จากบ้อง(ทำท่า)สู่อุตสาหกรรม


   

    คุยเรื่องกัญชาแล้วมันเคลิบเคล้ม 
    วันนี้ ต้องอีกซักจ๊วบ!
    เพราะเห็นรัฐบาลจริงจังที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มจากกัญชาทางการแพทย์ นำไปสู่ความเป็นพืชอุตสาหกรรมในอนาคต
    ก็อยากนำมาบอกให้รู้กันไว้ 
    มันไม่สนุกหรอก แต่ทนสนใจกันบ้างก็ดี เพราะเรื่องนี้ มีความหมายทางการแพทย์และทางอุตสาหกรรม เป็นอนาคตประเทศเรามาก
    ๙ พ.ย.คือ พรุ่งนี้ พ.ร.บ.ที่ยกร่างใหม่ สมาชิก สนช.จะแจกแจงให้รัฐบาลฟังในสภา ว่าจะเอา-ไม่เอา
    เท่าที่ฟังรองนายกฯ "พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง" พูด ร่างใหม่ ตอบโจทย์ประเด็นกัญชาส่วนสัมพันธ์ชาวบ้านกว้างขวางขึ้น โดยมีสาระถึง
    -การขออนุญาตปลูกและผลิตในพื้นที่ควบคุม 
    -การขออนุญาตครอบครอง โดยแพทย์, เภสัชกร ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้ป่วยที่จะครอบครองและพกพา 
    ต้องมีใบรับรองแพทย์ และครอบครองได้ปริมาณจำกัด  
    ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข, อย., ป.ป.ส.จะร่วมดูแลการปลูกการใช้ประโยชน์จากกัญชา, กระท่อม แบบมีเงื่อนไข
    ครอบคลุมถึงพัฒนาสู่ความเป็นอุตสาหกรรม ที่ชาวบ้านจะมีส่วนร่วมในอนาคต
    ภายใต้การควบคุมและการอนุญาตจากทางการ
    แต่ต้องเข้าใจให้ชัด........
    ยังไงๆ กัญชา ก็ยังเป็นยาเสพติด เปิดเสรีให้ปลูก ให้มี ให้ใช้ ตามใจชอบไม่ได้ 
    พอดี เมื่อวาน (๗ พ.ย.๖๑) ทาง ป.ป.ส.ส่งเอกสารเป็นประเด็น "ปลดล็อกกัญชา" มา 
    คงด้วยเห็นว่า ผมพูดบ่อย 
    พูดโดยไม่มีฐานความรู้-ความเข้าใจถูกต้องสอดคล้องกฎหมาย อาจทำให้สาระถูกเบี่ยงเบน
    แล้วที่เบี่ยงเบนนั้น จะไปสร้างความเข้าใจผิดๆ กับคนอ่านด้วย 
    ป.ป.ส.ก็เลยให้ความรู้เป็น "ฐานข้อมูล" มา แบ่งกันอ่านนะ จะได้เป็นภูมิเรื่องกัญชาไปด้วยกัน
    ๑."ปลดล็อก" กฎหมายเกี่ยวกับกัญชาแปลว่าอะไร?
    ตอบ คือการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายให้มนุษย์เสพกัญชาได้ เพื่อวัตถุประสงค์ ๒ ประการ คือ
    (๑) เสพเพื่อศึกษาวิจัย สร้างองค์ความรู้ใหม่ เช่น รักษาโรคชนิดหนึ่งชนิดใดได้หรือไม่?
    (๒) เพื่อให้แพทย์นำไปใช้รักษาโรคได้
    ๒.ทำไมไม่อนุญาตให้ชาวบ้านปลูกใช้กัญชา?
    ตอบ กรอบการปลดล็อกให้ใช้กัญชาในประเทศไทย ควรยังอยู่ภายใต้กรอบการนำไปใช้เพื่อศึกษาวิจัย หรือเพื่อประโยชน์ในทางการแพทย์ 
    ยังไม่ขยายไปถึงการอนุญาตให้ชาวบ้านปลูกหรือใช้กัญชา
    อย่างไรก็ตาม......
    ในอนาคต มีผลการทดลองในมนุษย์ที่แน่นอนแล้ว และยาจากกัญชาขึ้นทะเบียนเป็นตำรับยาแล้ว 
    ต้องมีเพิ่มการผลิตกัญชาที่มีคุณภาพเข้าสู่อุตสาหกรรมยา 
    ชาวบ้านอาจเข้าโครงการร่วมกับรัฐ ปลูกกัญชาป้อนสู่ตลาดยา เพิ่มรายได้ให้แก่ครอบครัวได้
    ทั้งนี้ รัฐมีแผนการพัฒนากัญชาสู่อุตสาหกรรมยารองรับไว้แล้ว
    ๓.ทำไม "ปลดล็อก" ใช้กัญชาทางการแพทย์ได้แค่ ๔ โรค?
    ตอบ กระทรวงสาธารณสุข แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ แบ่งคณะทำงานย่อยออกเป็น ๔ คณะทำงาน ได้แก่
    คณะทำงานด้านสายพันธุ์, ด้านการสกัด, ด้านการใช้ทางการแพทย์ และด้านทำงานการควบคุม
    คณะทำงานด้านการใช้ทางแพทย์นี้เอง ที่ได้ตรวจสอบการวิจัยในประเทศไทยแล้ว พบว่า
    ผลการศึกษาเกี่ยวกับกัญชาที่ชัดเจนในสัตว์ทดลอง มีเฉพาะการรักษา ๓ โรค ได้แก่
    (๑) ลดอาการคลื่นไส้อาเจียนในผู้ป่วยที่ได้รับเคมีบำบัด
    (๒) ลดอาการโรคลมชักในเด็ก
    (๓) ลดอาการปวดเกร็งในผู้ป่วยโรคปลอกประสาทอักเสบ
    ขั้นตอนต่อไป เมื่อปลดล็อกกฎหมายแล้ว คือทดสอบยากับผู้ป่วยซึ่งเป็นอาสาสมัครในโครงการวิจัยใน ๓ กลุ่มนี้ก่อน     
    ถ้าได้ผลทดสอบสำเร็จ จึงจะอนุญาตให้แพทย์สั่งยากับผู้ป่วยใน ๓ กลุ่มโรคนี้ได้
    ส่วนโรคอื่นๆ ที่มีการวิจัยในต่างประเทศ ว่าใช้กัญชารักษาได้ เช่น โรคจิตเวช โรคอัลไซเมอร์ โรคนอนไม่หลับ โรคมะเร็ง เป็นต้น ต้องผ่านการวิจัยตามลำดับขั้นก่อน
    ได้แก่ เอกสาร ห้องแล็บ สัตว์ทดลอง และมนุษย์ จึงจะนำมาใช้ได้
    เหตุที่ต้องมีการศึกษาวิจัยหรือทดลองก่อน.....
    เนื่องจากการนำยามารักษาผู้ป่วยได้มีหลักเกณฑ์ว่า ต้องขึ้นทะเบียนเป็นตำรับยา 
    และการขึ้นทะเบียนเป็นตำรับยา ต้องมีการศึกษาวิจัยตามลำดับขั้นดังกล่าว เป็นหลักเกณฑ์ที่เป็นสากลทั่วไป
    ๔.ใช้กัญชาในฐานะแพทย์ทางเลือกได้หรือไม่?
    ตอบ ก่อนปี พ.ศ.๒๕๒๒ หรือก่อน พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.๒๕๒๒ ใช้บังคับ พบหลักฐานว่าเคยมีการใช้ประโยชน์จากกัญชาทางการแพทย์ทางเลือกหรือ "แพทย์แผนไทย" ซึ่งมีกว่า ๕๐ ตำรับยา
    แต่คณะทำงานด้านการใช้ทางการแพทย์ ได้ข้อสรุปในการนำกัญชาใช้ในฐานะพืชสมุนไพรหรือแพทย์ทางเลือก ว่า     
    แม้จะเคยมีการใช้มาก่อน.......
    แต่เป็นระยะเวลายาวนานถึง ๓๙ ปีแล้ว จึงต้องทำการศึกษาวิจัยก่อน
    โดยได้คัดเลือกตำรับยา ๘ ตำรับยา เพื่อจะศึกษาวิจัยในมนุษย์ในกลุ่มโรค ๔ กลุ่ม ดังนี้
    (๑) กลุ่มคลายเครียด ตำรับยาศุกไสยาศน์
    (๒) กลุ่มโรคมะเร็งตับ: ตำรับยาแก้ฝีรวงผึ้ง จากจารึกวัดโพธิ์ (เช้า) เบญจอำมฤตเข้ากัญชา (น้ำกระสาย คือ ดีเกลือ กาละเสมหะ ปิตตะ วาตะ) ทัพยาธิคุณ (กาละเสมหะ) และ ยาน้ำมันสนั่นไตรภพ
    (๓) กลุ่มแก้ปวดเมื่อย/กันชัก:ตำรับทำลายพระสุเมรุ (ท้องมาน)
    (๔) กลุ่มกษัย (เบาหวาน):ตำรับยาขาวแท่งทอง (จารึกวัดโพธิ์) ยาปถวีอาโปวาโย (จารึกวัดโพธิ์) และยาทัพยาธิคุณ
    การวิจัยลำดับแรก เป็นกลุ่มโรคมะเร็งตับ โดยตำรับยา กลุ่ม (๒) ที่ใช้รักษามะเร็งตับ
    ๕.ดอก-ใบกัญชา ยังเป็นยาเสพติดประเภท ๕ เท่ากับการปฏิเสธแพทย์แผนไทยหรือไม่?
    ตอบ สารสำคัญที่พบในกัญชา มีมากกว่า ๔๐๐ ชนิด แต่สารสำคัญในกัญชาที่นำมาทำเป็นยา ที่พบเป็นสารหลักสำคัญในกลุ่ม cannabinoids และมีผลต่อจิตประสาท 
    มี ๒ ชนิด คือ THC และ CBD
    โดยตัวรับการทำงานของสารกลุ่มนี้ในร่างกาย เรียกว่า CB ที่แบ่งเป็น CB1 และ CB2    
    ซึ่ง CB1 พบการแสดงออกส่วนใหญ่ในประสาทส่วนกลาง มีผลให้ THC ออกกฤทธิ์ส่วนใหญ่ในประสาทส่วนกลาง
    สำหรับ CB2 พบในส่วนอื่นๆ และพบมากที่เซลล์เม็ดเลือดขาว และสัมพันธ์กับระบบภูมิคุ้มกัน
    ผลการศึกษาต่างๆ พบว่า THC ส่งผลเฉียบพลันให้ร่างกายผ่อนคลายและมีความรู้สึกสนุก 
    แต่มีอาการข้างเคียงต่อจิตประสาท กระวนกระวาย ซึมเศร้า มีความพร่องในความจำและการเรียนรู้ 
    ตลอดจนการทำงานของระบบเคลื่อนไหวและการพูดและการใช้ศัพท์ มีผลต่อการเต้นของหัวใจ และความดันโลหิต
    ดังนั้น การมองพืชสมุนไพร ต้องมอง ๒ ด้าน ทั้งด้านสรรพคุณและโทษ และต้องรักษาสมดุลของทั้งสองด้าน
    หากปล่อยปละละเลยโดยไม่จำกัด ปราศจากการศึกษาวิจัย ย่อมเกิดผลกระทบต่อผู้ป่วยผู้ใช้ยาในด้านความปลอดภัย
    การขับเคลื่อนของรัฐในการปลดล็อกกัญชาควรจะเป็นไปตามขั้นตอน 
    เป็นการนับหนึ่งที่แข็งแรง เพื่อจะได้มีก้าวต่อๆ ไปอย่างมั่นคง
    ครับ....
    นี่เป็น "ฐานข้อมูล" จากส่วนพัฒนาและวิจัยกฎหมาย กองกฎหมาย สำนักงาน ป.ป.ส.
    ทำความเข้าใจกันไว้ จะได้ตามเรื่องได้รู้เรื่อง 
    เรื่องปลูกกัญชา ตอนนี้ "องค์การเภสัชกรรม" ของคุณหมอโสภณ เมฆธน เพื่อใช้ในงานวิจัยและสกัดสารใช้ทางอุตสาหกรรมยา 
    เป็นรูปธรรมมาก!
    ที่คลอง ๑๐ ปทุมธานี โรงงาน "องค์การเภสัชฯ" เตรียมการ "สกัดสารต้นแบบ" กัญชา ทางการแพทย์แล้ว
    ในปี ๖๒ จะมี "โรงงานกึ่งอุตสาหกรรม" ผลิตสารสกัดกัญชาและปลูกกัญชาทางการแพทย์ครั้งแรก 
    จะทำไร่กัญชาในพื้นที่ ๑,๕๐๐ ไร่ ที่หนองใหญ่ ชลบุรี ตั้งโรงงานผลิต เป็นคอมเพล็กซ์ กันเลยทีเดียว
    พร้อมทั้งวิจัยและผลิตสมุนไพรอื่นๆ เช่น สมุนไพร บัวบก ขมิ้นชัน เป็นต้น
    ฟังแล้ว ชาวบ้านชื่นใจ แต่ถ้ารัฐบาลเปลี่ยน นายกฯ ไม่ใช่ "ประยุทธ์ จันทร์โอชา"
    "อุตสาหกรรมกัญชา" อาจมีพวกรวยแล้วไม่โกงนำเข้าสู่ระบบ "สัมปทาน"
    ตามนโยบาย........
    "เอาไปแบ่งกันโกง"!


ถ้ามีการจัดอันดับ "ข่าวน่ารังเกียจแห่งปี"ผมโหวตให้ ข่าว............"นายกสภามหาวิทยาลัย, กรรมการสภามหาวิทยาลัย"  ที่พยายามทำตัว "เหนือการตรวจสอบ" ตามกฎหมาย ป.ป.ช.ครองอันดับ ๑!

จาก 'มิ่งขวัญ' ถึงคน 'หน้านิ่ง'
'ดูเขา-ดูเรา' ประชาธิปไตยใบสั่ง
ถ้าราบรื่นก็ผิดวิสัยราชการ?
เลือกตั้ง 'ฉบับนอกรัฐธรรมนูญ'
'ชอบแบบไหน' เลือกไปเลย
"เลือกตั้ง" มีอะไรมากกว่าที่คิด?