จาก 'มิ่งขวัญ' ถึงคน 'หน้านิ่ง'


   

    ต้องบอกว่า "คิดถึงนะ"
    สำหรับ "คุณมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์" มิตรเก่า-สหายเก่า 
    ไม่พบกันนานเป็นสิบปี
    คือ นับแต่วันคุณมิ่งขวัญเข้าไปเป็นรัฐมนตรีสมัย "คุณสมัคร สุนทรเวช" เป็นนายกฯ แล้ว
    จากนั้น มาวานนี้เอง (๑๔ พ.ย.๖๑) ที่ได้เห็นหน้า-เห็นตาอันบ่งบอกว่าสุขสบายดีของคุณมิ่งขวัญ 
    ยิ่งดีใจ
    เมื่อคุณมิ่งขวัญประกาศเข้าสู่การเมืองเลือกตั้งอีกครั้ง ในฐานะ
    -หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่
    -หัวหน้าคณะทำงานด้านเศรษฐกิจ
    -เป็นว่าที่ "นายกรัฐมนตรี" ของบัญชีพรรค
    และดีใจยิ่งขึ้น.....
    เมื่อเห็นชื่อพรรค "เศรษฐกิจใหม่" ไม่มีคำว่า "เพื่อ..." นั่น-เพื่อนี่ นำหน้า 
    แสดงว่า "พรรคเศรษฐกิจใหม่" ไม่ใช่หางแดงจำแลงมาแน่?
    ก็คงจะแน่ 
    เพราะคุณมิ่งขวัญระบุถึงคนชื่อ "สุภดิช อากาศฤกษ์" ผู้จดตั้งพรรค ซึ่ง กกต.รับรองเป็นพรรค พร้อม "พลังประชารัฐ" เมื่อ ๖ พ.ย.
    ว่าได้พูดจาสรุปตกลงกันแล้ว ใน ๓ หลักการ คือมอบให้คุณมิ่งขวัญ เป็น "ผู้นำนโยบาย-ผู้นำบริหารพรรค"
    แล้วเชื่อได้มั้ย.....
    ว่าพรรคนี้ ไม่ใช่พรรคหาง "เพื่อ...." จำแลงมา?
    โบราณบอก ดูช้างให้ดูที่หาง ดูนางให้ดูที่แม่ จะดูให้แน่ ต้องแก้ผ้าดู!    
    งั้นก็ต้องไปดูถึง "ต้นกำเนิด" ว่า ใครเป็นผู้จดตั้ง "พรรคเศรษฐกิจใหม่" และใครเป็นหัวหน้าพรรค?
    ชื่อ "นายสุภดิช อากาศฤกษ์" นั่นแหละ
    แล้ว "นายสุภดิช" คือใคร?
    หนังสือพิมพ์ "สยามรัฐ" บอกว่า นายสุภดิช คือ ลูกชายท่าน "สุธี อากาศฤกษ์"
    เอ่ยชื่อ "สุธี อากาศฤกษ์" คนวันนี้จะรู้จักท่านหรือเปล่าก็ไม่ทราบ
    สำหรับผม ท่านติดอยู่ในใจ!
    "สุธี อากาศฤกษ์" อดีต "ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี" เมื่อปี ๒๕๒๙
    สังคมยกท่านเป็นเปาบุ้นจิ้น "ข้าราชการซื่อสัตย์" ของแผ่นดินคนหนึ่ง
    ผมยังจำภาพได้ติดตา หนังสือพิมพ์ถ่ายไปลงหน้า ๑ ท่านสวมเสื้อเชิ้ตผูกไท หิ้วกระเป๋า
    "ขึ้นรถเมล์" ไปทำงาน แทบทุกวัน!    
    ท่านเคยเป็น "เลขาฯ ป.ป.ป." ปราบคอร์รัปชัน ที่เป็น ป.ป.ช.วันนี้
    งานวิจัยของท่าน ว่าด้วยมูลเหตุ "ทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวง" ๘ ประการ ถึงวันนี้ ไม่ผิดเพี้ยน 
    นายกฯ ประยุทธ์ ซึ่งจะต้องบริหารประเทศต่อในเทอมหน้า รวมทั้ง ป.ป.ช.น่าจะหาอ่าน 
    เป็นแนวทาง "สำนึก-สำเหนียก" เพื่อแก้ไข ผมจะยกมาให้อ่าน
      ๑.องค์ประกอบที่เป็นมูลเหตุของการทำผิด ๔ ประการ 
    -โอกาส (Opportunity) ที่เอื้ออำนวยต่อการทำผิด
    -สิ่งจูงใจ (Incentive) ที่เพียงพอจะทำให้ผิด
    -ความเสี่ยงภัย (Risk) ถ้าเสี่ยงภัยน้อยก็กระทำผิดได้ง่าย
    -ความซื่อสัตย์ (Honesty) ถ้ามีไม่พอก็จะทำผิดได้
    ๒.เศรษฐกิจและการครองชีพ 
    รายได้ไม่พอกับรายจ่ายหรือต่ำกว่าระดับการครองชีพ
    ๓.ความผันผวนและเปลี่ยนแปลงทางการเมือง 
    หากการ "เข้าออก" ของคณะรัฐมนตรี "มีบ่อย" ในช่วงระยะเวลาอันสั้น 
    ก็จะเกิดช่องว่างในทางการบริหารของรัฐบาลไม่ต่อเนื่อง ขาดการติดตามผล 
    เกิดความหละหลวมในทางปกครองบังคับบัญชาข้าราชการประจำ 
    ก่อให้เกิดปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการขึ้น
    ๔.กรณีแวดล้อมทางสังคมและวัฒนธรรม 
    การแสดงออกในสังคมของข้าราชการหรือพนักงานของรัฐในทางฟุ่มเฟือย เกี่ยวกับการ "กินอยู่หลับนอน" 
    การรับเลี้ยงจากพ่อค้า นักธุรกิจที่ติดต่อราชการ ทำให้เกิดความสำนึกในบุญคุณ
    เป็นผลให้ไม่สามารถรักษาความเป็นธรรมและถูกต้องตามหลักราชการได้
    ๕.การบริหารงานที่ขาดประสิทธิภาพ 
    ผู้บังคับบัญชาที่ "ปล่อยปละละเลย" ไม่ควบคุมให้ผู้ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติตามระเบียบวินัย 
    ปล่อยให้มาทำงานสาย ใช้เวลาราชการไปประกอบกิจหารายได้ส่วนตัว การหละหลวมในทางปกครอง 
    เป็นสาเหตุสำคัญทำให้เกิดการทุจริต เช่น การยักยอกเงินหรือของใช้ของทางราชการ 
    เบียดบังหารายได้ สร้างหลักฐานเท็จ ปลอมแปลงเอกสารและใช้เอกสารปลอม
    ๖.กฎหมายหรือระเบียบมีช่องว่างมีข้อบกพร่อง เปิดโอกาสให้ทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการได้
    ๗.การมีตำแหน่งหน้าที่ "เอื้ออำนวย" ต่อการกระทำความผิด 
    โดยเฉพาะตำแหน่งมีอำนาจในทาง "ให้คำอนุมัติ อนุญาต ให้สัมปทานหรือใบประกอบการ" ต่างๆ 
    ผู้ประกอบการเอกชน มักจะยอมเสียเงิน "ติดสินบน" เจ้าหน้าที่ เพื่อให้เกิดความสะดวกและรวดเร็ว 
    และสามารถ "เลี่ยงระเบียบกฎหมาย" ได้ ทั้งในระดับต่ำและระดับสูง
    ๘.การตกอยู่ในภาวะแวดล้อม และอิทธิพลของผู้ทุจริต และมูลเหตุจูงใจอื่นๆ 
    ภาวะแวดล้อมดังกล่าว ได้แก่ ลักษณะที่เรียกว่า "กินกันเป็นทีม" 
    ผู้ใดขัดขวางหรือไม่ยอมรับประโยชน์ที่ "ได้แบ่งปันกัน" ก็มักจะเป็นอันตรายต่อชีวิตร่างกาย และอาชีพรับราชการ
    ครับ.....
    นี่คือท่านสุธี อากาศฤกษ์ "ข้าราชการตัวอย่าง" ของแผ่นดิน มือปราบคอร์รัปชัน ที่ประชาชนยอมรับ ซึ่งท่านเสียชีวิตไปแล้ว เมื่อปี ๒๕๔๒
    ดูจากต้นรากแล้ว "นายสุภดิช" ผู้ก่อตั้งพรรคเศรษฐกิจใหม่ ไม่น่าเป็น "ผลไม้พิษ"
    ในทางอาชีพ เป็นนักธุรกิจทางสินค้าเกษตรแปรรูป เคยเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ใน "อกริเพียว โฮลดิ้งส์"    
    ปัจจุบัน จะรายใหญ่หรือรายเล็ก ไม่ทราบ!
    เนี่ย...ก็ส่องกล้องพรรค "เศรษฐกิจใหม่" ที่คุณมิ่งขวัญบอกว่า คุณสุภดิชไป "ร้องขอให้มา" เป็น "ว่าที่นายกฯ" ของพรรค ได้อย่างนี้
    ท่านก็ใช้เป็น "ข้อมูลเบื้องต้น" ประกอบการพิจารณาเอาเองก็แล้วกันว่า
    "พรรคเศรษฐกิจใหม่" น่าจะเป็น "แนวร่วม" ข้างไหน ในการจัดตั้งรัฐบาล เมื่อผลเลือกตั้งปีหน้าออกมา?
    แต่ถ้า "เศรษฐกิจใหม่" คนเลือกมาเป็นที่ ๑ ก็ไม่ต้องถามว่าข้างไหน
    เพราะคุณมิ่งขวัญบอกแล้ว "เป็นนายกฯ เอง"!
    แบบนี้ ด้วยยี่ห้อ "มิ่งขวัญ" 
    เห็นที "ใหม่ด้วยกัน" อย่าง "ธนาธรอนาคตใหม่" ชิดซ้ายไถลลงคูซะก็ไม่รู้?
    พูดถึงเลือกตั้ง ชั่วโมงนี้ แต่ละพรรคแอ็กชันข่มกันน่าดู "พรรคพลังประชารัฐ" ออกสตาร์ตมา ๒ วัน ทำเอาบรรดาพรรคทายาทอสูร "จืด" ลงไปตามลำดับ
    "นายอุตตม สาวนายน" เริ่มปูทางถึง "คนหน้านิ่ง" ที่จะทาบมาเป็น "นายกฯ" ในบัญชีพรรคแล้ว
    "คนหน้านิ่ง" ตอนนี้ ดังมาก
    Saisawan Khayanying โพสต์ fb วันก่อน ตอนหนึ่งว่า
    "น้องมิลค์" เด็กหญิงวรรรญา วรรณผ่อง ( ชื่อน้องมี ร.เรือ 3 ตัว อ่านว่า วัน-ระ-ยา) อายุ 11 ปี 
    ดีกรีแชมป์โลก จากการแข่งขันบินโดรนรายการใหญ่ที่สุดแห่งปี ที่เสินเจิ้น ประเทศจีน เมื่อสัปดาห์ก่อน และเป็นแชมป์บินโดรน ที่อายุน้อยที่สุดในโลกในปัจจุบัน
    น้องมาบันทึกเทปรายการ "ไลท์นิ่ง ทอล์ค กับ สายสวรรค์ ขยันยิ่ง".......ฯลฯ.......
    ตลอดเวลาที่น้องมิลค์มาถึงช่อง 3 อาคารมาลีนนท์ เข้าห้องแต่งตัวให้พี่ๆ ทาแป้ง ถักผมเปียให้ และมีพี่ๆ ทีมข่าวกีฬามาขอสัมภาษณ์ ถ่ายรูป พูดคุยหยอกล้อกับน้อง 
    จนกระทั่งเข้าสตูดิโอสัมภาษณ์รายการ เราจะไม่เห็นรอยยิ้มจากน้องมิลค์เลย เรียกว่าเป็น "เสือยิ้มยาก" ตัวจริง
    แต่ในที่สุด ก็รู้คำตอบ เมื่อถามน้องในรายการว่า
    "คิดว่าอะไรเป็นจุดแข็งของตัวเองคะ" 
    น้องมิลค์ตอบหน้านิ่งๆ ว่า "คือการที่หนูหน้านิ่งค่ะ!!!"
    "หน้านิ่งเป็นจุดแข็งอย่างไรคะ" ถามต่อ
    น้องมิลค์จึงตอบด้วยแววตาเป็นประกายบนใบหน้านิ่งๆ นั้นว่า 
    "เพราะคู่ต่อสู้จะไม่รู้เลยว่าหนูคิดอะไรอยู่ หรือรู้สึกอะไรอยู่" และคุณพ่อก็อธิบายเสริมว่า.....
    "เวลาไปแข่งแต่ละสนาม คู่แข่งจะตื่นเต้น ยิ่งเห็นหน้ามิลค์นิ่งๆ แบบนี้บางคนเกร็งจนมือสั่นเลย"!!!! 55555
    ที่แท้นี่เป็นกลยุทธ์ในการข่มขวัญคู่ต่อสู้นี่เอง!!!
    ก็จะออก ช่อง 13 family เช้าวันนี้ ตามดูละกัน ผมชอบกลยุทธ์ใช้ "หน้านิ่ง" สยบเคลื่อนไหวคู่ต่อสู้ของน้องมิลค์มาก
    แต่ "หน้านิ่ง" ของคนที่นายอุตตมทาบ จะใช้สยบทายาทอสูรได้ขนาดไหน 
    ปลายเดือนนี้...รู้!


พูดกันตรงๆ......"เซียนการเมือง" ไม่ต่าง "เซียนมวย" เห็นแค่ประกบคู่ดูรูปมวยแต่ละฝ่าย๘๐-๙๐% ฟันธงได้เลย ใครแพ้-ใครชนะ?อย่างปี ๔๔ ที่ทักษิณตั้ง "พรรคไทยรักไทย" เป็นพรรคใหม่แกะกล่อง ลงปะทะพรรคเก่าเล่ายี่ห้อ 

หัสนิยาย 'ประชาธิปไตยโลก'
'ทวิภพ' ลุงกำนัน 'สุเทพ'
ยังไม่ทันจะเลือกก็ว่าโกง?
'ดูเขา-ดูเรา' ภาวะวิกฤติโลก
'ไทยจน' ที่ยุโรปอยาก 'ปล้นอีก'
สิ้นยุค "ประชาธิปไตย-เผด็จการ"