ยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง


   

 

การสร้างงานให้คนพิการ ภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนคนในสังคมสนับสนุนการจ้างงานผู้พิการ มอบอาชีพทำให้คนพิการมีรายได้ พึ่งพาตนเอง นับเป็นแนวทางสำคัญยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการและชุมชน

           

เพราะคนพิการเป็นกลุ่มประชากรที่ขาดโอกาสมีงานทำ และมีรายได้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตที่สูงกว่าคนทั่วไป มักถูกกล่าวถึงเป็นคนจนที่สุด อีกทั้งยังมีแนวโน้มที่จะอยู่ในภาวะการเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง อุบัติเหตุ และเป็นผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ จำเป็นต้องช่วยกันหามาตรการที่จะช่วยให้คนพิการพึ่งพาตนเองได้

           

จากการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงาน “พัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ชุมชนร่วมใจ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ของ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมคุณภาพ (สสส.) ณ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพคนพิการ (ศูนย์ล้อไม้บ้านทรัพย์สมบูรณ์) อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เมื่อวันก่อน โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ดำเนินโครงการพัฒนาเครือข่ายคนพิการ และพัฒนาศูนย์เรียนรู้คนพิการด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จังหวัดขอนแก่น ร่วมกับมูลนิธิพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนเพื่อคุณภาพชีวิตดี มูลนิธินวัตกรรมทางสังคม และภาคีเครือข่ายคนพิการ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาศักยภาพคนพิการ ลดข้อจำกัดที่เกิดขึ้นในกระบวนการจ้างงานคนพิการ การสร้างประสิทธิภาพของกลไกการสร้างโอกาสการเข้าถึงอาชีพและการมีรายได้ที่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต

​           

พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวว่า การพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการถือเป็นการดำเนินงานที่สำคัญ โดยเฉพาะการสนับสนุนให้เครือข่ายคนพิการมีศักยภาพ มีอาชีพสร้างรายได้ให้แก่ตนเองและครอบครัว รวมทั้งการเปิดพื้นที่ให้คนพิการได้มีโอกาสมีส่วนร่วม มีปฏิสัมพันธ์กับสังคม สร้างการมีส่วนร่วมระหว่างคนพิการและคนไม่พิการผ่านการทำงาน ถือเป็นการลดช่องว่างและความเหลื่อมล้ำในสังคม และเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนพิการ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งมั่นในการดำเนินงานเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ การยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการในทุกด้านให้สามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีความสุข และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

           

“การดูแลตนเองให้มีสุขภาวะที่ดีทั้งกาย ใจ ปัญญา สังคม ดังที่ สสส.ได้ขับเคลื่อน เป็นเรื่องที่ดีและควรทำให้เป็นวงกว้าง จากพื้นที่เล็กๆ ให้กระจายสู่ระดับภาคส่วนที่ใหญ่ขึ้น ทั้งนี้ต้องอาศัยความร่วมมือทั้งภาครัฐและเอกชนเพื่อเปิดช่องทางทางการตลาดให้กับคนพิการ เปิดพื้นที่พัฒนาอาชีพ ส่งเสริมความรู้ให้กับคนพิการที่ไม่มีโอกาสเรียนรู้ได้มีบทบาทมากขึ้น สิ่งเหล่านี้จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมได้อย่างดี” พล.อ.ฉัตรชัยกล่าว

           

ด้าน นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส.กล่าวว่า ประเทศไทยมีคนพิการ 1.9 ล้านคน หรือประมาณ 3% ของประชากรทั้งหมด โดยแบ่งเป็นผู้พิการทางการเคลื่อนไหวด้านร่างกายเยอะที่สุด และมีแค่ 1% เท่านั้นที่จบการศึกษาในระดับปริญญาตรี เพราะส่วนใหญ่ไม่ได้เรียนหนังสือที่สำคัญคนพิการที่อยู่ในวัยแรงงานจำนวน 819,550 คน ไม่มีงานทำมากถึง 40.3 % มีงานทำ 33.2% และไม่สามารถทำงานได้ 26.5% จากสถานการณ์นี้ สสส.จึงร่วมกับภาคีเครือข่ายเข้ามาสนับสนุนในเรื่องการสร้างงานสร้างอาชีพ

           

"ถ้าคนพิการไม่มีรายได้ ไม่สามารถพึ่งตนเองได้ จะส่งผลต่อปัญหาทั้งด้านร่างกาย จิตใจของคนพิการ และไม่ตอบโจทย์สุขภาวะที่ดี จึงเป็นภารกิจสำคัญของ สสส.ที่เข้าไปเสริมสร้างสุขภาวะ โดยการจ้างงานและได้รับการสนับสนุนเชิงอาชีพจากคนในสังคม ทำให้คนพิการมีรายได้ พึ่งพาตนเอง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ประโยชน์ไม่ได้ตกอยู่กับแค่คนพิการอย่างเดียวเท่านั้น แต่ส่งผลดีต่อผู้ดูแลครอบครัวของคนพิการ ชุมชนก็ได้รับประโยชน์จากการทำงานของคนพิการทั้งทางตรงและทางอ้อม" นางภรณีกล่าว

           

สำหรับเป้าหมายของ สสส.ที่จะทำให้คนพิการมีสุขภาวะที่ดีขึ้น นางภรณีกล่าวว่า ขณะนี้มีการจ้างงานคนพิการภายใต้พื้นที่การดำเนินการ ในปี พ.ศ.2560 ตามมาตรา 33 และ 35 จำนวน 50% และพัฒนาให้สุขภาวะที่ดีจากการจ้างงาน พร้อมหนุนเสริมการศึกษาการเรียนรู้ สร้างพื้นที่ต้นแบบ รวมถึงสร้างเครือข่ายในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้กำลังใจกัน ซึ่งช่วยให้สังคมคนพิการก้าวไปข้างหน้าได้ง่ายขึ้น” นางภรณีกล่าว

            ​

ผอ.สำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ กล่าวอีกว่า สสส.ตั้งเป้าทำให้ ‘สุขภาวะของคนพิการ’ 50% ต้องมีสุขภาวะที่ดีขึ้น โดยแบ่งออกเป็น 4 มิติ คือ 1.ทางกาย คนพิการทั้งภายในและภายนอกระบบต้องมีสุขภาวะร่างกายที่แข็งแรง ไม่เกิดโรค มีการตรวจสุขภาพประจำปี ลดปัจจัยสี่ยงโรคต่างๆ 2.ทางสังคม จะหนุนให้คนพิการสามารถดูแลตนเองได้ เพื่อให้มีส่วนร่วมในชุมชนมากขึ้น 3.ทางด้านเศรฐกิจ ให้คนพิการมีรายได้อย่างต่อเนื่องปลดหนี้ได้ 4.ทางปัญญา เพิ่มการเรียนรู้พัฒนาศักยภาพตนเอง เพิ่มความสุขและความภาคภูมิใจในตนเองในการดำเนินงานสร้างการเปลี่ยนแปลงจะต้องแก้ปัญหาอย่างตรงจุดคำนึงถึงบริบทของแต่ละพื้นที่ มีการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนพิการ


นายสุวิทย์ เมษินทรีย์.... รัฐมนตรีว่าการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.)

เพิ่งเริ่มต้น "อย่าด่วนสรุป"
ข้อคิดคำนึงจาก 'คำพิพากษา'
'เสรีภาพกับข่าวเฟก-ข่าวมั่ว'
โลกาภิวัตน์ของ พล.ท.พงศกร
อีก ๓๖๔ วัน 'แม่กินอะไร?'
บ้านเมือง 'คนละเรื่องเดียวกัน'