เตือนภาคใต้รับมือฝนถล่มจนถึง21พ.ย.


เพิ่มเพื่อน    

    พายุโซนร้อนโทราจีอ่อนกำลังลง แต่ยังมีอิทธิพลทำให้ภาคใต้ของไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ตั้งแต่สุราษฎร์ธานีถึงนราธิวาส จนถึง 21 พ.ย.นี้ ปภ.เร่งประสานทุกจังหวัดพื้นที่เสี่ยงรับมืออุทกภัย จับตาเขื่อนแก่งกระจานและเขื่อนปราณบุรีเร่งระบายน้ำออก
    เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเรื่อง พายุ “โทราจี” (Toraji)” ความว่า เมื่อเวลา 07.00 น. ของวันที่ 18 พ.ย.61 พายุโซนร้อน “โทราจี” (Toraji) โดยมีศูนย์กลางอยู่ห่างออกไปทางตะวันออกของนครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ประมาณ 383 กิโลเมตร หรือที่ละติจูด 11.1 องศาเหนือ ลองจูด 110.1 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางใต้เล็กน้อยอย่างช้าๆ คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นทางตอนใต้ของประเทศเวียดนาม หรือบริเวณปลายแหลมญวน สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปยังประเทศเวียดนามตอนใต้ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วย ในช่วงวันที่ 18-19 พ.ย.61 และจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันและหย่อมความกดอากาศต่ำตามลำดับ เคลื่อนตัวลงสู่อ่าวไทย ผ่านภาคใต้ตอนกลางลงสู่ทะเลอันดามัน ในช่วงวันที่ 19-21 พ.ย.61 ทำให้ภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไปถึงจังหวัดนราธิวาส มีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย
    อนึ่ง มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ จะมีกำลังแรงขึ้นในช่วงวันที่ 19-21 พ.ย.61 ทำให้คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และติดตามข้อมูลบนเว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
    นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า มีพื้นที่เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ได้แก่ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล พื้นที่เฝ้าระวังคลื่นลมแรง ได้แก่ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
     ทั้งนี้ ปภ.ได้ประสานศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตและจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัยดังกล่าวเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัย โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน ระดับน้ำ และแนวโน้มสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด รวมถึงจัดเตรียมชุดเคลื่อนที่เร็ว เครื่องมืออุปกรณ์ประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย อีกทั้งเสริมแนวคันกั้นน้ำและติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมในพื้นที่จุดเสี่ยงน้ำท่วมขังและพื้นที่เศรษฐกิจ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้มงวดมาตรการความปลอดภัยทางทะเล โดยเฉพาะการห้ามเดินเรือทุกประเภท พร้อมกำชับสถานประกอบการในพื้นที่ริมชายฝั่งทะเลแจ้งเตือนนักท่องเที่ยวห้ามประกอบกิจกรรมทางทะเล ทุกประเภทในช่วงที่มีคลื่นลมแรง
    นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้จะต้องเฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 2 แห่ง คือ เขื่อนแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี มีปริมาณน้ำร้อยละ 91 ระบายออกวันละ 2.59 ล้านลูกบาศก์เมตร และเขื่อนปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีปริมาณน้ำร้อยละ 91 ระบายออกวันละ 2.41 ล้านลูกบาศก์เมตร. 


ก็ "จบแบบเจ็บๆ" ของฝ่ายค้าน...... สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ที่เริ่มมาแต่ ๒๔ ก.พ. แล้วใครชนะ?

'เรื่องนักเรียนกับคนบ้าข่าว'
มหกรรม 'มหา'ลัย' แข่งติด #
ผ่ายุทธการอรุณรุ่งริ่ง
'สิ้นสุดทางคุก' ของ ๓ มะกอก
จบที่ 'ไม่ยอมจบ' ของทอน
ภาวะโลก "Covid-19" เซตซีโร