'เกียรติยศ' ฮีโร่พาฟุตซอลไทยเข้าชิงสมัยที่ 14


   

ทีมฟุตซอลไทย เฉือน อินโดนีเซีย เจ้าถิ่น 3-2 ช่วงต่อเวลาพิเศษ หลังเสมอในเวลา 2-2 "มิกซ์" เกียรติยศ แฉล้มเขตร์ ซัดประตูชัย ในศึกฟุตซอลชิงแชมป์อาเซี่ยน 2018 รอบรองชนะเลิศ โดยไทยได้เข้าไปป้องกันแชมป์สมัยที่ 14  

         การแข่งขันฟุตซอลชิงแชมป์อาเซียน 2018 เมื่อวันที่ 9 พ.ย. ที่ผ่านมา เป็น รอบรองชนะเลิศ ระหว่างทีมชาติไทย พบ เจ้าภาพ ทีมชาติอินโดนีเซีย โดยผลงานของทั้งสองทีมในรอบแบ่งกลุ่มเริ่มที่ ทีมชาติไทย เก็บชัยชนะ 3 นัดรวด( ชนะ ติมอร์-เลสเต 14-0 , ชนะ บรูไน 17-0 และ ชนะ เวียดนาม  ) ผ่านเข้ามาสู่รอบนี้ในฐานะแชมป์สาย บี ส่วน อินโดนีเซีย ชนะ 2 แพ้ 1 ( ชนะ เมียนมาร์ 5-1 , แพ้ มาเลเซีย 5-7 และ ชนะ กัมพูชา 13-0 ) ผ่านเข้ารอบมาในฐานะอันดับสองของสาย เอ

        ในเวลาเสมอกัน 2-2 โดย ไทยได้ประตูจาก  อภิวัฒน์ แจ่มเจริญ ในนาทีที่ 6 และ นาทีที่ 12  ส่วนเจ้าถิ่น อินโดนีเซีย ได้จาก อัลดี คูซเตียนวาน นาทีที่ 22 และจุดโทษในนาทีสุดท้ายของ มูฮัมหมัด ไฟดาซา ในช่วงต่อเวลา ไทย มาได้ประตูชัยของ เกียรติยศ แฉล้มเขตร์  ในนาทีสุดท้ายของช่วงต่อเวลา ทำให้  ทีมชาติไทยเอาชนะ อินโดนีเซีย 3-2 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ

        หลังเกม เคนสุเกะ ทากาฮาชิ  กุนซือญี่ปุ่นของอินโดนีเซียกล่าวว่า  อินโดนีเซียเล่นได้ดีในแม็ตช์นี้ สู้ได้ดี  แต่ครึ่งแรกเราพลาดไปหน่อย ไม่ค่อยแข็งแรง เพิ่งมาตื่นในครึ่งหลัง  นักเตะเราต้องการประสบการณ์อีกสักหน่อย เพื่อจะเรียนรู้ว่าเมื่อไรที่จะช้าหรือเร็ว หรือเล่นในจังหวะกดดัน  สิ่งเหล่านี้ผู้เล่นจะได้เรียนรู้มากขึ้น

        ด้าน ปูลปิส ของไทยกล่าวว่า อินโดนีเซียเป็นทีมที่ดีและแข็งแกร่ง ซึ่งจุดนี้เรารู้อยู่เเล้ว จึงต้องมีสมาธิและเตรียมมาอย่างดี ในช่วงแรกเราทำได้ดีเเละขึ้นนำ 2-0 แต่ช่วงท้ายครึ่งแรกเราแผ่วลงไปก่อนมาเสียประตู และเกมในครึ่งหลังเราก็ไม่สามารถเพิ่มสกอร์ได้ ก่อนมา โดนตีเสมอ ช่วง 5 นาทีครึ่งแรกและครึ่งหลังมักจะเป็นอย่างนี้  ลักษณะการเล่นของอินโดนีเซียคล้ายๆของไทยคือ พยายามจะครองบอลไว้เเละเมื่อเสียบอลจะเข้าไปบีบแย่งเพื่อกลับมาครอบครองทันที   การเสียประตูท้ายเกมก็ไม่น่าเกิด ความจริงก็เตือนผู้เล่นไว้แล้ว เรื่องของการตัดสินซึ่งหลายๆเกมมันไม่เหมือนกัน มันไม่ค่อยมาตรฐานก็ต้องระวัง มองภาพรวมๆสำหรับฟุตซอลอาเซี่ยนมันก็ไม่ไช่เรื่องง่ายๆที่ทีมไทยจะชนะได้ตลอด เพราะสามสี่ทีมเช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย หรือกระทั่งเมียนมาร์ ที่มีความสามารถเราที่จะชนะเสมอหรือแพ้ได้ โดยทีมของเราชุดนี้ก็ต้องเรียนรู้และพัฒนาขึ้นไปอีกสำหรับเกมที่กดดัน และความพร้อม สมาธิใยการเล่นที่ต้องมีตลอดเวลา

        สำหรับโปรแกรมการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ จะแข่งขันในวันที่ 11 ก.ย. นี้ เวลา 14.00 น. ที่ สนาม กอร์ ยูเอ็นวาย