ผบ.ทบ.ลั่นต้องเกณฑ์ทหาร


เพิ่มเพื่อน    

    “บิ๊กแดง” ฮึ่ม! เกณฑ์ทหารยังต้องมี สั่งห้ามทำร้ายทหารใหม่ ต้องดูแลให้ดีที่สุดเหมือนน้องชายคนเล็ก ใครฝ่าฝืนเป็นความผิดร้ายแรง ลงโทษจริงจัง ส่วน "ไอติม" มาคนละแนว ยันฝึกมา 6 เดือนเห็นอะไรเยอะ เตรียมชงเลิกจับใบดำใบแดงเป็นนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ 
    เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์  ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวถึงนโยบายการดูแลพลทหารใหม่ที่เข้ารายงานตัวประจำการระหว่างวันที่ 1-3 พ.ย.2561 ว่ามีนโยบายสร้างทหารต้นแบบ จึงให้ความสำคัญกับพลทหาร ซึ่งถือเป็นน้องชายคนเล็กหรือน้องชายคนสุดท้องของหน่วยทหาร ซึ่งการจะดูแลให้หน่วยฝึกทหารใหม่ดีได้ กำลังพลก็ต้องอยู่ดีกินดี 
    ดังนั้น พลทหาร ไม่ว่าจะเป็นทหารเกณฑ์หรือทหารที่สมัครเข้ามาประจำการ กองทัพจะต้องดูแลให้ดีที่สุด จึงได้ออกระเบียบใหม่ ดูแลเรื่องอาหารและความเป็นอยู่ที่ต้องถูกสุขลักษณะ และที่อยู่อาศัยต้องพอเพียง ไม่แออัด 
    นอกจากนี้ สิ่งที่พยายามเน้นมากคือ ความเสียสละของผู้บังคับหน่วยฝึกฯ ที่ต้องเสียสละ ดูแลรายละเอียดอื่นๆ ซึ่งบางเรื่องต้องแก้ปัญหาและดำเนินการไปก่อน  เพราะหากรองบประมาณประจำปีอาจจะล่าช้า
    ผบ.ทบ.กล่าวว่า กองทัพได้จัดกิจกรรมต้อนรับครอบครัวและญาติทหารใหม่ เปิดให้ครอบครัวของทหารใหม่ได้เข้ามาดูหน่วยฝึก โรงนอน ตั้งแต่วันแรกที่รายงานตัว เพื่อแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของกองทัพบกที่จะให้การดูแลสมาชิกใหม่ในทุกด้านอย่างดีที่สุด ที่สำคัญคือเรื่องสิทธิประโยชน์ ครอบครัวของพลทหารต้องรับทราบว่าลูกหลานจะได้รับอะไร เบี้ยเลี้ยงเท่าไร และหลังฝึกแล้วเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร
    “สิ่งที่พ่อแม่ของทหารใหม่เป็นห่วงมากคือยาเสพติดอยากให้กองทัพช่วยลูกหลานที่อาจเคยติดยา เลิกยาให้ได้ เรื่องนี้เป็นปัญหาสังคม ซึ่งนโยบายของกองทัพ ชัดเจนในเรื่องปราบปรามยาเสพติดที่ต้องเดินหน้าเต็มที่"
     พล.อ.อภิรัชต์เผยว่า ได้ให้นโยบายไปแล้วว่า ต้องหยุดยาเสพติดตามแนวชายแดนโดยใช้กฎอัยการศึกอย่างเต็มที่ ใครที่ติดยาเข้ามาในกองทัพ เราจะบำบัดและดูแล ไม่ใช่แบบคนป่วย แต่คือคนที่หลงผิด สิ่งหนึ่งที่จะเห็นชัดหลังปลดประจำการคือ ทุกคนมีระเบียบวินัยกลับไป 
    "การให้พลทหารทำงานต่างๆ นั้น ไม่ใช่การใช้งานกำลังพล แต่เป็นการปลูกจิตสำนึกให้รู้จักหน้าที่ของตนเอง ซึ่งการฝึกทหารยุคต้นแบบ ต้องมีลักษณะท่าทาง สมาร์ท ผึ่งผาย มีระเบียบวินัย เพื่อเป็นตัวอย่างให้หน่วยงานอื่นๆ ได้ เมื่อทหารมีวินัย กองทัพแข็งแกร่ง ประเทศชาติก็เข้มแข็ง” 
เป็นความผิดร้ายแรง
    ผบ.ทบ.กล่าวถึงการลงโทษพลทหารที่รุนแรงเกินกว่าเหตุว่า เป็นความผิดร้ายแรง หากยังมีอีกถือว่าผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นไม่ใส่ใจดูแล ซึ่งเป็นนโยบายที่เข้มงวด และตนได้สั่งการด้วยตัวเองไปแล้ว
    “พลทหารเหมือนน้องชาย ใครทำร้ายน้องชายคุณ คุณก็ไม่พอใจ ที่สำคัญต้องให้ความรู้กับครูฝึก ผู้ช่วยครูฝึก การจะซ่อมรับพี่หรือรับน้องอย่างไรต้องอยู่ในความควบคุมดูแลของนายทหาร และต้องมีช่วงเวลา ไม่ใช่ใครอยากทำอะไรก็ทำ เป็นเรื่องที่กองทัพเน้นย้ำมาตลอด ต้องไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก ซึ่งบางครั้งในสื่อโซเชียลออนไลน์มีการนำภาพเก่าๆ มาส่งต่อกัน พยายามจะทำร้ายหรือดิสเครดิตทหาร เรื่องนี้เน้นย้ำไปไม่รู้กี่รอบ และครั้งนี้จะนำไปสู่การปฏิบัติและลงโทษอย่างจริงจัง”  
    เมื่อถามว่า อนาคตจะยกเลิกการเกณฑ์ทหารหรือไม่ ผบ.ทบ.กล่าวว่า ประเทศต่างๆ ทั่วโลกล้วนมีทหาร อยากให้มองว่าการที่ลูกหลานมาเป็นทหาร คือการมีอาชีพ การอยากให้ยกเลิกเกณฑ์ทหาร เป็นเพียงการมองของคนกลุ่มหนึ่ง
    “ไม่มีประเทศไหนในโลกที่ไม่มีทหาร ประเทศที่ไม่มีทหารคือประเทศที่อ่อนแอ ผู้ที่นำเสนอความคิดดังกล่าว ไปจับเอาความเห็นคนส่วนน้อยขึ้นมา บางทีเป็นเรื่องการเมืองไป แต่ให้เชื่อมั่นเถอะว่าไม่มีประเทศใดไม่มีทหาร การยกเลิกการเกณฑ์ทหารเป็นไปไม่ได้ ทหารต้องมีทั้งระบบเกณฑ์ ระบบคัดเลือก และสมัครใจเข้ามา ซึ่งต้องขอขอบคุณผู้ที่เป็นพ่อแม่ของทหารกองประจำการ ขอให้สบายใจว่ากองทัพจะดูแลลูกท่านให้ดี ในวันที่ฝึกจนจบและกลับไปกราบตัก กราบเท้าพ่อและแม่ ท่านจะเห็นความเปลี่ยนแปลง เรายืนยันว่าจะทำให้ลูกของท่านเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศไทย” พล.อ.อภิรัชต์กล่าว
    ด้านนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และหลานชายนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หลังจากที่ได้เข้ารับการตรวจเลือกเข้าเป็นทหารกองประจำการ 6 เดือน สิ่งที่ได้เจอไม่ได้ทำให้แนวทางที่คิดไว้เปลี่ยน แต่ทำให้มั่นใจมากขึ้นว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร และสิ่งใดที่ทำให้ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์ จึงต้องเสนอแนวทางปรับระบบให้ดีกับประชาชนในภาพรวม ขณะที่กองทัพก็ไม่ได้เสียกำลังพลที่จะต้องมีไว้เพื่อรักษาความมั่นคงในชาติ โดยเสนอแนวทางจากระบบทหารเกณฑ์เป็นระบบสมัครใจ   
     เขากล่าวว่า การเกณฑ์ทหารและการสมัครใจมาเป็น มีความแตกต่าง 3 ข้อ ปัญหาคือ 1.ระบบการคัดเลือกคนเข้ามาสะท้อนว่ามีความเหลื่อมล้ำสูง คนที่เข้ามาส่วนมากไม่มีโอกาสรับการศึกษาระดับมัธยมปลาย และหลายคนไม่ได้มีฐานะการเงินที่มั่นคง ไม่เป็นเรื่องจริงที่ว่า คนทุกๆ ฐานะเข้ามาเป็นทหาร
    2.การเข้ามานั้น มีการทุจริตคอร์รัปชันอยู่ เช่น คนที่จับได้ใบดำหลายคนไม่ได้เพราะโชค ส่วนการฝึก เราเห็นปัญหาความรุนแรงจากการฝึก การธำรงวินัยในช่วงที่ผ่านมา จึงควรจริงจังในเรื่องนี้ให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มความโปร่งใสให้คนที่สมัครทหาร หรือถูกเกณฑ์เข้ามาเป็นทหารได้มั่นใจว่าจะไม่เจอความรุนแรง ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน
เป็นทหารเกณฑ์เสียโอกาส
    3.สิ่งที่ได้สัมผัสจริง และตนมีอารมณ์ร่วมพอสมควร คือเพื่อนหลายคนเมื่อดึงเขาเป็นทหาร 2 ปี ทำให้เสียโอกาสทางเศรษฐกิจ เพราะเคยมีรายได้ที่มากกว่า ก็ต้องเสียตรงนี้ไป รวมถึงเสียโอกาสทางครอบครัว ทำให้ครอบครัวแตกแยก บางคนก็แยกทางกับแฟน ทั้งที่มีลูกที่เล็กอยู่ ตรงนี้เป็นอะไรที่สะเทือนใจมาก ถ้าถูกดึงมาใช้ประโยชน์ในแง่ที่ประเทศเรามีสงครามจริงๆ ยังพอเข้าใจได้ แต่ตนยังรู้สึกว่ามีงานบางงาน อาจไม่จำเป็นต้องใช้คนมากขนาดนั้น 
    นายพริษฐ์กล่าวต่อไปว่า แต่ก็เกิดคำถามว่า จะปฏิบัติจริงได้อย่างไร เพราะจากเดิมที่กองทัพต้องการกำลังพล 1 แสนคนต่อ โดยปีที่แล้วมีผู้สมัคร 4 หมื่นคน  ตนคิดว่าทำได้สองอย่างคือ ประเมินใหม่ว่า 1 แสนคนซึ่งเป็นยอดความต้องการนั้น ต้องมากถึง 1 แสนคนหรือไม่  เพราะบางงานสามารถตัดได้ เช่น การส่งไปเป็นทหารรับใช้ การปรับลดขนาดกองทัพให้ทันสมัย จิ๋วแต่แจ๋วมากขึ้น หรือแม้กระทั่งการลดไขมันในองค์กร ซึ่งทุกหน่วยงานราชการต้องประเมินอยู่แล้ว เมื่อโลกของเทคโนโลยีเข้ามา เมื่อลดงานตรงนี้แล้ว ก็ต้องดูว่าจะทำอย่างไรให้คนสมัครได้ยอดที่เราต้องการ ก็ต้องจริงจังว่าพลทหารต้องมีรายได้ที่เหมาะสม มั่นคง ไม่มีการตัดอะไรจากรายได้ของเขา ทำอย่างไรให้ได้รับสวัสดิการที่ตอบโจทย์ความต้องการเขา 
    เลือดใหม่ประชาธิปัตย์ผู้นี้บอกว่า จะเห็นได้ว่ายอดสมัครพุ่งสูงมาก ตอนที่ กศน.เข้ามา สำหรับพลทหาร มีสวัสดิการดีด้วย เช่น ค่ารักษาพยาบาล ให้ครอบครัวหรือบุตรที่อายุน้อยอยู่ หากเราย้อนกลับไป 10 ปี จะเห็นว่า  2 ปีที่ยอดสมัครลดลง เป็นช่วงที่มีข่าวเรื่องน้องเมยกับเรื่องความรุนแรง 
    "ผมเชื่อว่าหลายคนที่อยากมาเป็นทหารก็ไม่อยากเจอเรื่องนี้ เขาคงคิดว่าถ้าเขาต้องเจ็บปวดเพื่อชาติก็คือการไปรบ ไม่ใช่การธำรงวินัย หรือการฝึกที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน ผมคิดว่าถ้าจริงจังกับเรื่องนี้ การเข้ามาเป็นพลทหารจะได้รับความดึงดูดมากขึ้น เราเริ่มเห็นปัจจัยว่าอะไรบ้างที่มีปัญหา จากนั้นก็ประเมินว่าตัวเลขตรงกลางตามที่อธิบายมาตอนต้นจะทำให้เกิดได้อย่างไร เพื่อให้ยอดที่ต้องการจริงๆ ในภารกิจที่จำเป็นประมาณ 6-7 หมื่นคน และเมื่อเข้ามาเราก็จะเพิ่มรายละเอียด จะเห็นของจริงว่าเขาได้อะไรบ้าง เสียอะไรบ้าง เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าผมก็เห็นแค่เสี้ยวเดียว เพราะเป็นแค่ค่ายเดียว"
     นายพริษฐ์บอกว่า ดีใจที่กองทัพมีนโยบายเปิดค่ายให้ญาติเข้ามาดูความเป็นอยู่ในค่ายทหาร การที่พ่อแม่เห็นถึงคุณภาพชีวิตที่ดี ก็จะมั่นใจมากขึ้น หากค่ายนั้นมีการบริหารจัดการที่ดีอยู่แล้ว พ่อแม่ก็จะสบายใจ และควรเปิดให้คนภายนอกได้เข้ามาสังเกตการณ์ได้ด้วย  
ชงเป็นนโยบายพรรค
    อย่างไรก็ตาม การที่ตนเข้ามาเป็นทหารก็ได้อะไรหลายอย่าง ในเชิงข้อมูลที่รับทราบ ได้ข้อดี-ข้อเสีย และได้มีการคุยกับนายทหารหลายคน ที่เปิดใจพูดคุยกันตนในเรื่องนี้ ทำให้เห็นว่าในแวดวงทหารเองก็มีความคิดหลากหลายมากว่าระบบของการเกณฑ์ทหารควรเป็นอย่างไร ตนเห็นผู้บังคับบัญชาหลายคนเครียดมากที่สุด เวลาเจอพลทหารที่ไม่ค่อยสู้ ไม่ค่อยอดทนกับงานที่ได้รับ ซึ่งหลายคนเป็นคนที่สมัครใจมา และหลายคนไม่สมัครใจมา ตนเคยถามตรงๆ ว่าถ้าให้เลือกระหว่างคนที่สมัครใจ 3 คน กับ 5 คนที่ไม่สมัครใจ จะเลือกแบบไหนระหว่างคุณภาพกับปริมาณ
     เขายอมรับว่า นโยบายการเกณฑ์ทหารมีผลกระทบต่อเรื่องของทัศนคติของคนที่จะมาลงคะแนน เพราะเป็นนโยบายที่กระทบเยาวชน คนที่มาเกณฑ์ทหารก็มีอายุครบเกณฑ์ที่จะเลือกตั้งได้ อย่างตนก็คงไม่กระทบ เพราะผ่านมาแล้ว ไม่สามารถย้อนกลับไปได้ สิ่งที่อยากเสนอตรงนี้ เพราะตนผ่านมาแล้ว แสดงให้เห็นว่าไม่ได้ทำตรงนี้เพื่อตัวเอง ดังนั้นตนเสนอหรือทำอะไร ก็ไม่ได้ผลกระทบจากตรงนี้แล้ว แต่คิดว่าเป็นอะไรที่ตอบโจทย์ประชาชนอย่างแท้จริง และตอบโจทย์กองทัพด้วย ในขณะที่ถ้าตนไปพูดก่อนที่จะเข้ามา โดยไม่ลองเช็กความคิดของตัวเองก่อนว่าสอดคล้องกับความเป็นจริงหรือเปล่า ก็คงไม่ถูกต้องนัก
    "ไหนๆ มาตรงนี้แล้ว ถึง 6 เดือนก็ต้องคิดว่าจะได้อะไรจากที่นี่ เรียกว่าเป็นงานวิจัย โดยทั้งหมดจะเสนอให้พรรคประชาธิปัตย์ในวันที่ 8 พ.ย.นี้ เราก็จะได้พูดกันคร่าวๆ ในนามทีมคนรุ่นใหม่ของพรรคประมาณ 15-20 คน ซึ่งจะมีการเปิดตัวคนรุ่นใหม่ของพรรควันที่ 13 พ.ย.นี้ และจะผลักดันสิ่งที่พวกเราคิดให้พรรค เช่น เกณฑ์ทหาร สิ่งแวดล้อม อี-สปอร์ต การแก้ไขปัญหาสุขภาพจิต เพราะเมื่อตนไปพบปะนักศึกษาเมื่อไหร่ จะถามเขาว่ามีปัญหาอะไรมากที่สุด จะเป็นเรื่องเครียด เรื่องซึมเศร้า"
     สำหรับนโยบายพรรคการเมืองอื่นนั้น ตนก็เห็นคนออกมาพูดเรื่องการยกเลิกการเกณฑ์ทหาร แต่คนก็ตั้งข้อสงสัยว่าทำได้จริงหรือไม่ และจะทำจริงได้อย่างไร ซึ่งเป็นโจทย์ที่คนรุ่นใหม่ของประชาธิปัตย์ต้องทำให้ได้ เราต้องนำเสนอนโยบาย อะไรคิดว่าทำได้จริง 
    นายพริษฐ์กล่าวว่า อยากให้แยกแยะระหว่างทหารที่มาทำงานการเมืองกับทหารอาชีพที่มาทำหน้าที่ทหาร ไม่อยากเห็นโยบายทางด้านการเกณฑ์ทหารถูกใช้ในทางการเมือง เพื่อแค่โจมตีคณะรัฐประหาร แต่เป็นเรื่องที่ทำได้จริง ประชาชนได้ประโยชน์จริง ถ้าเราจะแค่ยกเลิกเกณฑ์ทหาร โดยไม่พูดถึงเรื่องความรุนแรงหรือเรื่องอื่น อย่างน้องเมยก็สมัครมา การจะพูดแค่เรื่องการยกเลิกเกณฑ์ทหารอย่างเดียวคงไม่พอ ต้องมองใหญ่กว่านั้น อันนี้เป็นอะไรที่ตอบโจทย์ทหารอาชีพเหมือนกัน.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"