ตำรวจไทยทำได้หมด


   

     ไม่ว่าจะกี่ปี วลี "ภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ ไม่มีสิ่งใดที่ตำรวจไทยทำไม่ได้..." ของ พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ อดีตอธิบดีกรมตำรวจ ก็ยังใช้ได้เสมอในแวดวง "สีกากี"
    ขนาดการแต่งตั้งตำรวจระดับ "นายพล" ตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.)และเทียบเท่า) ลงไปถึงผู้บังคับการ (ผบก.) วาระประจำปี 2561 ตีตราประทับผ่านมติ ก.ตร.ไปเรียบร้อยแล้วนับเดือน
     จู่ๆ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ชงเรื่องเสนอที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ขอเปิดตำแหน่ง "นายพล" อีกเกือบโหล
    ทั้งการปรับลดตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษระดับ พล.ต.อ. มาเป็น พล.ต.ท. 5 ตำแหน่ง
    กำหนดตำแหน่ง ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จำนวน 3 ตำแหน่งสำหรับการประสานงานรัฐสภา ศาลยุติธรรม อัยการ  
    จัดตั้ง "กองบังคับการแผนงานกิจการพิเศษ" สังกัดสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ มีอัตรากำลังพลทั้งหมด 112 ตำแหน่ง แบ่งเป็น รองผู้บัญชาการสำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ 1 ตำแหน่ง ผู้บังคับการ 1  ตำแหน่ง รองผู้บังคับการ 2 ตำแหน่ง ผู้กำกับการ 6 ตำแหน่ง รองผู้กำกับการ 12 ตำแหน่ง สารวัตร 17  ตำแหน่ง รองสารวัตร 35 ตำแหน่ง และผู้บังคับหมู่ 37 ตำแหน่ง
    รวมเฉพาะระดับ "นายพล" ที่มีใหม่ก็ปาเข้าไป 10 เก้าอี้
    เปิดโอกาสให้มีการแต่งตั้งใหม่ได้อีก 1 ล็อต 
    เมื่อนับรวมขยับขึ้นมาแทนแต่ละแท่งแล้ว ก็น่าจะสามารถแต่งตั้ง "นายพล" กันได้เกือบ 20 ตำแหน่ง
    แม้วงประชุม ก.ตร.เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังไม่ไฟเขียวเปิดตำแหน่ง "นายพลใหม่" ทั้งหมด หลังโดน ก.ตร.บางคนท้วงติง จนต้องยอมซื้อเวลาโยนให้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.เป็นประธาน นำเรื่องเข้าวงประชุมบริหาร (บร.) หารือร่วมกับ รอง ผบ.ตร. จเรตำรวจแห่งชาติ และผู้ช่วย ผบ.ตร.ก่อนที่จะเสนอเข้าวงประชุม ก.ตร.อีกครั้ง
    สุดท้ายการขอเปิดตำแหน่ง "นายพลใหม่" ก็น่าจะฉลุย ไร้ปัญหา 
    ก็หมูจะหาม ใครจะกล้าเอาคานไปสอด!!!
    ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ ผู้บริหารสีกากีต่างก็รับรู้ปัญหา "หัวโตขาลีบ" ขององค์กรตำรวจ และพยายามแก้ปัญหาด้วยการ "ลดนายพล" และไป "เพิ่มนายพัน" ไป "เพิ่มนายร้อย" ไป "เพิ่มชั้นประทวน" 
    ซึ่งถือเป็นแนวทางที่ถูกต้อง เพราะระดับ นายพัน-นายร้อย-ชั้นประทวน ยิ่งเพิ่มประชาชนยิ่งได้ประโยชน์จากการดูแลชีวิตและทรัพย์สินชาวบ้าน
    แต่พอจะเริ่มทำให้ "หัวเล็ก" ลงทีไร สุดท้ายก็ต้านทานแรงวิ่ง ต้านทานเส้นสายไม่ไหว ต้องเปิด  ต้องเพิ่ม ต้องขยายกันเหมือนเดิม 
    ตามข้ออ้าง ตามความจำเป็น ที่ต่างเสกสรรปั้นแต่งเหตุผลอันสวยหรูกันไป
    สมกับวลี "ภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ ไม่มีสิ่งใดที่ตำรวจไทยทำไม่ได้" ที่ไม่มีวันตายจริงๆ.
 


ลุงกำนัน หรือ "สุเทพ เทือกสุบรรณ" นั้นท่านตกดวง "อหิงสกะ"อหิงสกะ แปลว่า "ผู้ไม่เบียดเบียน"บอกแค่นี้ ยังมองไม่เห็นวิถี "คนดวงอหิงสกะ" ฉะนั้น อยากบอกว่า "อหิงสกะ" ก็คือ"พระองคุลิมาล มหาเถระ" นั่นเอง!

ยังไม่ทันจะเลือกก็ว่าโกง?
'ดูเขา-ดูเรา' ภาวะวิกฤติโลก
'ไทยจน' ที่ยุโรปอยาก 'ปล้นอีก'
สิ้นยุค "ประชาธิปไตย-เผด็จการ"
หน้าไพ่ 'เลือกตั้ง' ใบแรก
'กฎหมายไม่ใช่เครื่องมือโจร'