เลือกตั้ง 'ฉบับนอกรัฐธรรมนูญ'


   

               เพิ่งได้ฤกษ์ "แกะซอง"

                ไม่ใช่ ซองกฐิน ผ้าป่า ซองช่วยงานแต่ง-งานบวชอะไรที่ไหน

                เป็น "ซองอยากให้"...........

                จากท่านที่รักใคร่นับถือกันยัดใส่มือผม เมื่อวันครบรอบไทยโพสต์ก้าวสู่ปีที่ ๒๓ เดือนที่แล้ว

                เมื่อวันศุกร์ เอามาแกะ ไม่กี่ซองหรอก เบ็ดเสร็จก็แสนกว่าบาทนิดๆ

                ผมใช้นั่น-นี่ เหลือ ๙๐,๐๐๐ บาท

                ได้จัดการตามที่เคยบอกไว้ ถวายเพื่อการรักษาพระภิกษุ-สามเณรอาพาธ ตามโรงพยาบาล ดังนี้

                -สมทบเพื่อการรักษาอาการอาพาธ "หลวงปู่คำมา ธัมมราโม" วัดบุญญานุสรณ์ แม่วงก์ นครสวรรค์

                ที่โรงพยาบาลรวมแพทย์ นครสวรรค์ ๓๐,๐๐๐ บาท

                -โรงพยาบาลสงฆ์

                เพื่อภิกษุ-สามเณรอาพาธทั่วไป ๔๐,๐๐๐ บาท

                ทั้ง ๒ แห่งนี้..........

                โอนเงินไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนวันนี้ (๑๒ พ.ย.๖๑) จะโอนไปเข้าบัญชี

                -"กองทุนหออภิบาลสงฆ์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต" ในอุปถัมภ์วัดป่านาคำน้อย

                ที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ม.ขอนแก่น อีก ๑๕,๐๐๐ บาท

                -ใส่ซองทำบุญกฐิน ๕,๐๐๐ บาท

                ทั้งหมด บริจาคในนาม "ผู้อ่านไทยโพสต์"

                ฉะนั้น ไม่เพียงเจ้าของเงิน ทุกท่านที่อ่านไทยโพสต์ มีส่วนร่วมทุกคน

                จงอนุโมทนาในทานที่ยังประโยชน์ให้สำเร็จด้วยกันเอาเถิด

                บางท่านอาจสงสัย.......

                เราไม่ได้ทำเอง คนอื่นทำ แล้วบอกว่า "เอาบุญมาฝากนะ ให้อนุโมทนารับเอา"

                แบบนี้ ถ้าเราอนุโมทนา จะได้รับบุญในส่วนนั้นจริงหรือ?

                "อนุโมทนา" หมายถึงว่า....
                "ยินดีตาม" กับการทำกุศลของคนอื่น ย่อมเป็นผู้รับกุศลผลบุญนั้นด้วย

                ใน "บุญกิริยาวัตถุ ๑๐ ประการ" คือ การทำแล้วได้บุญ ข้อที่ ๗ เรียกว่า

                "ปัตตานุโมทนามัย" บุญสำเร็จได้ด้วยการอนุโมทนา

                เช่น ใครเอาซองกฐินมาแจก หรือชวนไปทอดกฐิน ไป-ไม่ไป เป็นอีกเรื่อง

                แต่ใจเรา "ปีติยินดี" กับสิ่งที่เขาบอก

                ส่วนจะใส่ซอง-ไม่ใส่ "ไม่เกี่ยว" ขอเพียงยกมือ...สาธุ หรือตั้งใจบอก..ยินดีด้วย...ขออนุโมทนาด้วย

                เท่านั้น "บุญสำเร็จแล้ว"!

                แต่ถ้าเห็นซองกฐินปุ๊บ นึกด่าในใจ "มาแล้วอีก...ซวยอีกแล้วกู เดือนนี้หมดไปเท่าไหร่แล้ววะ"

                ควักไป ขมุบขมิบไป ใจขุ่นไป ทำบุญเสียไม่ได้ ทำด้วยเกรงใจเขา แบบนี้

                อกุศล คือบาปสำเร็จแล้ว!

                ต่อให้ใส่ซักล้าน ก็แค่กระดาษปั๊มตัวเลข ตัวบุญไม่เกิด

                สู้คนใส่ ๑ บาท ไม่ได้

                ใส่ซองด้วยใจปีติยินดี กุศลผลบุญนี้ เต็มเปี่ยม

                "พระไตรปิฎก" เล่มที่ ๒๒ "พระสุตตันตปิฎก" เล่มที่ ๑๔ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต มีว่า

                ๖.กาลทานสูตร

       [๓๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย กาลทาน ๕ ประการนี้

                ๕ ประการเป็นไฉน...........

                คือ ทายก ย่อมให้ทานแก่ผู้มาสู่ถิ่นของตน ๑

                ทายก ย่อมให้ทานแก่ผู้เตรียมจะไป ๑

                ทายก ย่อมให้ทานแก่ผู้เป็นไข้ ๑

                ทายก ย่อมให้ทานในสมัยข้าวแพง ๑

                ทายก ย่อมให้ข้าวอย่างดีและผลไม้ใหม่แก่ผู้มีศีล ๑

                ดูกร ภิกษุทั้งหลาย กาลทาน ๕ ประการนี้แล ฯ

      ผู้มีปัญญา รู้ความประสงค์ ปราศจากความตระหนี่ ย่อมให้ทานในกาลที่ควรให้

                เพราะผู้ให้ทานตามกาลในพระอริยเจ้าทั้งหลาย ผู้ปฏิบัติซื่อตรง ผู้มีใจคงที่ เป็นผู้มีใจผ่องใส

                ทักขิณาทาน จึงจะมีผลไพบูลย์

                ชนเหล่าใดย่อมอนุโมทนา หรือช่วยเหลือในทักขิณาทานนั้น ทักขิณาทานนั้น ย่อมไม่มีผลบกพร่อง

                เพราะการอนุโมทนา หรือการช่วยเหลือนั้น..........

                แม้พวกที่อนุโมทนาหรือช่วยเหลือ ย่อมเป็นผู้มีส่วนแห่งบุญ

                เพราะฉะนั้น.......

                ผู้มีจิตไม่ท้อถอยจึงควรให้ทาน ในเขตที่มีผลมาก บุญทั้งหลาย ย่อมเป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลายในปรโลกฯ

                ครับ ดาวมฤตยู..........

                หรือ "ดาวยูเรนัส" ตอนนี้ กำลังทับดวงเมือง "บุปผา สายชล" ร้องเพลงถามยมบาลไว้ว่า

                "คนชั่วช้าน่าชัง ทำไมไม่ตาย" นั้น?

                ตั้งตารอดูได้เลย จากนี้ จนถึง ปี พ.ศ.๒๕๖๖

                มนุษย์ประเภท ชั่วช้าต่อชาติ ต่อสถาบันบ้านเมือง และน่าชัง ด้วยอสัตย์เมือง ลวงหลอกสังคมบ้าน

                ไม่ไปเมืองผี........

                ก็จะมีอัน "วิบัติเป็น" ทีละคน-สองคน ชนิดไม่คิด-ไม่ฝัน ถึงไม่กับตัวเอง

                ก็กับคนรักใคร่ ในหมู่ญาติชาติตระกูล จะรับผล!

                การเกษตร นั้น กัดฟันกันอีกอึดใจเดียว ใครบอกว่า ให้ข้าเข้าไปซี แล้วพวกข้าจะช่วยได้ ในตอนนี้

                ถีบให้มันกระเด็นไปไกลๆ เหม็นขี้ฟัน

                โน่นแหละ ๖๒ ย่างเข้า ๖๓ มฤตยูจะชุบชีวิตตายซากส่งจุติลงมาเป็น "เทพแห่งเกษตร" ประเทศไทย เดินไปทุ่งไหน เหมือนปูด้วยทอง

                การเมืองเก่า คนเก่า กรรมเก่า ในความหมายชั่วช้าสารเลว ที่หมกกลบซ่อน "ฝังราก" ไว้

                ในความหมายที่มิใช่ "ศิลปะอารยวัฒนธรรม" จะถูกชำระ ล้มหาย

                ไม่ตายก็ "จมคาตีน"

                อะไรที่เรียก "นวัตกรรม" คือสิ่งคิดประดิษฐ์ใหม่ ทั้งของ ทั้งคน ทั้งบ้าน ทั้งเมือง ทั้งแนวคิดนำบ้าน-นำเมือง ในทางสร้างสรรค์

                ถ้าไม่ "ใหม่" นำ อย่าแหยม

                มฤตยูจะไม่ปล่อยให้พวก "ถ่วงเมือง-ถ่วงพัฒนา" อยู่หรือเข้ามาเป็นตัวนำได้หรอก

                เพราะกว่าจะโผล่มาแต่ละที ต้อง ๗ ปี โน่น เมื่อโผล่แล้ว จะให้เสียยี่ห้อมฤตยูได้อย่างไรกัน!

                การบ้าน-การเมือง "เรื่องเลือกตั้ง" นั้น ดูเขาคัน ดูเขากระสัน "ฝัน" ตัวเลขกันไปเถอะ

                เหมือนหวยนั่นแหละ...........

                ก่อนออก "ล้านตัวเลข" แม่น เจ๋ง ชัวร์ป้าบ แย่งกันซื้อแผงแตก

                แต่พอ "เลขที่ออก" ประกาศ

                "แดกเรียบ" ร้อยละ ๙๙.๙๙!

                เลือกตั้งที่ปักใจกันว่า ๒๔ กุมภา ๖๒ นี่ก็เหมือนกัน พวกฝันหวานกับคณิตศาสตร์ "เลือกกู" ตอน ปี ๒๕๕๔

                ระวัง...มฤตยู แปลว่า "ไม่มีปี่-ไม่มีขลุ่ย"

                ไม่มีปี่ คืออาจเลื่อนไป ไม่ใช่ ๒๔ กุมภาก็เป็นได้

                ไม่มีขลุ่ย คือที่มั่นใจ ยังไงก็เลือกเพื่อกู แต่ผลออกมา อ้าว...มึงทิ้งเพื่อกู ไปเลือกเพื่อตู่ซะงั้น!

                ในทางกลับกัน........

                เห็นชูป้ายให้เพื่อตู่อยู่นานๆ แต่ตอนเลือก กลับไปเลือกเพื่อกูให้กลับมากินเมืองต่อซะงั้น?

                หน้ามือเป็นหลังเท้า "ฉับพลัน" แบบนี้ "มฤตยูทำได้" ไม่แปลก แต่ภายใต้บัญญัติ

                สิ่งมาใหม่ ต้อง "ไม่บัดซบ" ในแนวนวัตกรรม!

                บอกได้คำเดียวว่า "การเมืองกับการกรรม" ใต้รหัสมฤตยู ในรอบ ๕ ปี ข้างหน้า

                ใครมาดี-เจตนาดี จะดีท่วมฟ้า-ท่วมเมือง

                ใครมาร้าย-เจตนาร้าย จะวิบัติฉิบหาย ยกโคตร-ยกวงศ์ ชนิด "อยัมภทันตา" เห็นกันตัวเป็นๆ ในภพนี้-ชาตินี้!

                ประเทศไทยนั้น.......

                ถ้าไม่ศักดิ์สิทธิ์ "เหนือการกระทำ" ชั่วช้าของมนุษย์ใดๆ จริง

                จะไม่ยืนยง ด้วยเอกลักษณ์ "อิสรชาติ" โดดเด่นเป็น "หนึ่งเดียว" ในประวัติศาสตร์ซีกโลกด้านนี้ ตราบถึงวันนี้หรอก

                ฉะนั้น อสัตย์ชาติ-ทรชน คนไหน พวกไหน?

                อย่าเหิม........

                คิดหวังใช้แค่ "เลือกตั้ง" ว่าเข้ามาแล้ว จะเปลี่ยนประเทศเป็นอื่นไปได้!

                ก็บอกให้คนรักบ้าน-รักเมืองได้สบายใจ ไม่ต้องหวั่นไหวไปกับ "โจรแปรขบวน"

                เตรียมชุดไทยแต่งไปงาน "อุ่นไอรัก" ให้เช้งวับกันดีกว่า อากาศกำลังดี

                แชะรูปส่งมาประชันกันในเว็บไทยโพสต์นี่ก็ได้ จะ "จัดเต็มให้"

                แต่ "รางวัล" หากันเอาเองนะ.

 


ลุงกำนัน หรือ "สุเทพ เทือกสุบรรณ" นั้นท่านตกดวง "อหิงสกะ"อหิงสกะ แปลว่า "ผู้ไม่เบียดเบียน"บอกแค่นี้ ยังมองไม่เห็นวิถี "คนดวงอหิงสกะ" ฉะนั้น อยากบอกว่า "อหิงสกะ" ก็คือ"พระองคุลิมาล มหาเถระ" นั่นเอง!

ยังไม่ทันจะเลือกก็ว่าโกง?
'ดูเขา-ดูเรา' ภาวะวิกฤติโลก
'ไทยจน' ที่ยุโรปอยาก 'ปล้นอีก'
สิ้นยุค "ประชาธิปไตย-เผด็จการ"
หน้าไพ่ 'เลือกตั้ง' ใบแรก
'กฎหมายไม่ใช่เครื่องมือโจร'