บิ๊กป้อม VS บิ๊กยอร์ช ผลพวงสะสมขุนพล ทษช.


   

     เกิดแรงเหวี่ยงการเมืองจากแกนนำ คสช. บิ๊กป้อม  พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม หลัง บิ๊กยอร์ช-พล.อ.ยศนันท์ หร่ายเจริญ อดีตรองผู้บัญชาการทหารสูงสุดเตรียมทหารรุ่น 16 ที่มีเพื่อนร่วมรุ่นคนดังอย่าง พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรีและอดีต ผบ.ทบ. ไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติเมื่อ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา ถึงขั้น แฉ ผสม ทวงบุญคุณ ว่าเคย วิ่งเต้น ในยุค คสช.เรืองอำนาจ

     ก็แปลกดี อยู่กับเรามาโดยตลอด และไปด่า คสช. ไม่คิดถึงข้าวแดงแกงร้อน เป็นผู้ใหญ่ ขนาดเกษียณแล้ว มีวุฒิภาวะมาก อยู่ในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชาของผมมาโดยตลอด แต่มาว่า คสช. เพราะเหตุใดตอนที่อยู่ถึงไม่พูด ไปโดนอะไรมาหรือไม่ ก็มันวิ่งเต้นมาตลอด ถือว่าไม่เหมาะสมที่ทำแบบนี้ ผิดหวังมาก เพราะเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาผมมา อยากไปอยู่พรรคไหนก็ไป เเต่ไม่ควรนำเรื่องภายในต่างๆ ไปพูดในทางที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นเรื่องไม่ดีและไม่ควรทำ ตอนอยู่ก็สนับสนุนอย่างดี ทำตัวเป็นคนอีกคนหนึ่ง เป็นจิ้งจก ไม่ควรนำเรื่องของ คสช.ไปพูด ตอนที่ตัวเองยังอยู่ก็ไปวิ่งเต้น

     ทั้งนี้ บิ๊กยอร์ช-พล.อ.ยศนันท์ ระบุหลังสมัครเป็นสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติไว้ว่า พรรคไทยรักษาชาติเป็นพรรคที่มีอุดมการณ์ประชาธิปไตยและแนวทางในการพัฒนาประเทศที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ประชาธิปไตยถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งในขณะนี้ และ อยากเรียกร้องทหารทุกคนยืนเคียงข้างประชาชน

     หมดยุคของการใช้อำนาจเผด็จการมาปกครองประเทศแล้ว บทเรียนการยึดอำนาจตลอด 4 ปีกว่าที่ผ่านมา แสดงให้เห็นแล้วว่า ประเทศชาติไม่เจริญก้าวหน้าประชาชนเดือดร้อน ถึงเวลาแล้วที่ทหารทุกคนต้องหันมาหาประชาชน

     ถ้อยคำดังกล่าวจากบิ๊กป้อมพล.อ.ประวิตร ว่าไปแล้ว ก็เกิดแรงสะท้อนกลับไปถึง คสช.ได้เช่นกันว่า เรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชนทางการเมืองอย่างการสมัครเป็นสมาชิกพรรค แม้บิ๊กป้อมบอกว่าไม่ติดใจ ที่อดีตรองผบ.สส.ไปอยู่กับพรรคขั้วตรงข้ามอย่างไทยรักษาชาติ ที่คือ พรรคเครือข่ายของทักษิณ ชินวัตร และเพื่อไทย แต่ข้องใจที่ออกมาตำหนิ คสช.

     กระนั้น ในความเป็นจริง เมื่ออดีตบิ๊กทหารเกษียณอายุราชการแล้ว ก็ถือเป็นประชาชนคนหนึ่ง ก็ย่อมมีสิทธิ์แสดงความเห็นทางการเมืองได้ แต่ที่ฉุน คงเพราะวงทหารเขาถือกันว่า แม้อาจมีความเห็นไม่ตรงกันทางความคิด แต่ก็ไม่ควรไปพูดพาดพิงถึงกันสู่สังคมภายนอก ยิ่งเคยอยู่ร่วมงานกันมา ยังไงก็ควรรักษาพื้นที่ตรงนี้ไว้ด้วย

     หลังเจอแรงเหวี่ยงดังกล่าว ฝ่าย บิ๊กยอร์ช-พล.อ.ยศนันท์ อดีตรอง ผบ.สส. ซึ่งได้ตำแหน่งนี้ก่อนเกษียณในยุค คสช. และรู้กันในพรรคไทยรักษาชาติว่า มีความสนิทสนมกับบิ๊กโอ๋ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต อดีต รมว.กลาโหมยุครัฐบาลเพื่อไทย เพื่อนร่วมรุ่น ตท. 10 กับทักษิณ ชินวัตร โดยฝ่าย พล.อ.ยศนันท์เลือกที่จะสงบนิ่งไม่ตอบโต้ บิ๊กป้อม อดีตผู้บังคับบัญชา โดยไม่ให้ความเห็นใดๆ ตามมา ทว่า ผู้นำพรรค-คนตั้งพรรคไทยรักษาชาติ ตัวจริง ทักษิณ ชินวัตร ที่ปักหลักอยู่สิงคโปร์ เพื่อรอ คำสู่ขอ จากครอบครัวของปิฎก สุขสวัสดิ์ ที่บินไปสู่ขออุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร เพื่อแต่งงานในเดือนมีนาคมปีหน้า ก็ต้องออกมาปกป้องสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติป้ายแดง อย่างบิ๊กยอร์ช ผ่านทวิตเตอร์ Thaksin Shinawatra ว่า  "ทหารที่อาสาเข้ามาทำงานการเมืองแบบตรงไปตรงมา น่าชื่นชมกว่าทหารที่เข้ามาโดยการยึดอำนาจไหมครับป้อม"

     ว่าไปแล้ว ปฏิกิริยาแรงเหวี่ยงข้างต้นจากบิ๊ก คสช.อย่าง พล.อ.ประวิตร คงทำให้ฝ่ายทักษิณ-เพื่อไทย-ไทยรักษาชาติ พอใจอย่างมาก เพราะถือว่าการดึงเอาอดีตบิ๊กทหารในยุค คสช. ที่แม้ไม่ได้มีตำแหน่งหลักมาอยู่กับพรรคคลอดใหม่อย่างไทยรักษาชาติ ที่อยู่ตรงข้ามฝ่าย คสช. แล้วทำให้ฝ่าย คสช.ไม่พอใจขนาดนี้ แค่นี้ก็ถือว่าเกิดผลลัพธ์ทางการเมืองที่น่าพอใจแล้ว กับการดึงคนกลุ่มต่างๆสะสมขุนพลจากหลายฝ่ายเข้ามาอยู่ไทยรักษาชาติ ควบคู่ไปกับการโยกคนของเพื่อไทยให้มาอยู่ไทยรักษาชาติเพื่อเป็นกำลังสำรอง ในแผนการเมือง แยกกันเดิน รวมกันหลังเลือกตั้ง

     ขณะที่การเตรียมพร้อมยุทธศาสตร์การเลือกตั้งของไทยรักษาชาติ พรรคเครือข่ายหลักของเพื่อไทย-ทักษิณ ก็คืบหน้าเป็นระยะ วงประชุมแกนนำพรรค ทษช. ณ ที่ทำการพรรคย่านแจ้งวัฒนะ ข่าวว่ามีการปิดห้องประชุมถกกันหลายรอบ เพื่อเตรียมส่งคนลงเลือกตั้งทั้งระบบเขตและปาร์ตี้ลิสต์ แต่ทั้งหมดจะชัดเจนหลัง 26 พ.ย. ที่ชัดเจนแล้วว่า สุดท้ายเพื่อไทย-ไทยรักษาชาติ จะใช้แผน หลบให้กัน ในหลายพื้นที่ แต่ต้องทำให้เนียนเพื่อไม่ให้ถูกมองว่า ฮั้วการเมือง จนน่าเกลียด.