ออมตามรอยพ่อ 'ศิริราช'จัดปีที่2


   

    คณบดีศิริราชเผยอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา คืบหน้าไปมาก เดินหน้าตกแต่งภายใน ตลอด 25 ชั้น ทุกชั้นบันทึกพระบรมราโชวาทในหลวง ร.9 หวังคนรุ่นหลังซึมซับ ชี้ยังขาดงบซื้อครุภัณฑ์แพทย์ เดินหน้าออมเพื่อให้ ตามรอยพ่อปี 2 ผลิตกระปุกทรงงานเพิ่มอีก 3 แสนใบ เปิดโอกาสคนห่างไกล
    เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนนี้ โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ จัดกิจกรรม ออมเพื่อให้ ตามรอยพ่อ ปีที่ 2 สร้างวินัยการออม ตามรอยพระราชจริยวัตร กษัตริย์นักออม และศาสตร์พระราชา ในการดำเนินชีวิตให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมของในหลวงรัชกาลที่ 9 สมทบทุน เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์ อาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา อาคารศูนย์การแพทย์ของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล พระราชปณิธานสุดท้ายของพระองค์เพื่อผู้ป่วยด้อยโอกาส ณ ห้องประชุมชั้น 8 ห้องเจ้าพระยา รพ.ศิริราชฯ
    ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวถึงการก่อสร้างตึกนวมินทรบพิตร 84 พรรษา ซึ่งได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ว่า การก่อสร้างขณะนี้รุดหน้าไปมากแล้ว โครงสร้างอาคารทั้ง 25 ชั้นแล้วเสร็จ อยู่ระหว่างการตกแต่งภายใน ชั้นที่ 1-2 และชั้นใต้ดิน รวมถึงการติดตั้งครุภัณฑ์ทางการแพทย์บางส่วน ทั้งนี้ การจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์กำหนดเป้าหมายไว้ที่ 1,800-2,000 ล้านบาท ขณะนี้ประชาชนได้บริจาคมาแล้ว 1,000 ล้านบาท ซึ่งประชาชนยังสามารถบริจาคเพื่อสมทบทุนได้อย่างต่อเนื่อง คาดว่าในเดือนมีนาคม 2562 จะเปิดให้บริการบางส่วนเพื่อลดความแออัดของคนไข้ที่มาใช้บริการโรงพยาบาลศิริราช และเป็นการทดสอบระบบก่อนเปิดอาคารนวมินทรบพิตรฯ อย่างเป็นทางการภายในวันที่ 5 ธันวาคม 2562
     “ภายในอาคารทั้ง 25 ชั้น ในแต่ละชั้นจะมีการบันทึกพระบรมราโชวาทของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม สุขภาพ และวัฒนธรรม เพื่อที่อีก 40 ปีข้างหน้า คนรุ่นหลังจะได้ระลึกถึงพระองค์ และซึมซาบสิ่งเหล่านี้ร่วมกัน พร้อมกันนี้ยังมีประติมากรรมของเหล่าศิลปินแห่งชาติ พร้อมแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานที่จะนำมาติดตั้งที่อาคารเพื่อให้ประชาชนได้ชม สำหรับอาคารใหม่นี้จะมีครุภัณฑ์แพทย์ใหม่ เช่น เครื่องฉายแสงสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง เดิมมี 3 เครื่องและไม่เพียงพอ ทำให้ผู้ป่วยบางรายต้องรอถึง 6 เดือน และบางรายต้องเดินทางไปรักษาที่ จ.ราชบุรี โดยจะจัดซื้อเพิ่มอีก 5 เครื่อง เพิ่มโอกาสการรอดชีวิตให้ประชาชนได้มาก" นพ.ประสิทธิ์กล่าว 
    สำหรับโครงการออมเพื่อให้ ตามรอยพ่อ ปีที่ 2 นพ.ประสิทธิ์กล่าวว่า หลังจากที่จัดทำโครงการออมเพื่อให้ ตามรอยพ่อในปีแรกนั้น ได้รับเสียงตอบรับดีจากประชาชนกว่า 139,000 คน เป็นเงินบริจาค 113 ล้านบาท ด้วยอยากสานต่อพระราชปณิธานด้านการออม จึงได้ขอพระบรมราชานุญาตจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทำกิจกรรมออมเพื่อให้ ตามรอยพ่อ ในปีที่ 2 เพื่อเป็นการร่วมเฉลิมพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 10 ที่ทรงสืบสานพระราชปณิธานและพระราชกรณียกิจของพระราชบิดา โดยจะจัดทำกระปุกออมเงินสัญลักษณ์จำลองอุปกรณ์ทรงงาน 3 รูปแบบ ได้แก่ วิทยุสื่อสาร กล้องถ่ายรูป พระราชพาหนะทรงงาน แบบละ 1 แสนชิ้น รวมทั้งหมด 3 แสนชิ้น ซึ่งผลิตขึ้นใหม่ทั้งหมด 
    ด้าน ศ.คลินิก นพ.ประดิษฐ์ ปัญจวีณิน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ กล่าวว่า กิจกรรมออมเพื่อให้ ตามรอยพ่อปีนี้ ต่างจากปีที่ผ่านมา คือเปิดโอกาสให้คนที่อยู่พื้นที่ห่างไกลได้เข้าร่วมกับโครงการมากขึ้น โดยมีธนาคารกรุงเทพเข้ามาช่วยเหลือในด้านการจัดการ ตลอดจนกระบวนการเพื่ออำนวยความสะดวก โดยรูปแบบการออมในปีนี้เน้นให้ประชาชนได้ฝึกฝนการออมทุกวัน ขั้นที่ 1 เริ่มจากการลงทะเบียนที่ธนาคารกรุงเทพทุกสาขา ในวันที่ 16-25 พ.ย.61 หรือสมัครผ่านช่องทางออนไลน์ที่เว็บไซต์ www.savingforgiving.com ในวันที่ 23-25 พ.ย.61 โดยมีเงื่อนไขการสมัครคือ 1 บัตรประชาชนต่อ 1 สิทธิ์ เพื่อแลกรับกระปุกได้ไม่เกิน 3 กระปุก ขั้นที่ 2 ออมเงินทุกวัน โดยสร้างวินัยการออมที่บ้าน มีระยะเวลาในการออม นับตั้งแต่วันนี้-15 ม.ค.2562 กำหนดเป้าหมายเงินออม 450 บาทต่อกระปุก ขั้นที่ 3 โอนเงินออมพร้อมรับกระปุกที่ธนาคารกรุงเทพสาขาที่เลือกไว้ วันที่ 16-22 ม.ค. หรือช่องทางไปรษณีย์เริ่มจัดส่งตั้งแต่ 1 ก.พ.2562. 


จำกันไว้ง่ายๆ นะ...........ปี ๒๕๖๒ นี้วันที่ ๑๗ กรกฎาคม ตรงกับวันพุธ แรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ ปีกุน เป็นวัน "เข้าพรรษา"และวัน/เดือน/ปี เดียวกันนี้

ล้างมรดก คสช.=ดับอนาคตใหม่
จับ 'อุตตม' เป็นตัวประกัน?
ทำไม 'ธนาธร' เดินสายต่างประเทศ?
"ครม.ปู" ดีกว่า "ครม.ลุง" จริงหรือ?
เศรษฐกิจ 'ชี้ขาด' รัฐบาลลุงตู่
ทักษิณ 'วางมือหรือวางเพลิง'