คนรุ่นใหม่'ทษช.'สะดุ้ง!เด็กเจ้หน่อยแขวะเน้นหน้าตา-รวยมากกว่ากึ๋นทำงานในสภา


   

7 พ.ย.61 - นายวัฒนา เซ่งไพเราะ สมาชิกพรรคเพื่อไทย และหนึ่งในส.ส.คนสนิทคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง กล่าวถึงกรณีพรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.)เปิดตัว พร้อมกับนำอดีตส.ส. คนรุ่นใหม่พรรคเพื่อไทยไปร่วมงานด้วยจำนวนมากว่า กติกาทำให้พรรคต้องแตกกันโดยชอบตามรัฐธรรมนูญ ที่มีคนรุ่นใหม่ไปร่วมงานการเมืองด้วย ขอพูดถึงในภาพรวม ไม่ได้เจาะจงถึงพรรคใด อยากให้สื่อเมื่อเจอหน้านักการเมืองรุ่นใหม่ ไปสอบถามนักการเมืองรุ่นใหม่ รู้หรือไม่ว่า ส.ส.ในสภาฯทำหน้าที่อะไรบ้าง ซึ่งหน้าที่ส.ส.มีทั้ง กลั่นกรองกฎหมาย ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ พิจารณางบประมาณ เป็นคนที่ต้องเถียงแทนประชาชน หลายพรรคที่มีนักการเมืองรุ่นใหม่ หลายคนไม่ได้จบทางนิติศาสตร์ ซึ่งไม่ตรงกับสายงาน การไปนำเด็กรุ่นใหม่มา โดยไม่คำนึงถึงว่า เด็กพวกนี้จะทำงานในสภาฯ ทำหน้าที่ส.ส. กลั่นกรองกฎหมายได้หรือไม่ ไม่ใช่เอาแต่คนหน้าตา หล่อเหลา รวยๆไป สมมุติบริษัทๆหนึ่ง อยากได้คนเก่งบัญชีไปทำงานด้วย แต่ไปเอาคนหน้าตาหล่อไป แต่ทำบัญชีไม่เป็น อย่างนี้บริษัทไม่เจ๊งหรือ

“คนรุ่นใหม่ในพรรคการเมืองมีได้ แต่ควรจะให้ไปดู ช่วยคิดนโยบายก่อน เมื่อพรรคได้เป็นรัฐบาล ค่อยผลักดันให้ไปช่วยงานบริหารพรรคการเมืองมีคนรุ่นใหม่ได้ ยิ่งจบกฎหมาย จบเนติบัญญัติยิ่งดีเลย ไม่ใช่ใครก็ได้หล่อ ลูกหลาน หน้าตาดี เพื่อจะเอามือเขามาโหวตให้เป็นรัฐบาล เลยทำให้คนกลุ่มหนึ่ง พวกที่เป็นข้าราชการผู้ใหญ่ดูแคลน สภาผู้แทนราษฎรว่า กระจอก ทุเรศ มีแต่คนไม่มีคุณภาพ จะหาคนมาเป็นส.ส. ต้องตระหนักถึงหน้าที่วันข้างหน้าที่เขาจะไปทำด้วย วันนี้เห็นแล้ว ว้าเหว่ ดูแล้วกลุ้มใจ ที่พูดคือมองในภาพรวม ไม่ได้บอกถึงพรรคใดพรรคหนึ่ง”นายวัฒนากล่าว

นายวัฒนากล่าวว่า คนที่ออกจากพรรคเพื่อไทยไป ส่วนหนึ่งคงเป็นเรื่องพื้นที่ คนที่เป็นสก.ก็อยากลงส.ส. คนที่ไม่มีที่พยายามไปอยู่อีกที่ เพื่อจะได้แสดงบทบาทได้ เพื่อพิสูจน์ตัวเองให้ประชาชนเห็น ส่วนจะลงเขตไหนอย่างไร เป็นเรื่องที่ทางพรรคนั้นจะพิจารณาเอา แต่คิดว่าพรรคที่มีแนวคิดประชาธิปไตย ถ้าส่งก็ต้องตัดกันเอง สมมุติเขตหนึ่ง คะแนนทิ้งห่างกันมาก คนชนะเดิมเคยได้ 7หมื่น คราวหน้าอาจเหลือ3-5หมื่นคะแนน ส่วนอันดับรองลงมา ที่สองอาจได้2.5หมื่นคะแนน ที่สามได้ 1หมื่นคะแนน ที่ชนะที่หนึ่งลอยไป ไม่ต้องพูดถึงได้เขต แต่ทุกคนะแนนที่เหลือยังจะถูกนำมาคำนวนให้ได้ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ คิดว่าบางพรรคคงจะส่งคนลงในเขตที่ดูแล้ว จะมีผลต่างระหว่างผู้ชนะอันดับหนึ่งกับอันดับสองอย่างชัดเจน ส่วนพื้นที่ไหนจะแพ้กันอย่างฉิวเฉียด คงจะไม่ส่ง แต่แบบนี้ก็ดี จะทำให้ ผู้สมัครแต่ละพรรคแข่งกันเดินลงพื้นที่ แข่งกันทำคะแนน 

ถามถึงกระแสข่าวแกนนำพรรคบางคนน้อยใจคุณหญิงสุดารัตน์ ที่ไม่เรียกประชุมวงยุทธศาสตร์เลือกตั้ง ส่วนบางส่วนที่น้อยใจหนักเลยย้ายพรรคไปร่วมงานกับพรรคไทยรักษาชาติไปเลย นายวัฒนากล่าวว่า ในบรรยากาศแบบนี้ คุณหญิงอาจเผลอไปบ้าง เพราะแกนนำบางคนมีข่าวออกมาตลอดจะไปอยู่พรรคเพื่อธรรม เพื่อชาติ เลยไม่ถูกเชิญให้เข้ามาร่วมประชุม คนไมถูกเชิญอาจรู้สึกน้อยใจ ก็เป็นได้ แม้แต่ภาคกทม.ทุกวันนี้ ยังไม่มีการประชุมกัน ภาคกทม.บางส่วนก็แอบน้อยใจคุณหญิง แต่เมื่อดูจากงานที่คุณหญิงทำ ก็เข้าใจเห็นไปทั้งอีสาน ประชุมร่วมกับตะวันออก เดี๋ยวก็ไปโคราช ซึ่งการที่คุณหญิงสุดารัตน์เข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้ มารับภาระหนักและเสี่ยงมาก น่าเห็นใจคุณหญิง ใครที่อยู่ในบรรยากาศแบบนี้ ควรเห็นใจซึ่งกันและกัน จะมาโทษท่านไม่ได้ ถ้าจะโทษต้องโทษรัฐธรรมนูญ ที่เขียนออกมาแบบนี้ ทำให้พรรคต้องทำแบบนี้ ภาวะแบบนี้ทุกคนมีหน้าที่อะไร ควรไปทำหน้าที่ของตัวเองก่อน

“ผมเจอคุณหญิงบ้าง แกก็เครียดๆ คนวิ่งมาทั้งเหนือ อีสาน ตะวันออก ท่านก็ไปประชุมตรงนั้นที ตรงนี้ที เห็นแล้วก็เหนื่อยแทนท่าน ผมก็ยังถามคุณหญิง เขตผมเป็นอย่างไรบ้างครับ คุณหญิงยังบอก อาจารย์มาช่วยงานพรรค ช่วยดูเรื่องกฎหมายกันนะ ทุกวันนี้คุณหญิงรับภาระหนักและเสี่ยงมาก”นายวัฒนากล่าว


ก็ ๑๐ ปีแล้ว......... นึกย้อนทีไร บาดแผลอัปยศเมื่อครั้งไทยเป็น "ประธานอาเซียน" เมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๒ ปวดแปลบทีนั้น! ยิ่งเห็นประเทศไทย โดย "พลเอกประยุทธ์" ในฐานะนายกฯ รับมอบตำแหน่ง "ประธานอาเซียน" ต่อจาก "นายลีเซียนลุง" นายกฯ สิงคโปร์ เมื่อ ๑๕ พ.ย.๖๑

ไม่มีอะไรที่"ทำแล้ว"คนไม่ต้าน
จาก 'มิ่งขวัญ' ถึงคน 'หน้านิ่ง'
'ดูเขา-ดูเรา' ประชาธิปไตยใบสั่ง
ถ้าราบรื่นก็ผิดวิสัยราชการ?
เลือกตั้ง 'ฉบับนอกรัฐธรรมนูญ'
'ชอบแบบไหน' เลือกไปเลย