จบมหากาพย์เมล์NGV


   


    ถือเป็นข่าวดีของคนกรุงเทพฯ ที่จะได้ใช้รถเมล์ใหม่ ภายหลังที่ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งรับคำฟ้องของบริษัท สยาม สแตนดาร์ด เอนเนอจี้ จำกัด (ผู้ฟ้องคดี) ไว้พิจารณา และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ กรณีการจัดซื้อรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV.) 489 คัน นั้นหมายความว่าหลังจากนี้ไปองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จะได้รับรถเมล์ล็อตที่เหลือให้ครบหลังติดปัญหามานาน
    เมื่อพูดถึงคดีดังกล่าวก่อนหน้านี้ ศาลปกครองกลางมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ห้ามมิให้ ขสมก.นำมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกิจการองค์การ ครั้งที่ 15/2560 เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2560 และครั้งที่ 16/2560 เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2560 ไปดำเนินการใดๆ ที่มีผลผูกพันกับ ขสมก. และคณะกรรมการบริหารกิจการองค์การเป็นการชั่วคราว หรือจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา หรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น ส่งผลให้ ขสมก.ต้องชะลอการตรวจรับรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV) ล็อตที่เหลือจำนวน 389 คัน
    ส่วนมูลเหตุแห่งการฟ้องสืบเนื่องจาก ขสมก.ได้เปิดประมูลซื้อรถเมล์ NGV 489 คัน ด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) เมื่อวันที่ 4 ต.ค.2560 ซึ่งผู้ฟ้องได้เข้าซื้อเอกสารประมูลแต่ไม่ได้เข้ายื่นซองประมูล ต่อมา ขสมก.ได้ยกเลิกการประมูล เนื่องจากไม่มีผู้เข้ายื่นประมูล
    หลังจากนั้น ขสมก.ได้เปลี่ยนวิธีการประมูลเป็นวิธีคัดเลือกและได้มีหนังสือเชิญชวนผู้ประกอบการยื่นข้อเสนอจัดซื้อรถเมล์ NGV จำนวน 489 คัน โดยกำหนดราคากลางจำนวน 4,020,158,000 บาท และกำหนดยื่นข้อเสนอวันที่ 7 ธ.ค. 2560 ซึ่งผู้ฟ้องไม่ได้เข้ายื่นซองประมูลแต่อย่างใด มีเพียงกลุ่มร่วมทำงาน SCN-CHO ยื่นเพียงรายเดียว โดย ขสมก.ได้เสนอบอร์ด ขสมก.พิจารณาอนุมัติซื้อรถจากกลุ่มร่วมทำงาน SCN-CHO
    ซึ่งที่ผ่านมาผู้ฟ้องคดีได้ขอให้ศาลปกครองกลางพิพากษาหรือมีคำสั่งว่าการคัดเลือกกลุ่มร่วมทำงาน SCN-CHO บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) หรือ CHO กับบริษัท สแกน อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCN เข้าทำสัญญากับ ขสมก.เป็นการชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
    ต่อมา ขสมก.ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งคุ้มครองดังกล่าว กระทั่งเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งรับฟ้องในคดีดังกล่าว และมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา พร้อมให้จำหน่ายคดีออกจากสารระบบความ
    ในเวลาต่อมาแหล่งข่าวระบุว่า คดีดังกล่าวศาลให้เหตุผลว่าผู้ฟ้องคือบริษัท สยามสแตนดาร์ด เอนเนอจี่ จำกัด เป็นผู้ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียในการประมูลโครงการนี้ และไม่ได้เข้าร่วมประมูลนั้นเอง
    สำหรับรถโดยสารที่เหลืออีก 389 คันนั้น ขสมก.ได้เตรียมแผนจัดสรรเพื่อนำไปวิ่งในเส้นทางดังนี้ ล็อตที่ 1 จำนวน 202 คัน รับมอบภายในเดือน ธ.ค.61 วิ่งในเส้นทางเขตการเดินรถที่ 1 จำนวน 100 คัน รวม 9 เส้นทาง เขตการเดินรถที่ 2 จำนวน 32 คัน รวม 4 เส้นทาง เขตการเดินรถที่ 3 จำนวน 70 คัน
    ส่วนล็อตที่ 2 อีกจำนวน 187 คัน จะรับมอบรถโดยสารประมาณเดือน ก.พ.62 วิ่งให้บริการในเส้นทางเขตการเดินรถที่ 1 จำนวน 39 คัน รวม 4 เส้นทาง เขตการเดินรถที่ 2 จำนวน 78 คัน เขตการเดินรถที่ 3 จำนวน 40 คัน เขตการเดินรถที่ 5 จำนวน 30 คัน
    ขณะที่แหล่งข่าวจาก CHO ให้ข้อมูลว่าหลังจากนี้กลุ่มร่วมทำงาน SCN-CHO พร้อมเดินหน้าทยอยส่งมอบรถอีกจำนวน 389 คันที่เหลือ โดย ขสมก.นัดหมายรับรถเมล์ NGV ล็อตถัดไปจำนวน 202 คัน ภายในเดือน ธ.ค.นี้ ส่วนล็อตสุดท้ายจำนวน 187 คัน จะรับมอบประมาณเดือน ก.พ.62 รวมทั้งหมดเป็น 489 คัน มูลค่า 1,891 ล้านบาท เพื่อให้ผู้โดยสารรถเมล์ได้มีรถใหม่ใช้ ซึ่งเป็นรถโดยสารปรับอากาศชานต่ำ และมีทางลาดสำหรับเข็นรถวีลแชร์เพื่อรองรับผู้ใช้บริการทุกประเภท ทั้งคนพิการและผู้สูงอายุให้สามารถใช้บริการรถโดยสารได้อย่างสะดวกปลอดภัยที่สุด
    ที่สุดแล้วก็ยืนยันว่ากลุ่มร่วมทำงาน SCN-CHO ซึ่งประกอบด้วย ช ทวี และสแกน อินเตอร์ ดำเนินงานอย่างสุจริต ตั้งมั่นในคุณภาพการบริหารงานตามหลักบรรษัทภิบาล โปร่งใส ตรวจสอบได้ ทั้งนี้การันตีโดย CHO ได้รับรางวัล CG 5 ดาว ติดกัน 2 ปี และรางวัลด้านความยั่งยืนต่อเนื่อง 4 ปีมาโดยตลอด ตั้งแต่เริ่มเข้าประมูลงานโครงการจัดหารถเมล์ NGV พร้อมซ่อมแซมและบำรุงรักษารถโดยสาร 489 คัน ด้วยความเชื่อมั่นว่าจะเป็นการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้มีประสิทธิภาพมากอย่างขึ้น
    ถือว่าไม่นานเกินรอที่จะได้มีโอกาสได้ใช้รถโดยสารใหม่จนครบ 489 คัน ทั้งหมดทั้งมวลก็ได้แสดงให้เห็นจากความชัดเจนจากคำสั่งของศาลปกครองที่ยืนยันว่าการประมูลโครงการดังกล่าวถูกต้องตามกฎระเบียบ โครงการจัดซื้อรถเมล์ NGV ที่ถือเป็นมหากาพย์มายาวนาน จากนี้ไปถือว่าเป็นการสิ้นสุดทุกข้อครหาแล้ว.


พูดกันตรงๆ......"เซียนการเมือง" ไม่ต่าง "เซียนมวย" เห็นแค่ประกบคู่ดูรูปมวยแต่ละฝ่าย๘๐-๙๐% ฟันธงได้เลย ใครแพ้-ใครชนะ?อย่างปี ๔๔ ที่ทักษิณตั้ง "พรรคไทยรักไทย" เป็นพรรคใหม่แกะกล่อง ลงปะทะพรรคเก่าเล่ายี่ห้อ 

หัสนิยาย 'ประชาธิปไตยโลก'
'ทวิภพ' ลุงกำนัน 'สุเทพ'
ยังไม่ทันจะเลือกก็ว่าโกง?
'ดูเขา-ดูเรา' ภาวะวิกฤติโลก
'ไทยจน' ที่ยุโรปอยาก 'ปล้นอีก'
สิ้นยุค "ประชาธิปไตย-เผด็จการ"