'เพื่อไทย' บี้ 4 รมต.ลาออก หลังใช้ตำแหน่งการเมืองเอาเปรียบพรรคอื่น


   

8 พ.ย.61 - นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐได้รับการรับรองจาก กกต. โดย4 รมต.ประกอบด้วย นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมว.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ควรแสดงสปิริตลาออกจากทุกตำแหน่งในรัฐบาล เพราะเป็นการเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่น รวมทั้งส่อว่าจะกระทำผิด พรป.พรรคการเมือง พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.

นายชวลิต กล่าวว่า นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกกต.เคยให้ความเห็นกรณี 4 รมต.มีกิจกรรมพบปะประชาชนที่คลองลัดมะยมกทม.เพื่อสอบถามปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนประกอบการจัดทำนโยบายพรรค สามารถกระทำได้ ถ้าไม่ได้ใช้เวลาราชการและทรัพยากรของรัฐ แต่ตนมีข้อมูลและมีความเห็นว่า รมต. 4 ท่าน ใช้ทรัพยากรของรัฐสนับสนุนพรรคพลังประชารัฐชัดเจน

นายชวลิต กล่าวว่า 4 รมต. ถือเป็นทรัพยากรบุคคลของรัฐ เพราะรับเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าพาหนะ ฯลฯ จากการตั้งงบประมาณของสำนักนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐ ในฐานะที่ทั้ง 4 รมต. เป็นข้าราชการการเมือง ซึ่งเป็นทรัพยากรบุคคลของรัฐ เมื่อ4 รมต.ซึ่งเป็นทรัพยากรของรัฐเอาตัวตนและตำแหน่งหน้าที่สนับสนุนการทำกิจกรรมของพรรค ถือเป็นการเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่น

ส่วนจะเป็นการกระทำผิดตามพรป.พรรคการเมือง พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.หรือไม่ เป็นหน้าทึ่ของ กกต.ที่จะดำเนินการตาม พรป.กกต.มาตรา 22 ที่ให้อำนาจ กกต.ไว้ว่า ให้สอดส่องดูแลเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย โดยไม่มีข้อจำกัดของเวลาว่าจะต้องมี พรฎ.กำหนดวันเลือกตั้ง แต่ กกต.สามารถดำเนินการได้ตลอดเวลา ตนเห็นว่า 4 รมต. ที่มีตำแหน่งในพรรคประชารัฐ ส่อว่าได้กระทำผิดกฎหมายดังกล่าวข้างต้นในประเด็นใช้ทรัพยากรของรัฐสนับสนุนพรรคการเมือง เพราะนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. เคยวินิจฉัยไว้ในกรณีนี้ว่า ห้ามใช้ทรัพยากรของรัฐสนับสนุนการทำกิจกรรมพรรคการเมือง

นายชวลิต กล่าวว่า ลำพังข้อครหา ข้อวิพากษ์วิจารณ์ว่า ฝ่ายบริหารในรัฐบาลนี้ไม่เป็นกลาง เพราะเป็นทั้งผู้เล่น และเป็นทั้งกรรมการ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ความเชื่อมั่นประเทศก็ไม่เหลือ ใครจะรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น ดังนั้นทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องควรร่วมมือกันทำให้ประเทศได้รับความเชื่อมั่นด้วยการจัดการเลือกตั้งอย่างเสรีและเป็นธรรม ก็จะเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนโดยส่วนรวม โดยเฉพาะ กกต.หากเห็นว่า  4 รมต.กระทำผิดจริง ก็ควรดำเนินการตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมาให้สังคมเห็น ความเชื่อมั่นประเทศก็จะกลับคืนมา


ก็ ๑๐ ปีแล้ว......... นึกย้อนทีไร บาดแผลอัปยศเมื่อครั้งไทยเป็น "ประธานอาเซียน" เมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๒ ปวดแปลบทีนั้น! ยิ่งเห็นประเทศไทย โดย "พลเอกประยุทธ์" ในฐานะนายกฯ รับมอบตำแหน่ง "ประธานอาเซียน" ต่อจาก "นายลีเซียนลุง" นายกฯ สิงคโปร์ เมื่อ ๑๕ พ.ย.๖๑

ไม่มีอะไรที่"ทำแล้ว"คนไม่ต้าน
จาก 'มิ่งขวัญ' ถึงคน 'หน้านิ่ง'
'ดูเขา-ดูเรา' ประชาธิปไตยใบสั่ง
ถ้าราบรื่นก็ผิดวิสัยราชการ?
เลือกตั้ง 'ฉบับนอกรัฐธรรมนูญ'
'ชอบแบบไหน' เลือกไปเลย