เที่ยวอีกหลายวันอยู่ งานเริ่มตั้งแต่ ๑๐  โมงเช้า ไปถึง ๔ ทุ่ม ถึงวันอาทิตย์ที่ ๑๑ พฤศจิกาโน่น

                ถ้าจะให้ได้กลิ่นอายเข้าบรรยากาศ "ย้อนยุค" ณ กรุงรัตนโกสินทร์ เป็นการสืบสานอัตลักษณ์ความเป็นไทยสู่สากล

                แต่ง "ชุดไทย" ไป เที่ยววัดโพธิ์.........

                ไปยืนแยกเขี้ยวเซลฟีกับพี่ยักษ์วัดโพธิ์ จะแอร่มใน ๓  โลก ไปกันเหอะ!

                ตรงพี่ยักษ์ยืนแยกเขี้ยวถือกระบอง แต่ถูกจับขังไว้ในตู้กระจกหน้าซุ้มประตูทางเข้าพระมณฑปซ้าย-ขวา ป้องกันจะออกไปท้ายักษ์วัดแจ้งล้างตานั่นแหละ

                เข้าไป ศาลาทางขวามือ ห้องเรียน ม.๑ ผม ส่วนทางซ้าย เป็น ม.๒

                ดูเหมือนตอนนี้ "ศาลาราย" ทั้งหมด เขาบูรณะดีแล้ว  กั้นตาข่ายห้ามเข้าไป เพราะตามผนังและเสา มีจารึกหินอ่อนฝังอยู่

                ยังจำได้ ชั่วโมงวิชาวาดเขียน ซึ่งในหัวผมไม่มีศิลป์ทางนี้เลย วาดเส้นด้ายยังไม่เป็นไส้เดือนด้วยซ้ำ

                ฝืนใจจะเรียน เลยเอาสีหลอดจิ้มๆๆๆๆ ลงกระดาษวาดเขียน ส่งเดชไปงั้นแหละ

                จิ้มทุกหลอดในกล่อง กระแทกกระทั้นเทอารมณ์ไม่สบจิต อาศัยนั่งหลังห้อง พอครูออก ผมก็แวบ

                ก็ไม่ได้ส่งครู จนวันหลังๆ ที่ต้องส่ง ปรากฏว่า นอกจากครูจะตรวจงานของวันนั้นแล้ว ยังย้อนไปตรวจวันอื่นๆ

                จำติดตา ภาพจิ้มไม่จงใจ คะแนนวาดเขียนเต็ม ๑๐  ครูให้ภาพจิ้มผมตั้ง ๘!!!

                ครู ตาถึงจริงๆ

                มันเป็นจุดพีกที่ได้รับในชีวิตการเรียนของผมเลย ตายแล้วฟื้นกลับมาเป็นนักเรียนใหม่ เจอครูก็จะบอกท่านว่า

                "ครูครับ..ครูครับ ครูทำให้ผมเข้าถึง ระหว่าง 'ศิลปินกับศิลเปรอะ' มันหมือน-ต่างกันตรงไหน?"

                บางชั่วโมง ครูภาษาอังกฤษ ฟุดฟิดให้ฝรั่งนักท่องเที่ยวยืนหน้าชั้น อ่าน A B C D ถึง Z สำเนียงฝรั่งให้ฟังด้วยแน่ะ

                งานนี้ วัดโพธิ์, มูลนิธิ "ทุนพระพุทธยอดฟ้า ในพระบรมราชูปถัมภ์" และ "มูลนิธิสิริวัฒนภักดี" ร่วมกันจัด

                อันที่จริง "พระเทพวีราภรณ์" เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนฯ กับท่านรองนายกฯ "วิษณุ เครืองาม"

                บอกกล่าวข่าวงานนี้มาตั้งแต่กลางเดือนตุลาแล้ว จัดขึ้นเป็นการเฉลิมฉลอง

                "วัดโพธิ์" ได้รับการยกย่อง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับ ๑๗ ของโลก อันดับ ๓ ของเอเชีย และอันดับ ๑  ของประเทศ

                ขอถามว่า เมื่อกราบอธิษฐานครั้งใด "สวรรค์" เป็นหนึ่งในจิตตั้งใช่ไหม?

                ใครก็ไม่ต้องรอสวรรค์หลังตาย ซึ่งไม่รู้เมื่อไหร่หรอก

                ขอบอกเลย "วัดโพธิ์" นี่แหละ เป็นอีก ๑ สถานที่ ที่เป็น "สวรรค์" บนดิน ในแดนมนุษย์

                ไปแล้ว จะนึกขอบคุณผม ว่าบอกทางสวรรค์ให้จริงๆ ด้วย เพราะสัมผัสได้ เมื่อก้าวเข้าไปในวัดโพธิ์

                "พระพุทธไสยาสน์" หรือพระนอนในพระวิหาร ต้องเข้าไปกราบ "งามจับจิต" เห็นแล้ว "เย็นจับใจ"

                หมู่พระเจดีย์วัดทั้งหมดในประเทศ ไม่มีวัดไหนจะมากและงามในสามโลกเท่าที่วัดโพธิ์

                พระมหาเจดีย์ ๔ รัชกาล นั้น ไม่เคยรู้-ไม่เคยเห็นกันเลยใช่มั้ย ต้องไปดู

                พระมหาเจดีย์ประจำ รัชกาลที่ ๑ "พระมหาเจดีย์ศรีสรรเพชญดาญาณ"

                 "พระมหาเจดีย์ดิลกธรรมกรกนิธาน" เป็นพระมหาเจดีย์ประจำ รัชกาลที่ ๒

                โดย "พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว" รัชกาลที่  ๓ ทรงสร้างเพื่ออุทิศถวายแด่

                "พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย" พระบรมราชชนก

                พระมหาเจดีย์ประจำ รัชกาลที่ ๓ "พระมหาเจดีย์มุนีบัตบริขาร" ทรงสร้างเป็นพุทธบูชา

                และพระมหาเจดีย์ประจำ รัชกาลที่ ๔ "พระมหาเจดีย์ทรงพระศรีสุริโยทัย"

                ถ่ายแบบ "พระเจดีย์ศรีสุริโยทัย" จากที่อยุธยา มาสร้างเป็นพุทธบูชา

                พระมหาเจดีย์ ๔ รัชกาล นี้ ประดับกระเบื้องเคลือบสี รูปทรงสวยงามเหนือจินตนาการถึง

                ที่พูดกันว่า "ดั่งชลอลงมาจากฟากฟ้าสู่ดิน" นั้น เป็นฉันใด ไปเหอะ..ไปเห็นแล้วจะรู้

                 ทั้ง ๔ พระมหาเจดีย์ อยู่เป็นกลุ่มเดียวกัน ถัดจากพระอุโบสถ

                แต่ผมไม่แน่ใจนะว่า ตอนนี้ เข้าไปสัมผัสใกล้ชิดเหมือนก่อนได้หรือเปล่า

                ก่อนๆ นักท่องเที่ยวไม่มาก จะเป็นชาวยุโรปส่วนใหญ่ คนเหล่านั้น มาจากแดนศิลปะ เขารู้ จะไม่จับ ไม่แกะ

                แต่ปัจจุบัน มากัน ๓๐-๔๐ ล้านคนต่อปี หลากชาติ หลากความเข้าใจด้านโบราณสถาน             

                บางคนเห็นสวย ก็จะลูบคลำ หรือไม่ก็แกะ กะเทาะเอาไป

                ฉะนั้น ตอนนี้ สถานที่-วัตถุ-สิ่งของต่างๆ จะกั้นบริเวณให้ชมแบบ "ดูแต่ตา มืออย่าต้อง ของจะเสีย"

                เมื่อ ๕๐-๖๐ ปี บ้านเรา บริษัทนำเที่ยวขึ้นหน้า-ขึ้นตาเจ้าเดียวมั้ง

                จำได้ว่าชื่อ "บุณวานิช" อยู่แถวๆ หลังวังบูรพา ที่ฝรั่งใช้บริการนำเที่ยว

                ที่คุยมาทั้งหมด เจตนาเดียว ชวนไปเที่ยวงาน "สมโภชวัดโพธิ์" ไปจะได้รู้

                ทำไม..วัดโพธิ์ จึงติดอันดับที่ ๑๗ น่าเที่ยว-สวยงามที่สุดในโลก. 


ก็ ๑๐ ปีแล้ว......... นึกย้อนทีไร บาดแผลอัปยศเมื่อครั้งไทยเป็น "ประธานอาเซียน" เมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๒ ปวดแปลบทีนั้น! ยิ่งเห็นประเทศไทย โดย "พลเอกประยุทธ์" ในฐานะนายกฯ รับมอบตำแหน่ง "ประธานอาเซียน" ต่อจาก "นายลีเซียนลุง" นายกฯ สิงคโปร์ เมื่อ ๑๕ พ.ย.๖๑

ไม่มีอะไรที่"ทำแล้ว"คนไม่ต้าน
จาก 'มิ่งขวัญ' ถึงคน 'หน้านิ่ง'
'ดูเขา-ดูเรา' ประชาธิปไตยใบสั่ง
ถ้าราบรื่นก็ผิดวิสัยราชการ?
เลือกตั้ง 'ฉบับนอกรัฐธรรมนูญ'
'ชอบแบบไหน' เลือกไปเลย