'ผู้นำอาเซียน' ที่อย่าซ้ำรอย


   

                ก็ ๑๐ ปีแล้ว.........

                นึกย้อนทีไร บาดแผลอัปยศเมื่อครั้งไทยเป็น "ประธานอาเซียน" เมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๒

                ปวดแปลบทีนั้น!

                ยิ่งเห็นประเทศไทย โดย "พลเอกประยุทธ์" ในฐานะนายกฯ รับมอบตำแหน่ง "ประธานอาเซียน" ต่อจาก "นายลีเซียนลุง" นายกฯ สิงคโปร์ เมื่อ ๑๕ พ.ย.๖๑

                ภาพ "ทักษิณ" วิดีโอลิงก์จากนอกประเทศเข้ามา เมื่อ ๑๐ เม.ย.๕๒

                มันผุดขึ้น เหมือนวิญญาณหลอน!

                “ผมแพ้ไม่ได้ ประท้วงแล้ว ต้องมีอะไรติดไม้ติดมือกลับมา”

                ด้วยประโยคนี้ของ "ทักษิณ" ถึงสมุน ด้วยไม่พอใจ ไปประท้วงแค่ยื่นหนังสือต่อผู้ว่าฯ แล้วเลิก

                วันรุ่งขึ้น ๑๑ เมษา..........

                "จตุพร-ณัฐวุฒิ" จึงส่ง "อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง" นำเสื้อแดงบุก "ล้มประชุม" สุดยอดอาเซียน+๖ ที่พัทยา ทันที!

                ๑๐ ปีมาแล้ว........

                ที่ไทยต้องเสื่อมเสียเกียรติภูมิประเทศ ถูกทำลายด้วยน้ำมือทักษิณและคนเสื้อแดง

                จนวานซืน ตำแหน่ง "ประธานอาเซียน" เวียนกลับมาให้ไทยต้องทำหน้าที่อีกครั้ง

                ท่ามกลางวงประชุม "อาเซียนมหามิตร" ๑๐ ประเทศ

                "พลเอกประยุทธ์" นายกฯ รัฐบาล คสช.

                ขึ้นรับมอบตำแหน่งต่อจาก "นายลีเซียนลุง" ท่ามกลางเสียงปรบมือให้เกียรติและยอมรับ

                จะเริ่มทำหน้าที่ตั้งแต่ ๑ มกรา ๖๒ เป็นต้นไป เป็นเวลา ๑ ปี

                อยากบอกว่า.......

                ไม่เพียงพันธกิจจากมิตรอาเซียนในตำแหน่งประธาน ที่นายกฯ ต้องทำ

                อีกสิ่งหนึ่ง เป็นพันธกิจทางชาติและทางใจ ที่นายกฯ ต้อง "รับรู้ได้" ทางสำนึก

                ว่าคนไทย "ทั้งประเทศ" ตั้งหวังอะไรจากท่าน?

                -อย่าให้เหตุการณ์เถื่อน "๑๑ เมษา ๕๒" กลับมาซ้ำรอย

                -จงลบ "แผลเป็น" ในหัวใจคนไทย....

                ด้วยทำหน้าที่ "ประธานอาเซียน" ให้บันลือ มิตรอาเซียนยอมรับนับถือ สมตามคำลั่นไว้

                อย่าลืม.......

                "อาเซียน" กำเนิดที่ไทย ๕ ชาติ ไทย, อินโดฯ, ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย และสิงคโปร์ ลงปฏิญญากันที่วังสราญรมย์ เมื่อ ๘ ส.ค.๑๐

                อีก ๔๐ ปีต่อมา ถูกทักษิณ "ทำลาย" ย่อยยับ

                ฉะนั้น คาบนี้ เมื่อหน้าที่ประธานอาเซียนคืนกลับ "พลเอกประยุทธ์" ต้องกู้ "เกียรติและศักดิ์ศรี" ประเทศ ให้กลับคืน

                พันธวาจากับผู้นำ ๑๐ ชาติของท่าน เมื่อ ๑๕ พ.ย.

                ถ้าทำเป็นผล.......

                "แผลประเทศ" จะเปลี่ยนเป็นใบประกาศนียบัตร รับรองนักรบ "ผู้กู้เกียรติ" ให้แผ่นดิน

                วาทะต่อมุขประเทศของท่าน อย่าให้เป็นแค่คำหวานในทางผ่าน จงทำให้เป็นงานสร้าง "เส้นทางนำอาเซียน"

                ขอบันทึกเป็น "ปฏิญญาสำนึก" ดังนี้

                "ขอขอบคุณและแสดงความยินดีกับท่านนายกรัฐมนตรี ลีเซียนลุง และทีมประธานอาเซียนของสิงคโปร์

                สำหรับความสำเร็จในการขับเคลื่อนประชาคมอาเซียนที่มีความเข้มแข็ง และนวัตกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ

                ไทยจะสานต่อประเด็นที่อาเซียนได้ให้ความสำคัญในปีนี้ โดยเฉพาะเรื่อง 'เครือข่ายเมืองอัจฉริยะอาเซียน'

                เพื่อสร้างความต่อเนื่องและให้เกิดผลอย่างยั่งยืนให้กับประชาคมอาเซียน

                ภายหลังการก่อตั้งอาเซียนที่กรุงเทพฯ ในปี ๒๕๑๐ ผ่านมากว่า ๕ ทศวรรษแล้ว

                อาเซียนได้เป็นประชาคมในภูมิภาคที่มี 'สันติภาพและความมั่นคง'

                อาเซียนได้เจริญเติบโตเป็นเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นลำดับ ๖ ของโลก และมีแนวโน้มที่จะก้าวไปสู่ลำดับที่ ๔ ของโลก ภายในปี ค.ศ.๒๐๓๐

                มีบทบาทเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศและเป็นแกนกลาง ในสถาปัตยกรรมภูมิภาค

                อย่างไรก็ดี อาเซียนกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายมากมาย

                อาทิ การแข่งขันทางการค้าและการเมือง เทคโนโลยีก้าวกระโดด อาชญากรรมข้ามชาติ ความเหลื่อมล้ำ และความเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างสังคมในภูมิภาค

                ด้วยเหตุนี้..............

                ทั้ง ๑๐ ประเทศ จะต้องร่วมมืออย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น บนพื้นฐานของเอกภาพอาเซียนและหลักการสามเอ็ม (๓Ms)

                -การไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน (mutual trust)

                -ความเคารพซึ่งกันและกัน (mutual respect) และ

                -ผลประโยชน์ร่วมกัน (mutual benefit)

                เพื่อนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม และเกิดความยั่งยืนให้กับอาเซียนในทุกมิติ

                ดังนั้น ผมมีความภูมิใจที่จะประกาศแนวคิดสำหรับปีที่ไทยเป็นประธานอาเซียน คือ

                'ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน'

                ซึ่งมีองค์ประกอบ ๓ ประการคือ

                ๑.การก้าวไกล (Advancing) โดยให้อาเซียนมองและก้าวไปด้วยกันสู่อนาคตอย่างมีพลวัต ใช้ประโยชน์จากวิวัฒนาการทางเทคโนโลยี จากการปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งที่ ๔

                และสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันควบคู่ไปกับการสร้างระบบภูมิคุ้มกัน จากเทคโนโลยีก้าวกระโดด

                และความท้าทายต่างๆ ในอนาคต โดยเฉพาะสำหรับ MSMEs  เพื่อก้าวไปสู่ดิจิทัลอาเซียน

                ๒.การร่วมมือ ร่วมใจ (Partnership) ผ่านการส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนภายในอาเซียนและกับประเทศคู่เจรจาและประชาคมโลก

                โดยเสริมสร้างความร่วมมือ 'อาเซียนพลัสวัน' และโครงสร้างสถาปัตยกรรมในภูมิภาค ที่มีอาเซียนเป็นแกนกลาง           

                เพิ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับนานาประเทศ โดยคำนึงถึงความสมดุลและประโยชน์ต่อประชาชน

                และเพิ่มบทบาทของอาเซียนในเวทีโลก เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาสำคัญต่างๆ

                เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตัวขับเคลื่อนสำคัญสำหรับอาเซียน คือ

                การส่งเสริมความเชื่อมโยงในมิติต่างๆ ทั้งในเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน กฎระเบียบ การเชื่อมโยงประชาชน

                โดยเฉพาะในบริบทของปีวัฒนธรรมอาเซียน ค.ศ.๒๐๑๙ รวมถึงการเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ความเชื่อมโยงต่าง ๆ ในภูมิภาค เพื่อก้าวไปสู่อาเซียนที่ไร้รอยต่อ

                ๓.ความยั่งยืน (Sustainability) กล่าวคือ การสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นความมั่นคงที่ยั่งยืน ความยั่งยืนด้านการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ

                รวมถึงเศรษฐกิจสีเขียว และการพัฒนาที่ยั่งยืน

                ซึ่งการจัดตั้ง 'ศูนย์อาเซียน' เพื่อการศึกษาและการหารือด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน และ 'ศูนย์อาเซียน' เพื่อผู้สูงวัยอย่างมีศักยภาพและมีนวัตกรรม

                จะมีบทบาทสำคัญในการบรรลุเป้าหมายนี้

                ผมขอเชิญชวนประเทศสมาชิก ประชาชน และทุกภาคส่วนของอาเซียน ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น ในการสร้าง ASEAN Brand ด้วยกัน

                ที่จะ 'สร้างมูลค่าเพิ่ม' ทางยุทธศาสตร์ให้กับอาเซียน เสริมสร้างอัตลักษณ์ของอาเซียน และช่วยให้อาเซียนสามารถเป็นประชาคมที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง

                'ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง' และมองไปสู่อนาคตอย่างภาคภูมิใจ

                ผมขอรับมอบการเป็นประธานอาเซียนปี ๒๐๑๙ ต่อจากสิงคโปร์ เพื่ออาเซียน 'ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน'

                แล้วพบกันที่ประเทศไทยปีหน้า”

                ครับ ถูกต้อง ปีหน้า "๒๕๖๒"...........

                ไทย โดยนายกฯ ประยุทธ์ ในฐานะ "ประธานอาเซียน" ต้องเป็นเจ้าภาพ "จัดประชุม" สุดยอดอาเซียน

                เหมือนปี ๒๕๕๒ ที่อดีต "นายกฯ อภิสิทธิ์" เป็นเจ้าภาพ จัดที่ "โรงแรมรอยัล คลิฟ บีช" พัทยา

                ปี ๕๒ พังไป.........

                อภิสิทธิ์ "นายกฯ" พลเอกประวิตร รัฐมนตรีกลาโหม พลเอกอนุพงษ์ ผบ.ทบ. และ พล.ต.อ.พัชรวาท  ผบ.ตร.

                ๑๐ ปีผ่าน ปี ๖๒ นี้..........

                พลเอกประยุทธ์ "นายกฯ" พลเอกประวิตร รัฐมนตรีกลาโหม พลเอกอนุพงษ์ รัฐมนตรีมหาดไทย

                ปี ๕๒ "ทหาร" ในความเป็น "กองทัพ" ภายใต้บัญชาการของพลเอกประวิตรและพลเอกอนุพงษ์ ทำหน้าที่อย่างไร? จึงปล่อยให้เสื้อแดงสามารถบุกพังการประชุมสุดยอดอาเซียนได้?

                ไปหาอ่านเฟซบุ๊ก "Somkiat Onwimon" เรื่อง "ทักษิณ ชินวัตร และ อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง กับการทำลายการประชุมสุดยอดอาเซียน ที่พัทยา" 

                ผมไม่เล่า แต่ขอลอกตอนที่ "ดร.สมเกียรติ" บันทึก ว่า....

                "เมื่อผมกลับไปพักที่โรงแรมริเวียร่า ในเขตนาเกลือ ไกลจากที่ประชุมสุดยอดอาเซียน

                ได้ดูช่องโทรทัศน์ D-Station ผ่านดาวเทียมของคุณทักษิณ ชมการปราศรัยบนเวทีของผู้ประท้วงที่กรุงเทพฯ ประกาศให้มวลชนเสื้อแดงเดินทางไปสมทบ

                และเตรียมประท้วงการประชุมสุดยอดอาเซียนที่พัทยาอีกรอบหนึ่ง

                ผมฟังคำปราศรัยของคุณทักษิณ ผ่านจอภาพวิดีโอ

                คุณทักษิณพูดปลุกเร้าอารมณ์ชาวเสื้อแดง แสดงความไม่พอใจที่การประท้วงนำโดยคุณอริสมันต์จบลงอย่างง่ายเกินไป

                คุณทักษิณต้องการให้พวกเสื้อแดงกลับไปประท้วงขัดขวางการประชุมสุดยอดอาเซียนต่อไป โดยตะโกนร้องว่า:

                'ผมแพ้ไม่ได้' ประท้วงแล้ว 'ต้องมีอะไรติดไม้ติดมือกลับมา'

                แล้วคุณทักษิณก็เรียกร้องให้การชุมนุมทวีความเข้มข้นขึ้น

                ได้ยินดังนี้แล้ว

                ผมก็สิ้นหวัง และเชื่อว่า คำสั่งของคุณทักษิณนั้น ศักดิ์สิทธิ์เหนือสัจจะวาจาใดๆ ที่คุณอริสมันต์ให้ไว้กับผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี.........."

                ------------------------------

                "อดีต" บ่งบอก "ปัจจุบัน" ยืนยันถึง "อนาคต" เสมอ. 


ลุงกำนัน หรือ "สุเทพ เทือกสุบรรณ" นั้นท่านตกดวง "อหิงสกะ"อหิงสกะ แปลว่า "ผู้ไม่เบียดเบียน"บอกแค่นี้ ยังมองไม่เห็นวิถี "คนดวงอหิงสกะ" ฉะนั้น อยากบอกว่า "อหิงสกะ" ก็คือ"พระองคุลิมาล มหาเถระ" นั่นเอง!

ยังไม่ทันจะเลือกก็ว่าโกง?
'ดูเขา-ดูเรา' ภาวะวิกฤติโลก
'ไทยจน' ที่ยุโรปอยาก 'ปล้นอีก'
สิ้นยุค "ประชาธิปไตย-เผด็จการ"
หน้าไพ่ 'เลือกตั้ง' ใบแรก
'กฎหมายไม่ใช่เครื่องมือโจร'