ประชารัฐ 'กวาดทิ้ง' เพื่อไทย


   

    ไปซะหลายวัน กลับมาประเดิม "บอกบุญ" ก่อนเลย!
    เสาร์ที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๑
    "พระอาจารย์อินทร์ถวาย สันตุสสโก" วัดป่านาคำน้อย อุดรธานี จะนำคณะศิษย์ และผู้ศรัทธา 
    ทอดผ้าป่าสามัคคี "รวมศรัทธาคณะศิษย์หลวงตาพระมหาบัว ครั้งที่ ๑" ณ วัดป่าบ้านตาด เมือง อุดรธานี 
    สมทบสร้าง "พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ พระธรรมวิสุทธิมงคล" (ยอดฉัตร, ปลียอดทองคำ รวม ๑๙  เมตร)
    ขณะนี้ การก่อสร้างคืบหน้ากว่า ๕๐% แล้ว
    เมื่อพระอาจารย์อินทร์ถวาย ผู้ศิษย์หลวงตาพระมหาบัว หนึ่งในองค์นำสร้างพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ นำทอดเช่นนี้
    ไปได้ ก็ไปร่วมกันที่วัดป่าบ้านตาด "๑ ธันวา"
    ถ้าไปไม่ได้ แต่ "ใจมุ่ง-ใจตั้ง" กับพระอาจารย์ เพื่อสมทบทำยอดฉัตรเจดีย์หลวงตา โอนเงินเข้าบัญชีได้ 
    เลขที่บัญชี ๔๐๘-๘๕๙๑๗๖-๐ ธนาคารไทยพาณิชย์ ชื่อบัญชี "วัดป่านาคำน้อยเพื่อทำยอดฉัตรเจดีย์หลวงตามหาบัว"
    จบเรื่องบุญ ต่อเรื่องเลือกตั้ง ทุกวันนี้ "นักวิชาการ" ทั่วไปพูด ผมเฉยๆ
    แต่นักวิชาการชื่อ "ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์" พูด ผมต้องฟัง!
    เพราะท่านนี้......
    "เส้นตรง" ในรอยเท้า เหมือนมีทองหนุนหลัง "สิ่งพูด-สิ่งทำ" ให้มีค่า เชื่อได้-รับฟังได้
    รวมถึงโพล "โครงการสำรวจความนิยมในนักการเมืองที่ประชาชนอยากให้เป็นนายกฯ จากเลือกตั้ง ๒๔ กุมภา ๖๒" ที่ ดร.สังศิตทำด้วย
    ยิ่งทำภายใต้ยี่ห้อ "มหาวิทยาลัยรังสิต" ของ ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ ผู้ยืน "คนละมุม" กับ "นายกฯ ประยุทธ์" ด้วยแล้ว
    ผลโพล ยิ่งตอกย้ำ "ถึงน้ำหนัก" ให้รับฟังได้ ทบทวี!
    เพราะยี่ห้อนี้ ไม่ใช่ร้านอาหารตามสั่ง เป็นที่ประจักษ์ชัด
    ทำโพลมาแล้ว ๓ ครั้ง ตั้งแต่เดือนพฤษภา ครั้งนี้ ๒๔ พฤศจิกา เป็นครั้งที่ ๔
    ผลโพล สะท้อน "สังคมต้องการ" ออกมา ว่า........
    อยากให้ "พลเอกประยุทธ์" กลับมาเป็นนายกฯ เป็นอันดับ ๑ 
    ด้วยคะแนนนิยม ๒๗.๐๖%! 
    "ดร.สังศิต" คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต ในฐานะ "ผอ.โครงการ" มีมุมมองประกอบผลโพลอย่างไร?
    ฟังเอาเอง นี่ไง........
    "ความนิยมใน 'พรรคเพื่อไทย' ของทักษิณ ลดน้อยลง เหตุมาจากความแตกแยกภายในของพรรค
    นอกจากนี้ นักคิด, นักเขียน, เอ็นจีโอ ของเพื่อไทย กลายมาเป็นฝ่ายตรงข้ามกันไปหมด
    ทั้งนโยบาย ๓๐ บาทรักษาทุกโรค กับกองทุนหมู่บ้าน ซึ่งไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาลก็ต้องนำไปใช้ ทำให้ทุกคนคิดถึงทักษิณ 
    แต่วันนี้.........
    'พรรคพลังประชารัฐ' ได้ทำนโยบาย 'บัตรคนจน' ซึ่งมีขอบเขตการ 'ให้ประโยชน์แก่คนจน' กว้างขวาง 
    โดยรวมเอานโยบาย ๓๐ บาทรักษาทุกโรค ผนวกรวมกับนโยบายอื่นๆ อีก เช่น เบี้ยคนชรา ค่าโดยสารสำหรับผู้ป่วย ฯลฯ 
    พบว่า...........
    'เป็นนโยบายที่เอาชนะใจกลุ่มคนจนจำนวน ๑๑  ล้านคน' มากขึ้นอย่างรวดเร็ว!
    ผมมองว่า พรรคพลังประชารัฐ อาจ 'ชนะเด็ดขาด' ได้เลย เพราะสามารถจับกลุ่มเป้าหมาย คือ 'กลุ่มคนจน' ประมาณ ๑๑ ล้านคนและผลิตนโยบายออกมาตอบสนองได้ต่อเนื่อง 
    พูดง่ายๆ......
    'บัตรคนจน' เอาชนะ '๓๐ บาทรักษาทุกโรค' ได้แบบไม่เห็นฝุ่น
     วาทกรรมเรื่อง ๓๐ บาท ของคุณทักษิณ ที่พูดมาตลอดนั้น มาถึงจุดที่.....
    'แพ้แล้ว'
    คนรู้สึกว่า 'บัตรคนจน' เป็นประโยชน์มากกว่า!
    วันนี้ ถ้าดูคะแนนนิยมส่วนตัว 'พลเอกประยุทธ์' ซึ่งผมสำรวจมา ๔ หน ชนะแค่ ๓ หน แต่ครั้งสุดท้าย 
    .......เริ่ม 'ชนะเยอะ'! 
    ส่วนคะแนนนิยม 'พรรคพลังประชารัฐ' แพ้มาตลอด แต่วันนี้ 'พลิกกลับมาชนะ' 
    เหตุผลที่พลิกกลับมาชนะ คิดว่ามาจากเรื่อง 'บัตรคนจน' 
    จากนี้ อีก ๙๐ วัน..........
    'พรรคพลังประชารัฐ' จะออกนำพรรคเพื่อไทย 'แบบทิ้งห่าง' มากขึ้น 
    เพราะตอนนี้ เพื่อไทยไม่มีนักคิด ที่จะมาคิดทำนโยบายเหมือนสมัยก่อน 
    ตอนนี้ เหลือแต่สู้ด้วยการ 'ปลุกใจ'
    อย่างนี้.......
    ในทางการเมืองเพื่อไทย 'แพ้แล้ว'! 
    เพราะสงครามปลุกใจอย่างเดียว ไม่ทำให้ชนะ ต้องมีประชาชนสนับสนุนด้วย ถึงจะชนะ
    ตอนนี้ 'พลังประชารัฐ' กำลังทำปรากฏการณ์เป็น
    'พายุที่จะกวาดเพื่อไทย' 
    เป็น 'พรรคแรก' ตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ ที่จะเอาชนะพรรคเพื่อไทยได้เป็น 'ครั้งแรก' 
    เพราะฝั่ง 'พรรคพลังประชารัฐ' มีประชาชน มีนักคิด สนับสนุนจำนวนมาก 
    ดังนั้น..........
    พรรคพลังประชารัฐ 'มีแนวโน้มสูงมาก' ที่จะกลับมาเป็นรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง"
    ครับ...เพื่อไทยและไข่พวงอีก ๔-๕ พรรค ฟังแล้ว ไม่สะอึก หากแต่ "สำลัก" ชักแหง็กๆ
    พรรคพลังประชารัฐ......
    ด้วย "บัตรคนจน" จะเป็นพายุกวาดเพื่อไทย "๓๐ บาทรักษาทุกโรค" ตกใต้ถุน
    ฟังแล้ว...เห็บแม้วบอก...ตายดีกว่า!
    จะไม่ฟังก็ไม่ได้ เพราะอาจารย์สังศิต การันตี
    ใช้ ๘,๐๐๐ ตัวอย่าง ใน ๓๕๐ เขตเลือกตั้ง ใน ๗๗ จังหวัด 
    หมายความว่า ทำ "ทั่วทั้งประเทศ" ในทุกเขตเลือกตั้ง
    แถมตีตรายี่ห้อ "ดร.สังศิต" ประทับเปรี้ยงลงไปด้วย ว่า
    เชื่อมั่นทางสถิติได้ ๙๐%
    ทำเอา "หอน" ผิดคีย์กันไปทั้งพวงพรรค.....
    กับใครๆ ที่ดี๊ด๊ากับผล "นิด้าโพล" วานซืน ที่ว่า "สุดา ดาวเรือง" คะแนนนิยม อันดับ ๑ 
    นั่นแค่ "กลุ่มตัวอย่าง" ๑,๒๖๐ คน!
    ต่อจากนี้ อาจารย์สังศิตไม่ได้พูด ผมพูดเอง วิเคราะห์เอง จากฐาน ๑๑ ล้านคน ที่ชื่นชอบ "บัตรคนจน"
    แถมด้วยฐานคะแนนนิยมจาก "เหยื่อหนี้นอกระบบ" ที่พลเอกประวิตร ไปช่วยง้างปากนายทุนนำโฉนดมาคืนให้
    รวมแล้ว ขี้หมู-ขี้หมา ตอนนี้ พลังประชารัฐ ๑๒-๑๓ ล้านคะแนนศรัทธา
    น่าจะอุ่นกระเป๋า!
    ลองนำ ๑๒-๑๓ ล้าน แปลงค่าออกมาเป็น ส.ส.ระบบเขต ผมตีสูง ๘ หมื่นเสียง ต่อ ส.ส. ๑ คน
    เหนาะๆ ไม่หนี ๑๕๐-๑๖๐ ที่นั่ง!
    จากผลโพลอาจารย์สังศิต จะเห็นว่า คะแนนนิยมออกมาในคาดหมาย "พลเอกประยุทธ์" เป็นนายกฯ ของพรรคพลังประชารัฐ
    แบบนี้ พลังประชารัฐ ด้วย ๑๕๐-๑๖๐ เสียง เป็นแกนตั้งรัฐบาล ส่งพลเอกประยุทธ์ผ่านสภาขึ้นเป็นนายกฯ ได้ลอยลำ!
    นี่คิดเล่นๆ ด้วยตัวเลขหยาบๆ ของผมเอง
    ถ้าเป็นตามที่ ดร.สังศิตว่า "พลังประชารัฐจะกวาดเพื่อไทย" ตกใต้ถุน
    ด้วยฐานผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้ง กว่า ๕๐ ล้านคน ในกุมภา ๖๒ ออกมาใช้สิทธิ์กันซัก ๗๐% 
    พลังประชารัฐ........
    น่าจะได้คะแนนรวม "ทั้งประเทศ" ไม่หนี ๒๐ ล้าน
    "บ้านจะเป็นบ้าน......
    เมืองจะเป็นเมือง" ซะที!


"บิ๊กป้อม" พูดถูกนะ ๕ รัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐที่ยังเป็น ส.ส. ควรจะลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเลื่อนลำดับ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ขึ้นมาอีก ๕ อันดับ

มอง ส.ส.ผ่านบัญชีทรัพย์สิน
ภาพเชิงซ้อน 'การเมือง-การรบ'
แจกเงินเที่ยว 'รวยนักหรือ?'
เมื่อ 'ลางร้าย' มาถึงฝ่ายค้าน
'แล้งอีสานกับนักการเมือง'
รหัสลับ 'ประเทศไทย' ใต้พลูโต