คลังแจงรีดภาษีของเค็ม-มัน เพราะเป็นห่วงสุขภาพประชาชน ปัดรัฐบาลถังแตก!


   

 

คลังโต้รัฐบาลถังแตก! แจงรีดภาษีของเค็ม-มัน เพราะเป็นห่วงสุขภาพไตของคนในประเทศ ระบุอยู่ระหว่างศึกษาแพคเก็จภาษีสรรพสามิตชงรวบเก็บภาษีรถจักรยานยนต์ เล็งชงคลังสิ้นปีนี้ พร้อมโยนพาณิชย์-สาธารณสุขตัดสินใจรีดภาษีบุหรี่ไฟฟ้า

นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า การเก็บภาษีสรรพสามิตสินค้าที่ใช้ไขมันทรานส์และสินค้าที่มีความเค็มยังอยู่ระหว่างการศึกษา ยืนยันว่าไม่ได้มีผลบังคับใช้ในเร็ว ๆ นี้ โดยความจำเป็นที่ต้องมีการเก็บภาษีสินค้าดังกล่าวนั้น เพราะต้องการดูแลสุขภาพของคนในประเทศ เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่ช่วยส่งเสริมนวัตกรรม อุตสาหกรรมใหม่ (New S Curve) และมุ่งเน้นเรื่องสุขภาพอนามัย ซึ่งในระยะยาวจะเป็นการช่วยลดภาระงบประมาณค่ารักษาพยาบาล และยืนยันว่าแนวทางการเก็บภาษีดังกล่าวไม่ได้เกิดจากรัฐบาลถังแตก จนต้องการหารายได้เพิ่มแต่อย่างใด

“ไม่เกี่ยวว่ารัฐบาลถังแตก เรื่องภาษีสินค้าที่มีความเค็มและใช้ไขมันที่ไม่ดี เป็นเรื่องนโยบายที่จะช่วยดูแลสุขภาพของคนในชาติ กินเค็มมากไปก็เป็นโรคไต ส่วนไขมันทรานส์แม้จะห้ามมีการนำเข้าแต่กระบวนการผลิตก็อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งจะต้องไม่ให้มีอยู่ในอาหาร กรมสรรพสามิตต้องการเปลี่ยนบทบาทที่ถูกมองว่า เป็นกรมที่จัดเก็บภาษีบาป ซึ่งหมายความว่ายิ่งเก็บภาษีได้มาก ผลเสียกับประชาชนก็มาก มาเป็นกรมภาษีที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทย” นายพชร กล่าว

อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวอีกว่า การเก็บภาษีสินค้าที่มีความเค็มและไขมันทรานส์จะไม่กระทบกับผู้บริโภค เพราะเป็นการเก็บภาษีต้นทางกับผู้ประกอบการ เช่นเดียวกันกับการเก็บภาษีสินค้าที่มีความหวาน โดยจะจัดเก็บกับกลุ่มสินค้าที่มีลักษณะเป็นแพ็คเกจ มีการระบุตัวเลขปริมาณโซเดียมที่ชัดเจน ซอสปรุงรส บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และขนมขบเคี้ยวต่าง ๆ  แต่ไม่รวมอาหารสำเร็จรูปแช่แข็ง เพราะจะไม่เป็นธรรมกับผู้ประกอบการ โดยหลักการหากสินค้าที่สามารถลดความเค็มหรือไม่มีไขมันทรานส์ ควรจะมีราคาขายที่ต่ำกว่า แต่ปัจจุบันของยิ่งเค็มมากกลับขายถูกกว่า ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกมาก

ทั้งนี้ กรมสรรพสามิตอยู่ระหว่างพิจารณาแพ็คเกจภาษีสรรพสามิตทั้งหมด ซึ่งรวมถึงภาษีสินค้าที่มีความเค็มและไขมัน ภาษีสรรพสามิตรถจักรยานยนต์ที่จัดเก็บตามปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และคาดว่าจะเสนอกระทรวงการคลังพิจารณาได้ภายไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2562 หรือภายในสิ้นปี 2561

อย่างไรก็ดี ในส่วนกรณีที่จะมีการจัดเก็บภาษีบุหรี่ไฟฟ้านั้น กรมฯ ยืนยันว่าพร้อมจัดเก็บภาษี เพราะมีอัตราภาษีอยู่ในพิกัดตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิตฉบับใหม่ แต่การตัดสินใจว่าจะเก็บภาษีบุหรี่ไฟฟ้าหรือไม่ ขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงพาณิชย์ ที่น่าจะมีข้อมูลที่ชัดเจนถึงความจำเป็นในการจัดเก็บภาษีมากกว่า และที่ผ่านมาที่ไม่เก็บภาษี เพราะสาธารณสุขเห็นว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่มีความเสี่ยงต่อการทำลายสุขภาพ โดยที่ผ่านมา 3 เดือน กรมดำเนินการจับกุมบุหรี่ไฟฟ้าที่ขายผ่านทางออนไลน์ มีการฟ้องร้องไปแล้วกว่า 80 คดี คิดเป็นค่าปรับ 5 ล้านบาท


ก็ ๑๐ ปีแล้ว......... นึกย้อนทีไร บาดแผลอัปยศเมื่อครั้งไทยเป็น "ประธานอาเซียน" เมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๒ ปวดแปลบทีนั้น! ยิ่งเห็นประเทศไทย โดย "พลเอกประยุทธ์" ในฐานะนายกฯ รับมอบตำแหน่ง "ประธานอาเซียน" ต่อจาก "นายลีเซียนลุง" นายกฯ สิงคโปร์ เมื่อ ๑๕ พ.ย.๖๑

ไม่มีอะไรที่"ทำแล้ว"คนไม่ต้าน
จาก 'มิ่งขวัญ' ถึงคน 'หน้านิ่ง'
'ดูเขา-ดูเรา' ประชาธิปไตยใบสั่ง
ถ้าราบรื่นก็ผิดวิสัยราชการ?
เลือกตั้ง 'ฉบับนอกรัฐธรรมนูญ'
'ชอบแบบไหน' เลือกไปเลย