'กัญชากับท่าทีใหม่รัฐบาล'


   

    "การเมือง" เรื่องของคน "กินเมือง"        
    ดูเขาไปก่อน........
    มาคุยเรื่อง "กัญชา" ที่จะเปลี่ยนจากยาเสพติดเป็น "พืชสมุนไพร" ทางการแพทย์ของเราดีกว่า
    ฟังที่ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกฯ และ รมว.ยุติธรรมบอกเมื่อวาน (๖ พ.ย.๖๑) 
    แบบนี้ พอจะเรียกได้ว่า "ปลดล็อกกัญชา" เข้าท่าหน่อย!
    คือ จากกรอบเดิม.......
    ยกกัญชาจากประเภท ๕ ไปอยู่ประเภท ๒ ให้องค์การเภสัชฯ มีเพื่อสกัดสารใช้ทางการแพทย์ เฉพาะ ๔ กลุ่มโรค หลายฝ่ายบอก แบบนั้น......
    แทนที่จะปลด กลับล็อก ๒ ชั้นเลย!
    แต่แบบที่ พล.อ.อ.ประจินบอกเมื่อวาน ความเห็นผม "เข้าท่า" ตามหลักการ "ค่อยเป็น-ค่อยไป"
    เพราะยังไงๆ กัญชา มันก็คือกัญชา
    แต่ "คนใช้-คนเสพ" นี่ซี 
    "มาตรฐานกลาง" ในคำว่า "สำนึกและรับผิดชอบ" มันอยู่ตรงไหน ตอบยากจริงๆ!
    ฉะนั้น การเปิดเต็มร้อย ยังไงๆ ก็เกิดโทษ มากกว่าเป็นคุณ
    เอาล่ะ สรุปคืบหน้าคร่าวๆ เป็นว่า ทาง สนช.ส่วนหนึ่งและคณะกรรมาธิการฯ รับฟังความเห็นหลากหลายด้านแล้ว
    มองเห็นประโยชน์-โทษในความเป็น "ขุมทรัพย์" กัญชา โดยเฉพาะที่จะใช้ทางการแพทย์ ว่ามันละเอียดซับซ้อนมาก
    เห็นควรแยกเป็น พ.ร.บ."เฉพาะเรื่อง"
    และขณะนี้ สนช.ก็ได้ยกร่างขึ้นใหม่เรียบร้อยแล้ว 
    มีไม่กี่มาตรา จะแจกแจงให้ทราบในที่ประชุม สนช.วันศุกร์ ที่ ๙ พ.ย.นี้
    รัฐบาลก็เห็นชอบในหลักการนี้ 
    มอบให้ "นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร" รมว.สาธารณสุข ไปฟังเนื้อหาร่างฯ ใหม่และรับเรื่องจากที่ประชุม สนช.ในวันนั้น
    แล้วให้นำมาเสนอขอความเห็นชอบที่ประชุม ครม.อังคารที่ ๑๓ พ.ย.นี้เลย
    ถ้า ครม.อนุมัติ ก็จะส่งร่างฯ ให้ สนช.นำเข้าที่ประชุมพิจารณาออกเป็นกฎหมายให้เสร็จภายในเดือนกุมภา ๖๒
    นี่คือขั้นตอนการปรุง.....
    เมื่อปรุงเสร็จแล้ว หน้าตาของอาหารจานกัญชาเพื่อการแพทย์จะเป็นยังไง น่ากิน หรือน่ายี้ 
    ก็ฟังที่รองฯ ประจินอรรถาธิบายดู ท่านย้ำว่า นี้...เพื่อเป็นการ "ปลดล็อก" จริงๆ     
    ในความที่กัญชา เกี่ยวโยงกฎหมายหลายฉบับ หลายด้าน ทั้งยูเอ็นก็ควบคุม
    เมื่อไทยเราก้าวสู่นวัตกรรมประเทศ การคิดประดิษฐ์วิจัยเอง มันต้องมี
    ดังนั้น ตอนนี้......
    รัฐบาลตั้ง "คณะทำงานร่วม" ระหว่างกระทรวงยุติธรรม กับกระทรวงสาธารณสุข 
    ทำหน้าที่ "รวบรวม-เรียบเรียง" ข้อมูลความเป็นมาของงานวิจัยกัญชาทั้งหมด
    ทั้งสมัยใหม่-สมัยเก่า ประโยชน์ที่ได้รับ และข้อเสนอในการนำกัญชามาใช้ทางการแพทย์
    จากคิดเดิม มุ่งใช้วิจัยเอา "สารสกัด" ใช้ทางการแพทย์ปัจจุบัน ๔ กลุ่มโรค และให้เฉพาะองค์การเภสัชฯ
    แต่ตามคิดใหม่-ร่างฯ ใหม่....... 
    จะเป็นร่างกฎหมาย "ปลายเปิด" ไปสู่แพทย์แผนไทย ตำรับภูมิปัญญาไทย 
    ว่าด้วย "น้ำมันกัญชา" ที่นักวิจัยไทยประดิษฐ์คิดค้นเป็นผลสำเร็จระดับหนึ่ง และใช้แพร่หลาย "ใต้ดิน" มานานแล้ว
    เนี่ย...คณะกรรมการฯ ก็จะรวบรวมอยู่ในกระบวน "วิสัยทัศน์กัญชา" ใหม่
    ในมิติ ประเทศไทย "คิดได้-ทำได้" ด้วยภูมิปัญญาไทย ทั้งขาย-ทั้งใช้ของเราเอง
    ไม่ต้องให้ อย.ต้องเสียเงินซื้อจากนอกมาใช้เหมือนทุกวันนี้
    จากงานวิจัยและทดลอง ปรากฏผลแน่ชัดแล้วว่า.....
    ทั้งสารสกัด ทั้งน้ำมันกัญชา 
    ใช้เป็นส่วนผสมในสูตรยารักษาโรคสำคัญๆ เช่น อัลไซเมอร์ พาร์กินสัน หืดหอบ มะเร็ง ได้ผลกว่า  ๗๐% 
    ยังไม่ต้องพูดถึงสรรพคุณด้านระงับความเจ็บปวด ปลอกประสาทอักเสบ คลื่นไส้ อาเจียนในผู้ป่วยมะเร็งเคมีบำบัด โรคลมชักในเด็ก และ ฯลฯ
    จากกรอบใหม่นี้ แสดงให้รู้ว่า.....
    รัฐบาล คสช.จริงใจ เปิดรับความคิดเห็นรอบด้าน ด้วยวิสัยทัศน์นวัตกรรม ๔.๐ จริงๆ
    ก็ถึงคำถามต่อไป เมื่อปลดล็อกไปสู่ทั้งแพทย์ปัจจุบัน-แพทย์แผนไทย กัญชาที่จะใช้วิจัย-ใช้สกัด จะเอามาจากไหน?
    รองฯ ประจินมีคำตอบว่า.......
    "จะนำพันธุ์กัญชามาปลูกในพื้นที่ควบคุมซึ่งมีอุณหภูมิ น้ำ แสง ที่เหมาะสม 
    ทั้งกระบวนการการ 'สกัดน้ำมัน' ต้องทำในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ 
    แล้วนำไปผสมเป็นสูตรในการรักษาโรค     
    รวมถึงต้องมีแพทย์และผู้ป่วยที่สมัครใจเข้ารับการรักษาด้วยสารดังกล่าว 
    ซึ่งตรงนี้ ต้องได้รับการรับรองจาก 'สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา' (อย.)
    การนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการนำเข้ายาจากต่างประเทศ 
    รวมถึงจะเปิดโอกาสให้นักวิจัยและผู้ประกอบการทำธุรกิจตรงนี้เป็นธุรกิจที่พึ่งพาตนเองในประเทศ 
    อย่างไรก็ตาม.....
    เมื่อมีกฎหมายออกปลดล็อกเรื่องการใช้ประโยชน์จากกัญชาแล้ว 
    จะกำหนดผู้ทำหน้าที่ดูแลการผลิตและผู้ควบคุมการรักษา ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์" 
    อืมมมม...รัฐบาลนี้ นายกฯ ประยุทธ์ใหญ่สุด ผมว่านะ
    แต่เรื่องกัญชา อย."ใหญ่สุด"!
    ดูตามเทอมเลือกตั้ง ๒๔ กุมภา ๖๒ แล้ว ไม่แน่ใจว่า ทุกอย่างตามที่ว่า จะเรียบร้อยทันรัฐบาลนี้?
    ถึงร่างฯ ผ่าน สนช.ออกมาเป็นกฎหมายแล้ว ก็ใช่ว่าการปลดล็อกจะรื่นปรื๊ด 
    เพราะยังต้องไปแก้กฎกระทรวงสาธารณสุขอีก ว่าด้วยเรื่องการได้มาซึ่งแหล่งกัญชาเพื่อนำไปสู่กระบวนการสกัด 
    มันจะตกท้องช้างช่วง "เปลี่ยนผ่าน" รัฐบาล 
    แล้วทุกอย่าง ก็จะกลับสู่ที่เดิม!
    ผมว่านะ เรื่องกัญชา ถ้าตกผลึกในความคิดเห็นแล้ว ผู้นำ คสช.ใช้ ม.๔๔ สารพัดเรื่อง
    ก็ใช้ "ปลดล็อก" กัญชา ซักเรื่องไม่ได้หรือ?
    เพราะถ้าครึ่งๆ กลางๆ "องค์การเภสัชกรรม" ก็เป็นหน่วยนำร่องผลิต "น้ำมันสารสกัด" จากกัญชามาใช้ทางการแพทย์ไม่ได้
    เมื่อไม่ได้........
    การระดมหน่วยงานด้านการวิจัยและมหาวิทยาลัยต่างๆ มาร่วมมือกัน 
    ผลิตแล้วขึ้นทะเบียนกับ อย.เพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์สมัยใหม่ มันก็ไปไม่ถึง
    ยิ่ง "แพทย์ทางเลือกและแพทย์แผนไทย" ไม่ต้องพูดเลย
    มัน "แท้งคาท้อง" ไปก่อนด้วยซ้ำ!
    ผมอาจ "ตีตนไปก่อนไข้" ก็ได้ ไงก็ ตามดูก็แล้วกัน 
    แต่ขอย้ำ กัญชายังเป็น "ยาเสพติด" ตามกฎหมาย
    ปลดล็อกเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์เท่านั้น
    ไม่ใช่เสรีแบบเอาไปพ่นควัน-หั่นใส่แกงกันได้เสรี!
    แต่แค่รัฐบาลมีแนวคิด "จะปลูกกัญชาในพื้นที่ควบคุม" ก็พอมองเห็น "ทางข้างหน้า" วิบๆ ไหวๆ
    ในความเป็น "พืชเศรษฐกิจ" ตัวใหม่
    "ไร่กัญชา" เพื่ออุตสาหกรรมยา "เห็นรำไร"!


ก็ ๑๐ ปีแล้ว......... นึกย้อนทีไร บาดแผลอัปยศเมื่อครั้งไทยเป็น "ประธานอาเซียน" เมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๒ ปวดแปลบทีนั้น! ยิ่งเห็นประเทศไทย โดย "พลเอกประยุทธ์" ในฐานะนายกฯ รับมอบตำแหน่ง "ประธานอาเซียน" ต่อจาก "นายลีเซียนลุง" นายกฯ สิงคโปร์ เมื่อ ๑๕ พ.ย.๖๑

ไม่มีอะไรที่"ทำแล้ว"คนไม่ต้าน
จาก 'มิ่งขวัญ' ถึงคน 'หน้านิ่ง'
'ดูเขา-ดูเรา' ประชาธิปไตยใบสั่ง
ถ้าราบรื่นก็ผิดวิสัยราชการ?
เลือกตั้ง 'ฉบับนอกรัฐธรรมนูญ'
'ชอบแบบไหน' เลือกไปเลย