เขต-โยธาโยนผิด ให้รพ.ฉาวต่อเติม


   

    สภาการพยาบาลเผย สบส.ยังไม่ส่งข้อมูลพยาบาล รพ.พระราม 2 ผิดจริยธรรม เผยตั้ง กก.สอบข้อเท็จจริงตั้งแต่มีเรื่องร้องเรียนแล้ว โทษแรงสุดเพิกถอนใบอนุญาต องค์กรเอกชนจี้ประกันสังคมจ่าย 4 แสนบาทแก่ทายาทหญิงถูกสาดน้ำกรดเสียชีวิต แล้วค่อยไปไล่เบี้ยผู้กระทำผิด
    เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายนนี้ ผศ.อังคณา สริยาภรณ์ เลขาธิการสภาการพยาบาล กล่าวว่า จนถึงขณะนี้ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ยังไม่ได้ส่งข้อมูลผลการสอบข้อเท็จจริงมาให้กรณี รพ.พระราม 2 ส่งต่อ น.ส.ช่อลัดดา ทาระวัน เหยื่อถูกสามีสาดน้ำกรด จนเป็นเหตุให้ผู้ป่วยเสียชีวิต ซึ่งผลสอบพบว่า พยาบาลผู้ปฏิบัติงานเป็นผู้ส่งต่อเอง ทั้งที่ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลสั่งให้รับผู้ป่วยไว้เป็นผู้ป่วยใน
    ผศ.อังคณากล่าวว่า ในส่วนของนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ที่ได้พาญาติผู้เสียชีวิตมาร้องเรียน และได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งได้มีการทำหนังสือส่งไปยัง รพ.พระราม 2 เพื่อขอทราบรายละเอียดว่า ในวันนั้นใครเป็นผู้ประกอบวิชาชีพพยาบาล และมีจำนวนกี่คน สถานการณ์เป็นอย่างไร เพราะการที่เราจะกล่าวโทษใครจำเป็นต้องมีข้อมูลอย่างครบถ้วน ซึ่งถ้ามีการลงโทษทางจริยธรรมแล้ว จะมีผลต่อชีวิตของเขาอย่างมาก ดังนั้นเรื่องนี้คงไม่ได้เร่งรีบ แต่คงไม่ล่าช้า หากทำผิดจริงต้องมีการลงโทษทางจริยธรรมแน่นอน โดยการลงโทษมีตั้งแต่เบาไปหาหนัก คือ ว่ากล่าวตักเตือน ภาคทัณฑ์ พักใช้ใบอนุญาต จะกำหนดระยะเวลาการพักใช้ โดยตลอดระยะเวลาของการพักใช้ใบอนุญาตจะไม่สามารถประกอบวิชาชีพได้ หรือแรงสุดคือเพิกถอนใบอนุญาต
    ผู้สื่อข่าวถามว่า จากข้อมูลของ สบส. ระบุว่าทางพยาบาลที่ดำเนินการเป็นผู้ยอมรับเองว่า ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลสั่งให้รับผู้ป่วยใว้นอน รพ.แล้ว แต่พยาบาลทำการส่งต่อเอง ผศ.อังคณากล่าวว่า ยังบอกอะไรไม่ได้ตอนนี้ เรายังไม่เห็นสำนวนข้อมูลสรุปการสอบสวนจาก สบส. ขอไปสอบข้อเท็จจริงก่อน ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และในฐานะคนทำงาน เราตระหนักในหน้าที่ที่ต้องทำให้ถูกต้องตามสิ่งที่ได้เรียนมา อีกด้านหนึ่งต้องทำตามนโยบายของหน่วยงานด้วย หากสิ่งที่ต้องทำเป็นนโยบายของหน่วยงาน ผู้รับผิดชอบควรมากกว่า 1 คนหรือไม่ ดังนั้น กฎหมายต่างๆ ที่ที่ทำงานกำหนดขึ้น ก็มาจากผู้มีอำนาจของหน่วยงาน ดังนัน ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกคน ทั้งนี้ หากสอบแล้วมีอะไรที่มากกว่านั้นก็จะย้อนกลับไปที่ สบส.อีกครั้ง
    ด้าน น.ส.สุภัทรา นาคะผิว ผู้อำนวยการมูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์ กล่าวถึงกรณีการช่วยเหลือเยียวยาแก่หญิงถูกสาดน้ำกรดเข้ารับการรักษาที่ รพ.พระราม 2 และเสียชีวิตขณะเดินทางไปรักษาที่ รพ.แห่งที่ 2 ตามสิทธิ์ประกันสังคม ว่า กรณีนี้เข้าข่ายทายาทของสาวที่ถูกสาดน้ำกรดจะได้รับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นจากการได้รับความเสียหายจากการรับบริการทางการแพทย์ เป็นจำนวน 4 แสนบาท ตามมาตรา 63 (7) พ.ร.บ.ประกันสังคม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2558 ที่ระบุว่า ประโยชน์ทดแทนในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยอันมิใช่เนื่องจากการทํางาน (7) ค่าใช้จ่ายเป็นเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้แก่ผู้ประกันตน ในกรณีที่ผู้ประกันตนได้รับความเสียหายจากการรับบริการทางการแพทย์ เมื่อสํานักงานได้จ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้แก่ผู้ประกันตนไปแล้ว ให้สํานักงานมีสิทธิไล่เบี้ยแก่ผู้กระทําผิดได้
    น.ส.สุภัทรากล่าวว่า กรณีนี้สำนักงานประกันสังคม (สปส.) จะต้องทำงานเชิงรุกด้วยการนำเงินจำนวน 4 แสนบาทมอบให้กับทายาทของสาวที่ถูกสาดน้ำกรดและเสียชีวิต แต่ที่ผ่านมาไม่เห็นว่า สปส.ดำเนินการอะไร และเชื่อว่ายังมีผู้ประกันตนอีกจำนวนมากที่ยังไม่รับสิทธิ์ในเรื่องนี้ ทั้งที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2558 แต่ สปส.เพิ่งออกประกาศคณะกรรมการการแพทย์ตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม เรื่อง หลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้แก่ผู้ประกันตนที่ได้รับความเสียหายจากการรับบริการทางการแพย์ ที่ลงนามโดย นพ.ชาตรี บานชื่น ประธานกรรมการการแพทย์ เมื่อวันที่ 17 ม.ค.2561 และมีผลบังคับใช้เมื่อเดือน ม.ค.2561 แต่ให้มีผลย้อนหลังไปถึงปี 2558 ด้วย
    นายประเสริฐ ฉวีอินทร์ ผู้อำนวยการเขตบางขุนเทียน ชี้แจงกรณีนายอัจฉริยะยื่นหนังสือขอให้ตรวจสอบใบอนุญาตก่อสร้างอาคารและใบอนุญาตเปิดใช้อาคารโรงพยาบาลพระราม 2 จากการลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารโรงพยาบาลพระราม 2 เมื่อวันที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา สำหรับการนำอาคารที่จอดรถมาดัดแปลงเป็นอาคารผู้ป่วยนอก พบว่าเจ้าของอาคารได้รับใบอนุญาตให้ดำเนินการได้ ส่วนที่มีการต่อเติมอาคารผิดไปจากแบบที่วางไว้หรือไม่นั้น ในเบื้องต้นได้ตรวจสอบเอกสารทางทะเบียนราษฎร พบว่าอาคารโรงพยาบาลพระราม 2 ได้ขอเลขหมายประจำบ้าน เมื่อวันที่ 22 ก.ย.2536 ซึ่งอาคารหลังดังกล่าวมีการยื่นขออนุญาตปลูกสร้างที่สำนักการโยธา กทม. นอกจากนี้ สำนักงานเขตบางขุนเทียนยังได้ส่งหนังสือแจ้งเจ้าของหรือผู้ดำเนินการโรงพยาบาลพระราม 2 ให้นำเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวกับการขออนุญาตก่อสร้างอาคาร มายื่นชี้แจงตามขั้นตอนของกฎหมาย และได้ประสานไปยังสำนักการโยธา กทม. เพื่อขอเบิกแบบแปลนใบอนุญาตก่อสร้างอาคารของโรงพยาบาลพระราม 2 ที่ได้ขออนุญาตไว้มาประกอบเอกสารหลักฐานเพื่อดำเนินการตรวจสอบ
    ขณะที่นายศักดิ์ชัย บุญมา ผู้อำนวยการสำนักการโยธา (สนย.) กล่าวว่า การขอนุญาตก่อสร้างอาคารของโรงพยาบาลพระราม 2 เป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักการโยธา ซึ่งได้อนุมัติถูกต้อง แต่ปัญหาการต่อเติมอาคารนั้นเป็นการดำเนินการภายหลัง โดยสำนักงานเขตเป็นผู้รับผิดชอบและตรวจสอบได้เอง ไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ สนย.


พฤหัสฯ-ศุกร์ "๒๕-๒๖ ก.ค." นี้ ที่เวที ทีโอที แจ้งวัฒนะ"ค้าน-รัฐบาล-วุฒิสมาชิก".........ยกทีมสามเส้าปะทะในศึก "แถลงนโยบายรัฐบาล" โดยประธานรัฐสภา "ชวน หลีกภัย" เป็นโปรโมเตอร์ใหญ่

'เลี้ยงลูกสไตล์อิสราเอล'
'ประยุทธ์-ธนาธร' หวยออกที่ใคร?
"ขายชาติ" ปรากฏว่า "ขาดทุน"
'ช่วยกันมองประเทศสักครั้ง'
เรื่อง 'แค้นกับค้าน' ในสภา
ล้างมรดก คสช.=ดับอนาคตใหม่