ไม่พลาด!'จาตุรนต์'โหน'เพนกวิน'ด่ารัฐ-ผู้มีอำนาจ


เพิ่มเพื่อน    

12 พ.ค.2564 - นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) โพสต์เฟซบุ๊กมีเนื้อหาว่าเพนกวินและน้องๆ บางคนได้รับการประกันตัวออกมาแล้ว หลังจากต่อสู้มายาวนาน

เพนกวิน ถูกคุมขังมาตั้งแต่ 9 ก.พ.2564 พร้อมแกนนำอีกหลายคน ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ามีความผิด หลังจากนั้นทั้งเพนกวินและผู้คนในสังคมหลายฝ่ายต่างก็ช่วยกันต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิประกันตัวซึ่งเป็นสิทธิมนุษยชนพื้นฐานที่ทุกคนควรได้รับ มาอย่างต่อเนื่อง กระทั่ง 15 มี.ค.2564 เพนกวินได้ประกาศต่อศาลว่าจะอดอาหารเพื่อประท้วงเรื่องสิทธิประกันตัว

หลังศาลไต่สวนคำร้องขอประกันตัวครั้งที่ 10 (11 พ.ค.2564) เพนกวินถึงได้รับสิทธินั้น ทั้งๆ ที่เป็นสิทธิโดยชอบที่เขาควรได้รับตั้งแต่แรก 

ทำให้เขาต้องถูกคุมขังอยู่นานกว่า 91 วัน และต้องอดอาหารไปกว่า 57 วันเพื่อเรียกร้องสิทธิและความยุติธรรม 
ต้องย้ำว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเขาตั้งแต่ถูกดำเนินคดีเป็นต้นมา แสดงให้เห็นถึงความอยุติธรรมและไร้มนุษยธรรมของกระบวนการยุติธรรมไทยอย่างชัดแจ้ง

สิทธิในการประกันตัวระหว่างพิจารณาคดี เป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ที่ควรจะต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ถูกกล่าวหานั้นเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด ดังนั้นจึงเป็นสิทธิที่ทุกคนควรได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน 

แต่ที่ผ่านมามีการคุมขังพวกเขาไว้โดยไม่มีเหตุผล เป็นความไม่ยุติธรรมอย่างยิ่ง 

วันนี้ยังมีผู้เห็นต่างจากรัฐ ผู้ต้องขังทางการเมืองที่ต้องเผชิญกับความอยุติธรรมและความโหดร้ายของผู้มีอำนาจอยู่อีกหลายคน และยังมีหลายครอบครัวที่ต้องขมขื่นจากระบบที่ไม่ยุติธรรมนี้ บางคนมีรายงานด้วยว่าติดเชื้อโควิด-19 ขณะที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นอย่างยิ่ง

การปล่อยให้ผู้ต้องขังในเรือนจำติดเชื้อโควิด เป็นความบกพร่องของรัฐ ควรจะมีการสอบสวนว่าพวกเขาติดมาจากไหน อย่างไร เมื่อพบว่ามีคนหนึ่งติดเชื้อโควิดแล้วกลับยังไม่รีบดูแลคนอื่นๆ ที่มีความเสี่ยงหรือต้องอยู่ใกล้กันให้ดี ไม่ช่วยให้เขาได้รับการประกันตัว ทั้งๆ ที่เป็นสิทธิโดยชอบของเขา ถือเป็นความโหดเหี้ยมของผู้มีอำนาจทั้งหลาย

ที่ผ่านมากระบวนการยุติธรรมของไทยถูกตั้งคำถามอย่างมากมาหลายเรื่องมาอย่างต่อเนื่อง แม้กระทั่งคนที่เคยติดคุกในต่างประเทศเพราะกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดก็กลับถูกตัดสินให้สามารถเป็นรัฐมนตรีต่อไปได้ วันนี้ยิ่งถูกตั้งคำถามในเรื่องสิทธิมนุษยชนพื้นฐานซ้ำอีก สั่นคลอนศรัทธาในกระบวนการยุติธรรมอย่างยิ่ง 


การที่ "ไต้หวัน" ตกอยู่ในสภาพ "เศรษฐีขาดไฟ" เป็นกรณีศึกษาด้าน "สะท้อนคิด" คือ โควิดมารอบแรก ไต้หวันสยบราบคาบ

๗ ปี"ไล่นายกฯ"อย่างเดียว
"วิจัย-พัฒนา"ถึง"หมากัด"
"รัฐบาลทำดีแต่มีคนเซ็ง"
เมื่อนายกฯ ชื่อ "พิธา"
มิติ"ปัจจุบัน-อนาคต"
เมื่อ"มั่นใจ"ก็ไปท่องเที่ยว