เล็งโค้ชญี่ปุ่นคุมทัพว่ายน้ำไทย


เพิ่มเพื่อน    

พล.ท.สมควร วงษ์เวียงจันทร์ เลขาธิการสมาคมกีฬาว่ายน้ำแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าหลังจากจบการแข่งขันกีฬายูธโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 3 ที่ประเทศอาร์เจนตินา ซึ่งผลงานของนักว่ายน้ำไทยไม่เป็นที่น่าพอใจ ทำให้ต้องมารื้อระบบกันใหม่อีกครั้ง เพื่อให้ทันในการแข่งขันว่ายน้ำเยาวชนชิงแชมป์อาเซียน “ซีเอจกรุ๊ป” ที่ประเทศกัมพูชา และกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ในปีหน้า ตนตั้งใจที่จะให้กีฬาภายใต้สมาคมกีฬาว่ายทำผลงานให้ดีขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะกระโดดน้ำกับว่ายน้ำ ที่ผลงานในครั้งที่ผ่านมายังไม่ดี ถึงแม้ว่าว่ายน้ำจะได้ 2 เหรียญทองจาก “เงือกหมอนอิง” เพียงขวัญ ปะวะโพตะโก และ “เจมส์บอนด์” ณัฐพงษ์ เกษอินทร์ ก็ตาม

        พ่อบ้านว่ายน้ำไทย กล่าวอีกว่า สำหรับแผนงานที่จะใช้ในซีเกมส์ คือ การผลักดันกีฬากระโดดน้ำไทยให้ได้เหรียญทอง เนื่องจากกีฬาประเภทนี้มีการชิงเหรียญทองจำนวนมาก แต่ทีมกระโดดน้ำไทยในช่วงหลังยังไม่เคยได้เหรียญทอง ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นมาเลเซียที่ทำผลงานดีและกวาดเหรียญทองได้เกือบหมดทุกอีเวนต์ โดยที่ผ่านมาทีมกระโดดน้ำไทยก็มีไปเก็บตัวต่างประเทศแต่ก็ยังไม่ตอบโจทย์ และตนจะต้องเข้าไปหารือกับประธานฝ่ายกระโดดน้ำหาทางแก้ไขโดยด่วน 

        ขณะที่ว่ายน้ำที่ถือว่าเป็นศักดิ์ศรีของการแข่งขัน แต่ทีมว่ายน้ำไทยยังทำผลงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร ซึ่งต้องแยกความคิดในเรื่องของการแข่งขันที่จะต้องทำให้ได้เหรียญทอง โดยที่ผ่านมาหลายคนต่างก็ภูมิใจว่านักว่ายน้ำไทยทำเวลาได้ดีมีการทำลายสถิติประเทศไทยหรือเวลาที่ดีที่สุดของตัวเองได้ แต่ไม่สามารถคว้าเหรียญทองได้ ฉะนั้นมันก็ยังไม่ตอบโจทย์ถึงแม้ว่าจะมีการทำลายสถิติประเทศไทยก็ตามเพราะสิ่งที่สมาคมฯต้องการ คือ เหรียญทอง

        พล.ท.สมควร กล่าวต่อว่า ตนมีความคิดว่าอยากได้โค้ชต่างชาติเข้ามารับหน้าที่เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมว่ายน้ำไทย และจะต้องนำเข้ามาเท่านั้นไม่ใช่โค้ชต่างชาติที่อยู่ในไทย ซึ่งที่เล็งไว้คือโค้ชญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นชาติที่เก่งในเรื่องกีฬาว่ายน้ำอยู่แล้ว และทีมว่ายน้ำไทยก็มีส่งบางคนไปเก็บตัวทุกปี เชื่อว่าสมาคมมีข้อมูลมากพอที่จะดึงเอาโค้ชญี่ปุ่นมาได้ แต่ทั้งนี้ต้องปรึกษากับประธานฝ่ายว่ายน้ำในเรื่องของทิศทางความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน

        “ในซีเกมส์ ผมต้องการที่จะกู้ศักดิ์ศรีของว่ายน้ำไทยให้กลับมาอยู่ในท็อป 3 ของตาราง และต้องได้มากกว่า 2 เหรียญทอง และก็จะไม่ทิ้งกลุ่มเยาวชนที่จะต้องเป็นกำลังหลักในอนาคต แต่ที่ผ่านมามีเพียง 1-2 เท่านั้นที่ผมมองว่าน่าจะเป็นกำลังหลัก และต้องการผลักดันให้ทุนไปเรียนต่างประเทศอีกด้วย” เลขาธิการสมาคมกีฬาว่ายน้ำฯ กล่าวในที่สุด


นี่แหละที่ว่า........ "คนทำดี...ฟ้าดินป้อง คุ้มครองเอย" มันเป็นอย่างนี้ พวก "ความหวังใหม่-ธนาธร" กำลังได้ที ฉวยโอกาส ยกเหตุที่เกิด "เทอร์มินอล 21" โคราช ไล่กระทืบกองทัพ

จะเอาให้ 'เผาศาล' กันใช่มั้ย?
จำเลย 'สารภาพ' แต่ดิ้นโชว์
"ออมสิน" ในปริศนา "เสี่ยสั่ง"
เรือสำราญ 'อย่าเป็นม้าอารี'
อย่าหลง 'รบอยู่กับคลื่น'
'โคราช' สะท้อน 'บทบาท สส.'