บี้'ปลดล็อก'26พ.ย. 'พท.'ย้ำเมินหารือ'คสช.'/กำนันลั่นพา'รปช.'ฝ่ากระแสอคติ


เพิ่มเพื่อน    


    ปชป.หนุน คสช.เร่งปลดล็อกช่วยทุกพรรคหมดห่วงเสี่ยงทำผิดกฎหมาย ย้ำ กกต.ต้องเป็นกลาง  พท.ยืนกรานไม่หารือ คสช. ยันเป็นหน้าที่ กกต. ปูดพื้นที่นครพนมแจกของรายครัวเรือน มีทั้งไข่-มาม่า  คาดเลือกตั้งเงินสะพัด "สุณัย” ชี้เลือกตั้งปีหน้าได้โอกาสล้างซวยประเทศ เตือนรัฐบาลไม่ตอบรับนานาชาติจะไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง "ลุงกำนัน" ยินดีพรรคอื่นเดินพบปชช.เหมือนตนเอง "ไทกร" เผย ปชช.ปฏิเสธเผด็จการฟันธงเรือแป๊ะกำลังจม
    เมื่อวันอาทิตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงข่าวคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะปลดล็อกทางการเมือง ในวันที่ 26 พ.ย.นี้ว่า เป็นเรื่องดีที่ คสช.จะปลดล็อกให้พรรคการเมืองได้ปฏิบัติตามกฎหมาย โดยไม่ต้องคอยวิตกกังวลว่าสิ่งที่พรรคการเมืองหรือนักการเมืองปฏิบัตินั้นจะผิดคำสั่ง คสช. ซึ่งถือว่าผิดกฎหมายไปด้วย นอกจากนี้ การไม่ปลดล็อกแล้วยังมีคำสั่ง คสช.มาค้ำคอไว้ทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างพรรคต่างๆกับผู้มีอำนาจที่เตรียมตัวจะเป็นผู้เล่นในสนามเลือกตั้ง ดังนั้นการที่ คสช.ปลดล็อก จะช่วยสร้างความชัดเจนทางการเมืองและความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นกับประเทศโดยรวมด้วย
    "สิ่งที่จะตามมาหลังปลดล็อกคือการทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นองค์กรอิสระที่มีส่วนอย่างสำคัญที่จะทำให้การเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรม จึงขอฝากให้ กกต.ใช้อำนาจหน้าที่ด้วยความอิสระ เป็นกลาง ไม่เข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด เพื่อให้การเลือกตั้งได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จะไม่สร้างปัญหาใดๆตามมา แต่ถ้า กกต.มีพฤติกรรมไม่โปร่งใส ขาดความเป็นอิสระ และขาดความเป็นกลางอย่างแท้จริง จะสร้างปัญหาไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง ส่งผลกระทบต่อประเทศโดยรวมอย่างมากจนเกิดปัญหาไม่รู้จบ" นายองอาจกล่าว 
    นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกระแสการปลดล็อกในวันที่ 26 พ.ย.นี้ว่า ถือเป็นเรื่องที่ช้าไปมาก เพราะที่ผ่านมาพรรคการเมืองควรได้ทำกิจกรรมการเมืองในหลายอย่าง อีกทั้งการทำนโยบายและการฟังความเห็นของประชาชนเป็นกระบวนการที่สำคัญตามระบอบประชาธิปไตย กระบวนการวันนี้ถูกถ่วงให้ช้า และพรรคการเมืองเสียโอกาสไปมาก ส่วนการปลดล็อกของ คสช.ยึดจากความพร้อมของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นหลักหรือไม่นั้น ยอมรับว่ามีส่วน เพราะเกรงว่าอาจจะเสียเปรียบพรรคการเมืองเก่าได้ เชื่อว่าสิ่งที่จะทำให้ คสช.คลายล็อกน่าจะดูที่ความพร้อมของพรรคที่สนับสนุนนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ความพร้อมของพรรคการเมืองอื่นๆหรือให้ กกต.ได้ตัดสินใจอย่างเป็นอิสระ แต่จะคำนึงถึงผลประโยชน์ของ คสช.เองเท่านั้น
     "การเรียกร้องให้การเลือกตั้งมีความเสรีและเป็นธรรมมีความสำคัญมาก รวมถึงการเปิดโอกาสให้องค์กรต่างประเทศเข้ามาสังเกตการณ์เป็นสิ่งจำเป็น ขอตำหนิการให้สัมภาษณ์ของ รมว.การต่างประเทศ เกี่ยวกับการเข้ามาสังเกตการณ์ขององค์กรต่างประเทศที่ไม่เห็นถึงความสำคัญในเรื่องนี้ เพราะถือว่าไม่มีจิตวิญญาณของนักการทูต เพราะยิ่งบอกว่าไม่สำคัญ ยิ่งทำให้ภาพพจน์ประเทศเสียหายและไม่มีมาตรฐาน ควรเปิดโอกาสให้ต่างชาติเข้ามา"
     นายจาตุรนต์กล่าวว่า เชื่อมั่นว่าปีหน้ายังคงมีการเลือกตั้งอยู่ เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ต้องมีการเลือกตั้งภายในเดือนพฤษภาคม 2562 แต่อาจมีเงื่อนไขหากพรรคที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่พร้อม ก็อาจทำให้การเลือกตั้งเลื่อนได้ ซึ่งหากเลื่อนจริงจะเกิดผลเสียต่อ คสช.เอง    
    นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค พท. กล่าวถึงกรณีที่จะเข้าร่วมหารือกับ คสช. เพื่อปลดล็อกพรรคการเมืองว่า หน้าที่การหารือกับพรรคการเมืองเป็นของกกต. ไม่จำเป็นแล้วที่จะต้องมีการหารือกันอีก เพราะคสช.มีอำนาจเต็มที่จะสามารถยกเลิกคำสั่ง คสช.ได้เลย ดังนั้นหากปลดล็อกให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมได้อย่างเสรี การดำเนินการตามกฎหมายต่างๆก็จะง่ายขึ้น พร้อมเรียกร้องอย่าใช้กฎระเบียบที่ คสช.สร้างขึ้นมา ทำให้พรรคการเมืองเดินหน้าต่อไปไม่ได้
ปูดแจกของรายครัวเรือน
     นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรค พท. กล่าวว่า ขณะนี้เหลือเวลาอีกเพียง 111 วันก็จะถึงวันเลือกตั้ง 24 ก.พ.2562 ซึ่งจะเป็นการเลือกตั้งด้วยระบบใหม่ บัตรลงคะแนนเสียงก็จะเป็นแบบใหม่ วิธีการกาบัตรก็แตกต่างจากที่ผ่านมา แต่จนบัดนี้ กกต.ก็ยังไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดต่างๆ ให้ประชาชนได้เข้าใจเลย กกต.ต้องรีบประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบแต่เนิ่นๆ ว่าการกาบัตรลงคะแนนจะไม่เหมือนการเลือกตั้งที่ผ่านมา จะใช้บัตรใบเดียวเพื่อลงคะแนนเลือกพรรคและเลือก ส.ส.เขต แต่ว่าหมายเลขของพรรคและของผู้สมัครแต่ละเขตจะไม่เหมือนกัน จึงเป็นห่วงว่าจะเกิดความสับสน อาจจะจำผิด สลับหมายเลขกับเขตที่อยู่ติดกัน ส่งผลให้มีบัตรเสียจำนวนมาก
     "กกต.มีงบประมาณเพื่อจัดการเลือกตั้งหลายพันล้านบาทแล้ว น่าจะรีบทำการประชาสัมพันธ์รายละเอียดที่แตกต่างจากการเลือกตั้งที่ผ่านมาให้ประชาชนได้รับรู้แต่เนิ่นๆ ดีกว่าไปประชาสัมพันธ์ตอนใกล้จะเลือกตั้ง การที่สามารถรณรงค์ให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งเพิ่มจำนวนมากขึ้น และมีบัตรเสียลดน้อยลงกว่าเดิม ถือเป็นความสำเร็จในการทำหน้าที่ของกกต. และเป็นความงอกงามของระบอบประชาธิปไตย ที่การเลือกตั้งเป็นไปอย่างเสรี เป็นธรรม และมีความน่าเชื่อถือ" นางลดาวัลลิ์กล่าว 
     นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีต ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ในพื้นที่จังหวัดนครพนมบางเขตเริ่มมีการแจกของกับชาวบ้านรายครัวเรือน เป็นไข่ มาม่า เกลือ และน้ำดื่ม คาดว่าเมื่อมีกฤษฎีกาเลือกตั้ง เงินคงสะพัดในพื้นที่อย่างมาก ได้สอบถามความเห็นชาวบ้าน ต่างตอบว่ารอวันเลือกตั้งอย่างใจจดใจจ่อ เพราะกว่า 4 ปีที่ผ่านมา ชาวบ้านแต่ละคน แต่ละครอบครัว พบกับความจริงที่ประสบอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันว่าเงินในกระเป๋าลดน้อยถอยลงๆ แต่ที่เพิ่มขึ้นคือหนี้สินเพิ่มพูนขึ้นๆ ชาวบ้านกล่าวว่าถึงจะโฆษณาชวนเชื่ออย่างไรก็หนีความจริงไม่พ้น เพราะชาวบ้านลำบากในเรื่องเศรษฐกิจ ปากท้อง รายรับไม่พอกับรายจ่ายจริงๆ  
     "ชาวบ้านยังบอกว่าอย่าตกใจกับการแจกของจิปาถะจากพรรคการเมืองบางพรรค รวมทั้งเงินที่อาจจะมีการแจกเมื่อวันเลือกตั้งชัดเจน ใครให้จะรับไว้หมด แต่ตอนหย่อนบัตรลงคะแนนมีพรรคอยู่ในใจอยู่แล้ว และถ้าบวกด้วยคนที่มีคุณภาพ คะแนนก็อาจจะถล่มทลายอย่างที่มีการคาดการณ์กันเอาไว้ สุดท้ายแล้ว "รับเงินเขา แต่กาเบอร์เรา พรรคเพื่อไทยจะไม่มีของ ไม่มีเงินมาแจก แต่จะมีนโยบายดีๆ ที่จับต้องได้ ปฏิบัติได้จริงมานำเสนอให้ประชาชนพิจารณา" นายชวลิตระบุ 
    นายสุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาฮิวแมนไรต์วอตช์  ประเทศไทย กล่าวในวงเสวนาสู่การเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าคำสัมภาษณ์ ของนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ ที่ระบุว่าการสังเกตการณ์เลือกตั้งของต่างชาติถือเป็นสิ่งอัปมงคล ต่างชาติเขาจะเข้ามาเฉพาะประเทศที่มีปัญหา ตนมองว่ารัฐยังไม่รู้ตัวว่า 4 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยผิดปกติในสายตาต่างชาติ ที่ใช้กำลังทหารโค่นล้มประชาธิปไตย พร้อมใช้อำนาจละเมิดสิทธิของประชาชน ทำให้ไทยถูกลดระดับความสัมพันธ์ ทั้งการค้า การลงทุน รวมถึงการเมือง ทั้งนี้ การที่ประเทศไทยจะกลับสู่ภาวะปกติได้ ก็ต่อเมื่อมีการเลือกตั้งเสรีตามกติกาเสรีประชาธิปไตย 
เตือนต่างชาติไม่ยอมรับ
    "หากอ้างจากคำพูดของ รมว.ต่างประเทศ คือไทยจะได้โอกาสล้างซวยเสียที ถ้ามีการเลือกตั้ง ไม่ใช่ว่าจัดให้คนลงคะแนนเสียง แต่จะต้องเลือกอย่างมีอิสระ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไทยไม่เคยมี แม้ขณะนี้ใกล้จะเลือกตั้งในปี 2562 แต่พรรคการเมืองยังไม่สามารถนำเสนอนโยบายได้ โดยจำเป็นที่จะต้องเรียกร้องการสังเกตการณ์จากต่างประเทศ ที่ต้องเป็นอิสระ เป็นกลาง มีความเป็นมืออาชีพ แต่ท่าทีของรัฐบาลไทยเหมือนไม่ยอมรับต่างชาติ ซึ่งบทเรียนที่ผ่านมาหากไม่ได้รับองค์กรที่มีความน่าเชื่อถือและได้รับการยอมรับ จะส่งผลให้เกิดปัญหา คือนานาชาติไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง" นายสุณัยกล่าว 
     ส่วนความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองต่างๆ ที่ รร.เดอะคัลเลอร์ ลีฟวิ่ง จ.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ได้เปิดรับสมัครสมาชิกใหม่และเชิญประชุมสมาชิก เพื่อจัดตั้งสาขาพรรคในพื้นที่ภาคกลาง โดยมี พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค, นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค และอดีต ส.ส.สมุทรปราการ อาทิ นายวรชัย เหมะ, นายประเสริฐ ชัยกิจเด่นนภาลัย, นางอนุสรา ยังตรง พร้อมด้วยสมาชิกกว่า 200 คน เข้าร่วมประชุม
    นายภูมิธรรมกล่าวว่า พรรคจะดำเนินการจัดตั้งสาขาพรรคให้ครบทั้ง 4 สาขา ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ขณะนี้เหลือเพียงพื้นที่ภาคใต้ ที่จะไปตั้งสาขาในสัปดาห์หน้า จากนั้นจะตั้งตัวแทนประจำจังหวัดให้ครบทั้ง 77 จังหวัด เพื่อให้สามารถส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งได้ครบ 350 เขต ส่วนการลงพื้นที่หาสมาชิกพรรคก็พยายามดำเนินการตามกรอบของกฎหมาย ไม่ทำเกินเลย ดังนั้นจึงมั่นใจว่าไม่ได้เข้าข่ายการหาเสียง             
    นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย(ภท.) กล่าวถึงการลงพื้นที่ของพรรคการเมืองอื่นๆ โดยเฉพาะคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า คุณหญิงสุดารัตน์เป็นนายของตนคนแรกทางการเมือง แต่เวลาแข่งขันคงไม่มีใครยอมกัน และตัวเองก็ไม่หนักใจ เพราะเรามีการเตรียมความพร้อมทุกด้าน รอเพียงการประกาศเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญที่ออกแบบให้ทุกคะแนนเสียงมีความหมาย ถือเป็นผลดี จะทำให้ทุกฝ่ายสู้อย่างเต็มที่ เพราะจะนำมาคำนวณเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ หรือ 7 หมื่นเสียงจะได้ส.ส. 1 เสียง เชื่อว่าแต่ละพื้นที่จะต้องส่งคนมาประกบและไม่มีใครยอมแพ้กัน ทั้งนี้ ตนมีบ้านอยู่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา จึงต้องมีความรับผิดชอบในพื้นที่ดังกล่าว ขณะนี้ได้จัดเตรียมผู้สมัครเกรดเอไว้หมดแล้วทั้ง 14 พื้นที่  
    นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) พร้อมด้วยนายประเสริฐ บุญชัยสุข เลขาธิการพรรค, พล.อ.ฐิติวัจน์ กำลังเอก แกนนำพรรคชาติพัฒนา, น.ส.เยาวภา บุรพลชัย รองโฆษกพรรค และ น.ส.เมลิสา มหาพล สมาชิกพรรค นักการเมืองรุ่นใหม่ดีกรีมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2006 เดินทางมาร่วมประชุมจัดตั้งสาขาพรรค ชทพ.ลำดับที่ 2 จ.สระบุรี พร้อมรับฟังปัญหาและแนวคิดจากประชาชนในพื้นที่ โดยมีนางบุษรา เสนะวีณิน แกนนำพรรค ชทพ.จังหวัดสระบุรี ให้การต้อนรับ และเป็นประธานการประชุมเปิดสาขาพรรค 
    นพ.วรรณรัตน์กล่าวว่า ประชาชนที่มาสมัครเป็นสมาชิกพรรค ชพน. ได้สะท้อนถึงปัญหาที่เกิดขึ้นใน จ.สระบุรีหลากหลายปัญหา ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมจัดตั้งสาขาพรรค จ.สระบุรี ตนเองจะนำเสียงสะท้อนจากปัญหาประชาชนที่ได้รับฟังในวันนี้นำเสนอต่อที่ประชุมกรรมการบริหารพรรค เพื่อผลักดันให้เป็นนโยบายของพรรค ชพน.ต่อไป วันที่ 6 พ.ย.นี้ จะมีการประชุมเพื่อจัดตั้งสาขาพรรค ชทพ.ที่ จ.สุราษฎร์ธานี และเชื่อว่าจะมีประชาชนมาสะท้อนปัญหาให้พรรคฟัง และพรรคจะนำปัญหาที่ได้รับไปปรับใช้เป็นนโยบายพรรคต่อไป
พปชร.จัดทัพเลือกตั้ง
    นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ ว่าที่รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานที่ปรึกษาและร่วมก่อตั้ง สถาบันปัญญาประชารัฐ เปิดเผยว่า ภายหลังมีการเปิดตัวสถาบันปัญญาประชารัฐไปแล้วในวันที่ 5 พ.ย. เวลา 16.30 น. ที่ห้องศุภมิตร โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส จะมีการเปิดทีมงานคนรุ่นใหม่ของสถาบันปัญญาประชารัฐพร้อมหลักสูตร ก่อนที่ปลายปีนี้จะเปิดหลักสูตรปัญญาประชารัฐอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง เพราะใกล้วันที่กกต.จะรับรองการจัดตั้งพรรคแล้ว
     ทั้งนี้ ทีมงานจะมาดูทั้งหลักสูตร อบรมผู้นำ และนโยบายพรรค พร้อมทั้งจะเปิดตัวทีมงานมาขับเคลื่อน 10-20 คนก่อน ซึ่งมาจากหลากหลายสาขา ความจริงมีเป็นจำนวนมากที่มาเป็นทีมงาน และแบ่งเป็นหลายชุดในทีมงาน เพราะเราจะเริ่มจัดทัพแล้ว นอกจากนี้ วันที่ 8 พ.ย. จะมีการเปิดตัวทีมงานประชาสัมพันธ์และโซเชียลมีเดีย โดยมีนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าที่โฆษกพรรคเป็นแม่งาน และหลัง กกต.รับรองพรรค จะมีการเปิดตัวทีมงานชุดต่างๆ ต่อไป รวมถึงเปิดสาขาพรรคในภาคต่างๆ ด้วย
    นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตร กล่าวว่า เมื่อวันที่ 3 พ.ย. ตนมีโอกาสได้รับเชิญไปบรรยายข้อดี-ข้อเสียระบบแบ่งปันผลประโยชน์และการรักษาเสถียรภาพของราคาอ้อย จากสมาคมชาวไร่อ้อยศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ยืนยันว่าเราไม่ได้หายไปไหน เรายังทำงานและรับฟังความเห็นจากประชาชนที่เดือดร้อนอยู่ตลอด อย่างเรื่องอ้อยก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เราคอยประสานงานช่วยเหลือและฟังปัญหาอยู่ตลอด ส่วนประเด็นการเมือง ตนไม่ขอตอบโต้ใคร แต่เร็วๆ นี้ทุกอย่างจะเรียบร้อย และได้ทราบพร้อมกันในคราวเดียว
    เมื่อเวลา 08.00 น. ที่บริเวณหน้าอนุสาวรีย์พระสยามเทวาธิราช อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมจัดตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) พร้อมคณะกรรมการบริหารพรรค เดินทางพบปะประชาชนและหาผู้สมัครสมาชิกพรรค หลังลงพื้นที่ จ.สระแก้ว ตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีชาวอรัญประเทศกว่า 50 คนที่เคยร่วมกิจกรรมกับ กปปส. เดินทางมารอคอยต้อนรับ มีประชาชนมอบดอกไม้กุหลาบ พร้อมถ่ายภาพเซลฟี จากนั้นนายสุเทพนำพวงมาลัยดอกดาวเรืองสักการบูชาพระสยามเทวาธิราช ก่อนเดินเท้าไปตามถนนและในตลาดเมืองอรัญประเทศ เพื่อพบปะทักทายชาวอรัญประเทศ รวมทั้งแจกใบสมัครสมาชิกพรรคและเซลฟีตลอดเส้นทาง โดยไม่มีการทักท้วงต่อต้านแต่อย่างใด 
    นายสุเทพกล่าวว่า ขณะนี้มีพรรคการเมืองอื่นเริ่มเดินพบปะประชาชนเช่นเดียวกัน ตนยินดีถ้าตนทำแล้วมีพรรคการเมืองอื่นเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีแล้วทำตาม ในวันข้างหน้าพรรคการเมืองต้องให้ความเคารพต่อประชาชนให้มาก ตนออกมาเดินทั้งในกรุงเทพฯ จันทบุรี ตราด สระแก้ว ไม่ได้สร้างปัญหาให้ใครเลย เพราะไม่ได้พูดชวนให้ขัดแย้งกับใคร แต่ชวนประชาชนมาร่วมเป็นเจ้าของพรรคการเมือง และไม่เคยตำหนิพรรคใด ตนมาคารวะประชาชน ไม่ได้มาทะเลาะกับใคร ไม่มีเรื่องที่ต้องไปกลัวใครทั้งสิ้น
    ขณะเดียวกัน ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วได้ส่งรายงานความเคลื่อนไหวของนายสุเทพและคณะต่อผู้บังคับบัญชาทราบอย่างละเอียดด้วย
    นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โพสต์ข้อความสนับสนุนนายสุเทพว่า ลุงกำนันทำถูกต้องที่สุด ต้องตั้งพรรคของประชาชนเท่านั้นให้ประชาชนเข้าร่วมต่อสู้ ขอให้กำลังใจลุงกำนันและทุกท่านที่ร่วมจัดตั้ง มุมานะ พากเพียร และใช้นวัตกรรม เช่น โลกโซเชียล ฯลฯ ทำพรรคของประชาชนให้สำเร็จ เป็นจริงในสังคมไทย 
    นายสุวินัย ภรณวลัย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ แสดงทัศนะเกี่ยวกับการเดินคารวะแผ่นดินของนายสุเทพว่า งานสร้างพรรคการเมืองของประชาชน ยากลำบากแสนสาหัส ดุจลุงโง่ย้ายภูเขา ปล่อยให้ "คนฉลาดที่งอมืองอเท้า" ทั้งหลายจงหัวเราะเยาะ "ลุงโง่" ต่อไปเถิด มีแต่คนถ่อยเท่านั้นที่หัวเราะเยาะความมุมานะบากบั่นของผู้อื่นโดยที่ตัวเองดีแต่ปาก มือไม่พาย งอมืองอเท้า ไม่ว่าจะต้องกินเวลายาวนานแค่ไหน เส้นทางยาวไกลเพียงใด เหล่า "ลุงโง่" ก็ต้อง "เดินคารวะแผ่นดิน" ทั่วประเทศ ปูทางวางรากฐานในการสร้างพรรคการเมืองของประชาชนต่อไปจนกว่าจะสำเร็จให้จงได้ "ลุงโง่" ทั้งหลายสู้ๆ
เรือแป๊ะกำลังจม!
    ขณะที่นายสุเทพ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ) ตอบกลับว่า ชีวิตผมทำงานการเมืองมากว่าสี่สิบปี ผ่านมรสุมร้ายนับครั้งไม่ถ้วน ครั้งนี้ก็เช่นกัน? อุปสรรคที่เกิดจากอคติ เป็นเรื่องธรรมดาโลกที่จะต้องใช้ความอดทน อดกลั้น เป็นอาวุธฝ่าฟันต่อไป วันนี้มี แม้มีผู้จ้องโจมตี แต่ก็มีผู้ที่กรุณาสละเวลาเขียนบทความให้กำลังใจลุงแก่ๆ ผมอ่านแล้วซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก และทำให้ยิ่งมั่นใจว่า ศรัทธาที่แลกด้วยหยาดเหงื่อของพวกเรา พรรครวมพลังประชาชาติไทย จะไม่สูญเปล่า ขอบพระคุณมากครับ
     นายไทกร พลสุวรรณ อดีตแกนนำกลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า เมื่อประชาชนปฏิเสธเผด็จการ พรรคการเมืองที่ประกาศหนุนเผด็จการเผชิญวิบากกรรมทั่วหน้า เริ่มจากผู้นำพรรคถูกกระแสสังคมเบือนหน้าหนี กลายเป็นคนล้มละลายด้านความน่าเชื่อถือ จากฮีโร่ กลายเป็นซีโร่ ประชาชนไม่ "หัวซา" ประชาชนไม่ "สะอึ้นสะออน" ประชาชนไม่ "อีนังขังขอบ" ส่วนคนที่เคยหนุนพรรค ก็บอกให้หยุด ก็บอกให้เลิก เพราะคนไม่เชื่อแล้ว..! ดังปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับพรรคของลุงกำนัน ผู้เข้าร่วมพรรคอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออก กล้ำกลืนฝืนทน ไม่อยากพบหน้าประชาชน และบางคนเริ่มหาทางชิ่ง...หนี..! และพรรคที่จะล้มละลายตามพรรคลุงกำนันหนีไม่พ้นพรรคพลังประชารัฐ อีกไม่นานกลุ่มสามมิตรก็จะประกาศแยกทาง
    "เรือแป๊ะกำลังจมจริงๆ หาใช่วาทกรรมโจมตีใส่ร้าย เรือแป๊ะลำนี้ผู้โดยสารเรือไม่ได้มีเพียงกลุ่มทหารที่ร่วมกันยึดอำนาจรัฐ แต่ยังมีนักการเมือง พรรคการเมือง นักวิชาการ นักกฎหมาย นักธุรกิจ สื่อสารมวลชน ฯลฯ ผู้คนเหล่านี้กำลังตะเกียกตะกายออกจากเรือแป๊ะ เป็นภาพที่น่าสังเวชเสียเหลือเกิน" นายไทกรระบุ 
    ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชุมพล กาญจนะ ประธานคณะกรรมการการหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (กกต.พรรค) แถลงข่าวถึงการขยายเวลาในการใช้สิทธิ์การหยั่งเสียงหัวหน้าพรรคผ่านแอปพลิเคชันว่า วันนี้ทาง กกต.พรรคได้ประชุมร่วมกับคณะกรรมการด้านไอทีของผู้สมัครทั้ง 3 คนก่อนเห็นพ้องกันว่าจะขยายเวลาลงคะแนนหยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรคทางแอปฯ เฉพาะที่เป็นระบบแอนดรอยด์ จากเดิมที่สิ้นสุดวันที่ 3 พ.ย.ให้ไปสิ้นสุดวันที่ 5 พ.ย. เวลา 00.00 น.รวมถึงปรับลดระบบแอนดรอยด์ให้ใช้ได้ถึงเวอร์ชั่น 5 จากเดิมที่ต้องเป็นเวอร์ชั่น 7 จึงจะมีสิทธิ์หยั่งเลือกหัวหน้าพรรคได้ เพื่อหวังขยายจำนวนผู้ใช้สิทธิ์ให้ครอบคลุมมากขึ้น
    ส่วนระบบปฏิบัติการ IOS ที่มีสมาชิกพรรคใช้จำนวนมาก คาดหวังว่าจะให้ใช้ได้ในสัปดาห์นี้ ยังไม่ทราบว่าจะมีการเปิดให้หยั่งเสียงในระบบนี้กี่วัน และจะขอนำไปพิจารณาว่า ถ้าถึงวันที่ 11 พ.ย.ที่เป็นวันประชุมใหญ่ของพรรคเพื่อให้การรับรองหัวหน้าพรรคแล้วสมาชิกยังไม่สามารถเลือกหัวหน้าพรรคผ่านระบบ IOS ได้ จะมีการเลื่อนการประชุมหรือไม่ แต่เบื้องต้นยังไม่มีการเลื่อน ส่วนการใช้สิทธิ์ที่คูหาเลือกตั้งของสมาชิกในเขตภาคอีสานและภาคใต้ ยังเป็นไปตามกำหนดเดิมคือวันที่ 5 พ.ย. ยืนยันว่าขณะนี้มีความพร้อมแล้ว เชื่อว่าคงไม่มีปัญหาอีก
    ด้านนางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ เลขานุการ กกต.พรรค ระบุว่า สำหรับเครื่องลงคะแนนเสียงจำนวน 230 เครื่อง ที่เกิดปัญหา เมื่อวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา ขณะนี้ได้รับการปรับการตั้งค่าโซนเวลาให้ถูกต้อง และมีการทดสอบแล้ว และถูกส่งไปยังหน่วยเลือกตั้งตามจุดต่างๆ ในภาคใต้และภาคอีสานแล้ว ซึ่งเรากำชับผู้ดูแลหน่วยลงคะแนนว่าเมื่อได้รับเครื่องแล้วให้รีบติดตั้ง และเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อทดสอบการใช้งาน แต่ยังไม่ให้มีการลงคะแนนจนกว่าจะถึงเวลา 08.00 น.ของวันที่ 5 พ.ย.
    วันเดียวกัน สวนดุสิตโพล เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,117 คน เรื่อง ประชาชนคิดอย่างไร? กรณีความเคลื่อนไหวทางการเมืองของผู้นำพรรคต่างๆ ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม-3 พฤศจิกายน 2561 สรุปได้ดังนี้ 1.กรณีกิจกรรมเดินคารวะแผ่นดินของนายสุเทพ อันดับ 1 เป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่สามารถทำได้ หลายฝ่ายจับตามอง 42.83%, อันดับ 2 ต้องการลงพื้นที่เพื่อเช็กกระแส ดูการตอบรับของประชาชน 38.30%, อันดับ 3 เดินสายหาเสียง ขอคะแนนเสียงจากประชาชน 30.38%
    ส่วนกรณี พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ ได้เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย อันดับ 1    เป็นไปตามมติพรรค ได้รับการยอมรับอย่างเป็นเอกฉันท์ 44.34%, อันดับ 2 ขอให้ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด รอดูผลงานในฐานะหัวหน้าพรรคต่อไป 34.63%, อันดับ 3 อยากให้พรรคเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น 27.83%
    กรณีการชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์   อันดับ 1    เปิดโอกาสให้สมาชิกได้แข่งขันอย่างยุติธรรม 47.23%, อันดับ 2    แสดงถึงความขัดแย้ง การบริหารพรรคน่าจะมีปัญหา 33.73%, อันดับ 3 เป็นการเปลี่ยนแปลงภายในพรรค ไม่เคยมีมาก่อน น่าสนใจ 30.12%
    สำหรับสิ่งที่อยากฝากบอกพรรคการเมืองไทย คือ อันดับ 1 นึกถึงส่วนรวม เน้นช่วยเหลือประชาชน พัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า 50.17%, อันดับ 2 แข่งขันด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม ไม่เล่นเกมการเมือง 39.84%, อันดับ 3 อยากเห็นการเมืองไทยเข้มแข็ง สามัคคีกัน ไม่ทะเลาะเบาะแว้ง 35.41%.


เชื่ออะไรผมอย่างได้มั้ย? คือผมจะบอกว่า..... เห็นความ "ดิบ-กระแดะ-ด้าน" ของนักเรียน-นักศึกษาใต้ปฏิบัติการล้างสมองของสามสัสแล้ว ไม่ต้องห่วงกันไปหรอกว่า เมื่อพวกนี้โตขึ้น จะเป็นผู้เข้ามากำหนดอนาคตประเทศ

ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?
เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ