'รังสิมันต์'ว่าที่ท่านส.ส.ค่าย'ธนาธรส้มหวาน' ประกาศลั่นจะเป็นศัตรูกับการรัฐประหาร


   

9 พ.ย.61- ที่อาคารไทยซัมมิท ชั้น 5 นายรังสิมันต์ โรม และ นายปิยรัตน์ จงเทพ หรือ “โตโต้” 2 แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง และสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ เดินทางมากรอกใบสมัคร ว่าที่ผู้ลงรับสมาครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ของพรรคอนาคตใหม่ โดยมีสมาชิกกลุ่มคนอยากเลือกตั้งบางส่วน มาให้กำลังใจ และมอบดอกไม้แก่ทั้ง 2 คน โดยนายรังสิมันต์ ลงสมัครในแบบปาร์ตี้ลิสต์ ขณะที่นายปิยรัตน์ ลงสมัครในแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ที่ เขต 1 จ.กาฬสินธุ์

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า วันนี้เตรียมหลักฐานมาพร้อม หากไม่โดนศาลตัดสินจำคุกระหว่างทาง ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร สำหรับก้าวต่อไปของการต่อสู้ เพื่อให้ประชาธิปไตยกลับมาในประเทศไทย ตนเชื่อว่าเราและพรรคอนาคตใหม่จะสามารถร่วมทางกันได้ในการต่อสู้ทางการเมือง  เพราะ ที่ผ่านมา เราพิสูจน์ให้สังคมได้เห็นแล้วว่า เราสู้อย่างเต็มที่เพื่ออุดมการณ์ประชาธิปไตย

นายรังสิมันต์ กล่าวว่าตนเชื่อว่าพรรคอนาคตใหม่อยู่บนถนนของประชาธิปไตยอย่างเช่นที่เราเคยทำมา หลายคนที่เป็นมิตรสหายในวงการเดียวกัน บางคนก็เข้ามาทำงานกับพรรคอนาคตใหม่ก่อนพวกเราบ้างแล้ว เพราะเราติดทำกิจกรรม ซึ่งตอนที่ตนทำกิจกรรมกลุ่มคนอยากเลือกตั้งอยู่ เรามีความคาดหวังที่จะเห็นนักการเมืองเข้ามามีส่วนร่วมกับเรา แต่มีแค่นักการเมืองที่แสดงตัวเป็นปัจเจกชน ที่ไม่ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของการต่อสู้ในภาพใหญ่

“ครั้งนี้จะเป็นการเชื่อมกันของภาคประชาชนและนักการเมือง เราต้องคาดหวังกับพรรคการเมืองหลังจากนี้ ต้องมีบทบาทมากขึ้น การรัฐประหารที่เกิดขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ พรรคการเมืองที่เคยมีไม่ได้ต่อสู้เต็มที่กับเรื่องนี้ ขณะที่แรงบันดาลใจที่ทำให้ผมตัดสินใจได้เด็ดขาด คือ ผู้บัญชาการทหารบก คนปัจจุบัน ที่ไม่รับประกันว่ารัฐประหารจะไม่เกิดขึ้น และผมขอประกาศเป็นศัตรูกับการรัฐประหารที่จะเกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้า” นางรังสิมันต์ กล่าว

ถามว่า หากกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง เคลื่อนไหว จะกลับไปร่วมด้วยหรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า เราแบ่งงานกันทำอย่างชัดเจน ซึ่งกลุ่มคนอยากเลือกตั้งก็ดูการเคลื่อนไหวของภาคประชาชน ทั้งนี้ ต้องดูเป็นประเด็น หากเป็นเรื่องเกี่ยวกับประชาธิปไตย ตนคิดว่าเรื่องนี้ ร่วมงานกันได้ ไม่มีปัญหา แต่บทบาทของตน อาจไม่ใช่เป็นแกนนำไปขึ้นเวทีปราศรัยเหมือนก่อน กรณีนี้การแยกบทบาทให้ชัดเจนเป็นเรื่องสำคัญ เราต้องรู้ว่าเราเป็นใคร และกำลังทำอะไร ซึ่ง วันนี้เราปฏิเสธไม่ได้ว่าการเมืองแบ่งเป็น 2 ขั้ว คือ ขั้วเผด็จการ และขั้ว ประชาธิปไตย ไม่ใช่เรื่องสีแดง สีเหลือง อีกต่อไป แต่อยู่ที่ ทหาร หรือ ประชาชน.


ก็ ๑๐ ปีแล้ว......... นึกย้อนทีไร บาดแผลอัปยศเมื่อครั้งไทยเป็น "ประธานอาเซียน" เมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๒ ปวดแปลบทีนั้น! ยิ่งเห็นประเทศไทย โดย "พลเอกประยุทธ์" ในฐานะนายกฯ รับมอบตำแหน่ง "ประธานอาเซียน" ต่อจาก "นายลีเซียนลุง" นายกฯ สิงคโปร์ เมื่อ ๑๕ พ.ย.๖๑

ไม่มีอะไรที่"ทำแล้ว"คนไม่ต้าน
จาก 'มิ่งขวัญ' ถึงคน 'หน้านิ่ง'
'ดูเขา-ดูเรา' ประชาธิปไตยใบสั่ง
ถ้าราบรื่นก็ผิดวิสัยราชการ?
เลือกตั้ง 'ฉบับนอกรัฐธรรมนูญ'
'ชอบแบบไหน' เลือกไปเลย