บนทางเดิน 'กำนันสุเทพ'


   

    ดู "กำนันสุเทพ" เดิน "คารวะแผ่นดิน" มาหลายวัน
    ชักออกรส.....
    เหมือนดู "หมากรุก" มือเซียนเล่นกัน
    ลุงกำนัน "เดินเบี้ย-เดินเม็ด" เปิดพื้นที่ "รวมพลังประชาชาติไทย" เมื่อ ๒๕ ต.ค.๖๑
    ฝ่ายตรงข้ามทิ่มเบี้ย "ดักทาง-ขัดขา" ม้าและโคน ด้วยชุดวาทกรรมละลายความเชื่อ พร้อมหน่วยสร้างเหตุให้เกิดภาพบิดเบือนสู่ทางลบ และกองกวนโอ๊ย
    การเดินวัน-สองวันแรก นักข่าวที่ตามติดรายงาน "ไม่เปรี้ยง..คนเอือม"!
    จากกรุงเทพฯ......
    "กำนันสุเทพ-ม.ร.ว.จัตุมงคล" ยกคณะ รปช.ไปเดินคารวะแผ่นดินต่อทางภาคตะวันออก
    "จันทบุรี-ตราด-สระแก้ว-ปราจีนบุรี-ระยอง"
    ยิ่งเดิน....
    "ลุงกำนันคารวะแผ่นดิน" ยิ่งเป็นข่าว ทั้งด้านบวก ด้านลบ "ยึดพื้นที่" ตามหน้าหนังสือพิมพ์ หน้าจอโทรทัศน์ และสื่อโซเชียล
    ทุกวันและวันละหลายรอบ!
    กระทั่งนักวิชาการและสื่อสำนักทักษิณ อารามสะใจว่า "สุเทพ..ไม่ปัง" 
    จึงช่วยโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านวิพากษ์หยามหยันให้คนยังไม่รู้ ทั้งมิตรหมายจ้อง ศัตรูหมายปอง ได้รู้ว่า กำนันสุเทพกำลังจะมาคารวะ 
    ทั้งรอบบ่าย-รอบเย็น-รอบค่ำ วันหยุด เพิ่มรอบเช้าให้อีก!
    ใครรัก-ใครชัง-ใครจะสมัครเป็นสมาชิก รปช. "รวมพลังประชาชาติไทย" ของลุงกำนัน ก็เตรียมไว้ 
    กปปส.คณะใหญ่ในรูป "พรรคการเมือง" จะยกมาคารวะและบริการถึงที่!
    ค่ายแดงช่วยเรียกแขกให้แล้ว ค่ายเหลืองก็ยังช่วยอีกแรง
    "ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์" โพสต์เฟซบุ๊ก 
    เฮ้อ! เมืองไทย
    คุณสุเทพ หม่อมเต่า อาจารย์เอนก อาจารย์สุริยะใส
    เลิกเถอะ อย่าทำต่อเลย ผมสงสาร คนเขาไม่เชื่อแล้ว
    ยี่ห้อ "อาทิตย์ อุไรรัตน์" ขายได้.........
    เมื่อคารวะแผ่นดินของลุงกำนัน ถูกคนกันเองเจิมด้วยศอกการุณย์ใส่หน้าแง
    "แก๊งเผาแผ่นดิน" ไม่รีรอสันดานสวมรอยศอกทันที เขียนข้อความ "คารวะทักษิณ" ต่อท้าย ให้คนไม่ประสีประสา เข้าใจว่า
    "ดร.อาทิตย์" ดิสเครดิตสุเทพ "สวามิภักดิ์ทักษิณ"!
    ที่สรุปมานี้.......
    เจตนาอยากให้ท่านดูปรากฏการณ์ "คารวะแผ่นดิน" ของกำนัน โดยถือเป็น "โจทย์ประเทศ"
    แล้วพินิจปฏิกิริยาตอบสนองอันเป็นการ "แก้โจทย์" ในแต่ละฝ่าย ว่าใครแก้-ใครวาง ด้วยมุมคิด แบบไหน-อย่างไร?
    แล้วจะเห็นวิสัยทัศน์.......
    "ใครเหนือใคร" สมควรเลือกไว้ใช้ในงานการเมืองผ่านเลือกตั้ง?
    ภาพรวมของเหตุการณ์ที่เกิดกับบ้านเมืองแต่ละครั้งนั้น
    -"สถานการณ์" เป็นตัวกำหนดเงื่อนไข
    -"เงื่อนไข" เป็นตัวกำหนดวิธีการ
    -"วิธีการ" เป็นตัวกำหนดรูปแบบ
    -"รูปแบบ" เป็นตัวบ่งชี้วิสัยทัศน์ประมวลผล
    -"วิสัยทัศน์ประมวลผล" เป็นคำตอบ "สำเร็จ-ล้มเหลว"
    ดูตามกรอบนี้ จะเห็นว่า....... 
    ฝ่ายที่ว่าไม่เปรี้ยง เพราะตีโจทย์ "คารวะแผ่นดิน" ของลุงกำนัน เป็นโจทย์เดียวกับโจทย์ตัวอย่าง เมื่อปี ๕๖-๕๗ 
    จึง "ยึดคิด" ว่า พลันกำนันสุเทพเดิน.........
    "มวลมหาประชาชน" เป็นแสนๆ ล้านๆ จะต้องพรั่งพรูออกมาแห่หน้า-ห้อมหลัง
    แต่การณ์กลับกัน วันนี้ ลุงกำนัน ตัวแทน กปปส.ออกเดิน.........
    กลับโด่เด่ มีแต่คนเมิน คนต้าน มวลมหาประชาชนทั่วแผ่นดินที่เคยเห็นเป็นล้านๆ ครั้งนี้ เหมือนให้กำลังใจ "อยู่ในมุ้ง"
    การเมืองฝ่ายตรงข้าม จึงสรุปกันตอนนี้
    สุเทพเสื่อมแล้ว..คนไม่เชื่อมนต์อีกแล้ว..เลิกเถอะ!
    ก็จะเห็นว่า.....
    เป็นการยึดเอาสถานการณ์หนึ่ง เป็น "โมเดลสรุป" ตายตัว ในทุกสถานการณ์ของความเป็น "กำนันสุเทพ"
    สถานการณ์ครั้งนั้น ปี ๕๖-๕๗ กับ ขณะนี้ ปี ๖๑-๖๒ มันต่างกัน
    ปี ๕๖-๕๗ เป็นความเร่าร้อนของประชาชนทั้งประเทศ ต่อการบริหาร "โกงบ้าน-กินเมือง" ที่สุกงอม
    ประชาชนพร้อม เมื่อกำนันสุเทพนำ ด้วยรองเท้าผ้าใบกับใจถึง.........
    ปรากฏการณ์ "มวลมหาประชาชน" เต็มถนน-ล้นเมือง จึงปรากฏ
    ส่วนปี ๖๑-๖๒ นี้ บ้านเมือง "คนละสถานการณ์" กับปี ๕๖-๕๗ 
    คือขณะนี้ เป็น "สถานการณ์" พรรคการเมืองเตรียมการสู่การเลือกตั้ง ที่หวังกันว่า ๒๔ กุมภา ๖๒  ที่จะถึง
    พิเคราะห์ตามนี้ จึงเห็นชัด......
    วันนั้น กับ วันนี้ มัน "คนละสถานการณ์"!
    แต่เมื่อไปเอาสถานการณ์ "ขับไล่กาลีเมือง" มาเป็นโจทย์เดียวกับ "สถานการณ์เลือกตั้ง"
    ที่สรุป "สุเทพไม่เปรี้ยง".......
    ระวัง ด้วยการตีโจทย์ผ่านสถานการณ์ผิด จะนำสู่วิสัยทัศน์ประมวลผลพลาด 
    กั๊กความสะใจไว้ครึ่งๆ ก่อนดีกว่า จะได้ไม่เสียหน้า ถ้าไม่เปรี้ยงในถนนของสุเทพวันนี้ ดันไปปังในคูหาวันนั้น 
    ส่วนลุงกำนัน.......
    ดูแล้ว การเดินคารวะแผ่นดินของเขา เดินด้วยกำหนดโจทย์สถานการณ์อย่างว่า
    คือ ปี ๕๖-๕๗ คนทั้งประเทศ อยู่ในสถานการณ์ "จัญไรกินเมือง" เรียกร้องให้ขับไล่
    เมื่อไม่มีใครรับภาระ "กำนันสุเทพ" จึงเป็นตัวนำ
    ขับเคลื่อนในนาม........
    "คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข-กปปส."
    ด้วยตีโจทย์สถานการณ์นั้นถูกต้อง จึงนำไปสู่วิธีการขับไล่ตัวเสนียดได้บรรลุผล
    เมื่อนำการเดินคารวะแผ่นดินร่วม ๑๐ วัน ของกำนันสุเทพมาตีค่า จะเห็นว่า.......
    "พรรครวมพลังประชาชาติไทย" ที่ลุงกำนันก่อร่างสร้างต่อเพื่อมวลมหาประชาชน
    ทั้งดอกไม้และก้อนอิฐ มาจากวิสัยทัศน์ประมวลผลที่ "ได้ผล" คุ้มค่า
    เพราะเป็นพรรคเกิดใหม่ คะแนนเลือกตั้ง เป็นหวังแรกก็จริง แต่ไม่ใช่เป้าหมายแรกของพรรคเกิดใหม่
    การทำให้ "คนทั้งประเทศ" ได้รู้ว่า.......
    เลือกตั้ง ๒๔ กุมภามี "พรรครวมพลังประชาชาติไทย" โดยลุงกำนันสุเทพ 
    ส่งคนลงสมัคร ส.ส. "ขอคะแนน" เป็นตัวแทนมวลมหาประชาชนเข้าสู่สภาด้วย
    ตรงนี้ ด้วยเวลาจำกัดและเพิ่งเกิด ทำอย่างไรให้มวลมหาประชาชนได้รู้ทั่วกัน 
    ว่า กปปส.มีตัวแทนลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรครวมพลังประชาชาติไทย ให้รู้กันออกไปกว้างๆ ได้ทันเลือกตั้ง 
    จึงเป็นความสำคัญเฉพาะหน้า "เร่งด่วน" ที่ต้องทำในวิถีทางที่ถูกต้อง ในทุกรูปแบบ
    เหมือนขงเบ้งหาวิธีรอดตายจากแผนจิวยี่ ที่ให้ไปหาเกาทัณฑ์มาให้ได้ ๑ แสนดอก ภายใน ๗ วัน 
    ขงเบ้งจึงไปลอยเรือหลอกล่อให้กองทัพโจโฉระดมเกาทัณฑ์ใส่ ได้มาเป็นล้านดอก ฉันใด
    ฝ่ายที่สร้างแผนส่งคนไปดิสเครดิตกำนันเดินคารวะแผ่นดิน แล้วนำมาโพนทะนาประจานตามสารพัดสื่อต่างๆ นานา
    เท่ากับช่วยโฆษณา ช่วยออกข่าวการเกิด-การมีพรรครวมพลังประชาชาติไทยของลุงกำนัน ให้แพร่ออกไปทั่วทุกสารทิศโดยพลัน ฉันนั้น
    รอให้รู้จากคณะลุงกำนันเดินไปคารวะแผ่นดิน กว่าจะครบ ๗๗ จังหวัด ไม่ทันกิน-ทันการณ์แน่!
    นี่เป็นกลยุทธ์หนึ่งที่อดีตนายกฯ "สมัคร สุนทรเวช" นิยมใช้ และได้ผล
    "ไม่ต้องชมผม ด่าก็ได้ แต่ขอให้เขียนถึงผมบ่อยๆ ก็แล้วกัน"
    พรรคไหน นักการเมืองคนไหน จะนำสูตรนี้ไปใช้ก็ได้ ก่อนใช้ พนมมือ นึกถึงท่านก่อนละกัน
    การเดินแนะนำพรรค กับการนำมวลชนขับไล่โจร มันคนละอารมณ์กัน 
    ฉะนั้น จะสรุปว่า คนออกมา-ไม่ออกมาห้อมหน้าตอมหลังกำนัน เป็นสำเร็จหรือล้มเหลว มันผิวเผินเกินไป
    แต่กำนันสุเทพก็ต้องใคร่ครวญเช่นกัน..........
    พิเคราะห์ผ่านเลือกตั้งไปสู่สภา "๑-๑๐" ที่ว่านับถ้วนแล้ว นั้น
    มองว่ายัง "ถี่ลอดตาช้าง-ห่างลอดตาเล็น" ในบางประเด็นเลือกตั้งจะพลาดได้ จากเรื่องง่ายๆ ที่มองเห็น
    แต่เป็น "ช่องใหญ่" ที่คนจะตัดสินใจไปอีกทาง?


ก็ ๑๐ ปีแล้ว......... นึกย้อนทีไร บาดแผลอัปยศเมื่อครั้งไทยเป็น "ประธานอาเซียน" เมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๒ ปวดแปลบทีนั้น! ยิ่งเห็นประเทศไทย โดย "พลเอกประยุทธ์" ในฐานะนายกฯ รับมอบตำแหน่ง "ประธานอาเซียน" ต่อจาก "นายลีเซียนลุง" นายกฯ สิงคโปร์ เมื่อ ๑๕ พ.ย.๖๑

ไม่มีอะไรที่"ทำแล้ว"คนไม่ต้าน
จาก 'มิ่งขวัญ' ถึงคน 'หน้านิ่ง'
'ดูเขา-ดูเรา' ประชาธิปไตยใบสั่ง
ถ้าราบรื่นก็ผิดวิสัยราชการ?
เลือกตั้ง 'ฉบับนอกรัฐธรรมนูญ'
'ชอบแบบไหน' เลือกไปเลย