นักปชต.'นคร'ชวนคนไทยปฏิวัติ-เลือกพรรคเครือข่ายแม้วล้างมรดกคสช.


   

29 พ.ย.61 -  นายนคร มาฉิม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ปัจจุบันสังกัดพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า หรือว่าถึงเวลาแล้วที่ประชาชนจะปฏิวัติเอง

24 มิถุนายน 2475 คณะราษฎร ได้ทำการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นระบอบประชาธิปไตย ได้สำเร็จ ให้คนไทยมีสิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค ได้ปกครองตนเอง แม้จะไม่สมบูรณ์ แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นนับหนึ่งของระบอบประชาธิปไตย คณะราษฎรจึงเป็นวีรชนที่อนุชนต้องร่วมกันยกย่องเชิดชู
แต่ด้วยความอ่อนแอ ขาดโอกาส ขาดความรู้ความเข้าใจ และการไม่รู้สึกหวงแหนในสิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค และอำนาจอธิปไตยของคนไทยส่วนหนึ่งในอดีต ประกอบกับ ระบอบการปกครองอนุรักษ์นิยมเดิมที่ประกอบด้วย นายทุน ขุนศึก ศักดินาอำมาตย์มีความเข้มแข็งและพร้อมสรรพ ได้ร่วมกัน สมประโยชน์กันยึดอำนาจหลายครั้ง

ครั้งแรก 1 เมษายน 2476 พระยามโนปกรณ์นิติธาดา ได้ประกาศพระราชกฤษฎีกาปิดสภาผู้แทนราษฎร พร้อมงดใช้รัฐธรรมนูญบางมาตรา

ครั้งที่ 2 20 มิถุนายน 2476 พลเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา ทำการยึดอำนาจ พระยามโนปกรณ์นิติธาดา

ครั้งที่ 3 8 พฤศจิกายน 2490 พลโทผิน ชุณหวัณ ยึดอำนาจรัฐบาล พลเรือตรีถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์

ครั้งที่ 4 6 เมษายน 2591 พลโทผิน ชุณหวัณ บังคับให้พันตรี ควง อภัยวงศ์ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และมอบตำแหน่งให้ จอมพล ป. พิบูลสงคราม

ครั้งที่ 5. 29 พฤศจิกายน 2494 จอมพล ป. พิบูลสงคราม ยึดอำนาจรัฐบาลตนเอง

ครั้งที่ 6. 16 กันยายน 2500 จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ยึดอำนาจรัฐบาล จอมพล ป. พิบูลสงคราม

ครั้งที่ 7. 20 ตุลาคม 2501 จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ยึดอำนาจรัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร

ครั้งที่ 8. 14 พฤศจิกายน 2514. จอมพลถนอม กิตติขจร ยึดอำนาจรัฐบาลตนเอง

ครั้งที่ 9. 6 ตุลาคม 2519. พลเรือเอกสงัด ชลออยู่ ยึดอำนาจรัฐบาล ม. ร. ว เสนีย์ ปราโมช

ครั้งที่ 10. 20 ตุลาคม 2520 พลเรือเอกสงัด ชลออยู่ ยึดอำนาจรัฐบาล นายธานินทร์ กรัยวิเชียร

ครั้งที่ 11. 23 กุมภาพันธ์ 2534 พลเอกสุนทร คงสมพงษ์ ยึดอำนาจรัฐบาล พลเอกชาติชาย ชุณหวัณ

ครั้งที่ 12. 19 กันยายน 2549. พลเอกสนธิ บุญยรัตตกลิน ยึดอำนาจรัฐบาลพ. ต. ท ทักษิณ ชินวัตร รัฐบาลรักษาการ

และครั้งที่ 13. 22. พฤษภาคม 2557. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ยึดอำนาจรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญให้พ้นจากตำแหน่ง แล้วมี นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล ปฏิบัติหน้าที่แทน. และ พลเอกประยุทธ์กับคณะ คสช. ก็ครองอำนาจมาจนถึงทุกวันนี้

รวมคณะเผด็จการทหารไทยได้ร่วมกันกับระบอบเผด็จการยึดอำนาจสำเร็จ 13 ครั้ง และ มีกบฏอีก 11 ครั้ง

ทุกครั้งที่คณะรัฐประหารเข้ามายึดอำนาจ ปล้นอำนาจประชาชนคนไทยไป พวกเขามีแต่ฉุดลากให้คนไทยและประเทศไทยถอยหลังไปในทุกๆด้านทั้งด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม และด้านการเมืองเช่นก่อนหน้านั้น ไทยมีสถานะใกล้เคียงกับประเทศญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ แต่ญี่ปุ่นไม่มีการรัฐประหารทำให้ญี่ปุ่นพัฒนาอย่างต่อเนื่องเจริญจนเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอันดับต้นของโลก ประชาชนชาวเกาหลีใต้ และญี่ปุ่นมีคุณภาพชีวิตดีกว่าคนไทยหลายเท่า

ยิ่งการยึดอำนาจปล้นอำนาจประชาชนคนไทยครั้งหลังสุด ที่นำโดย พลเอกประยุทธ์ และคณะ คสช. ปล้นอำนาจประชาชนได้สำเร็จตั้งแต่ 22 พฤษภาคม 2557 และครองอำนาจด้วยรัฐเผด็จการถึงปัจจุบัน พวกเขามีแต่สร้างคนแตกแยก ความเดือดร้อน ความทุกข์ยากลำบากให้แก่ประชาชน เศรษฐกิจตกต่ำเป็นประวัติการณ์ ภาระหนี้สินของประชาชนมากกว่ายุคใดๆ การค้าขายทำมาหากินฝืดเคือง การค้าการลงทุนซบเซา ยาเสพติดแพร่ระบาดอย่างหนัก รวยกระจุก จนกระจาย การเมืองการปกครองเป็นเผด็จการแบบสุดขั้ว ใกล้เคียงกับรัฐบาลทหารพม่า ลอกแบบการบริหารประเทศแบบรัฐบาลคอมมิวนิสต์จีน ประชาชนคนไทยเดือดร้อนไปทั่วทุกหัวระแหง

พวกเขาวางโครงสร้างอำนาจ ที่เป็นของเผด็จการ โดยเผด็จการ และเพื่อเผด็จการ ไม่ได้วางโครงสร้างอำนาจในการบริหารประเทศเพื่อประชาชนและประชาธิปไตยเลย หนำซ้ำ พวกเขามีการวางแผนการที่จะสืบทอดอำนาจต่อไปอีกยาวนาน พร้อมทั้งทำลายอำนาจประชาชน และ ประชาธิปไตยไปพร้อมกันด้วย

ที่สำคัญที่สุด ในยุคที่เผด็จการชุดนี้ครองเมือง การทุจริต และคอรัปชั่นหนักหน่วงรุนแรงมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยไม่มีการตรวจสอบ

พวกเราคนไทยได้รู้ ได้เห็น ได้สำผัส กับชีวิตจริงแล้วตลอดระยะเวลาเกือบ 5 ปีที่ผ่านมา

พี่น้องประชาชนคนไทยทุกท่านจงอย่าคาดหวังว่า คณะรัฐประหารที่ยึดอำนาจปล้นอำนาจของพวกเราไปจะมาปฏิรูปประเทศ จะมาสร้างความอยู่ดีมีสุข จะมาสร้างความเป็นธรรม ความเสมอภาคและประชาธิปไตยให้เลยเพราะมันไม่เคยมี และจะไม่มีประชาธิปไตยจากพวกเขาเหล่าเผด็จการเพราะหลายสิบปีที่ผ่านมามันได้พิสูจน์แล้ว และเห็นเป็นประจักษ์ในปัจจุบันว่าพวกเราเดือดร้อนขนาดไหน

ผมจึงอยากกราบเรียนกับพี่น้องประชาชนคนไทยทุกท่านว่าในการเลือกตั้งที่จะถึงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 นี้เป็นโอกาสเดียวที่สำคัญที่สุดในช่วงชีวิตหนึ่งที่พวกเราจะทำการปฏิวัติสังคมไทย ปฏิวัติประเทศไทยโดยสันติวิธีผ่านการเลือกตั้ง เลือกฝ่ายประชาธิปไตย ที่มีพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อชาติ และพรรคไทยรักษาชาติ ถือธงนำให้ชนะอย่าถล่มทลาย ให้มากกว่าเสียง ส ว. 250 คน ที่เผด็จการแต่งตั้งมาเป็นเครื่องมือสืบทอดอำนาจ และให้มีเสียงฝ่ายประชาธิปไตยมากพอที่จะล้างมรดกบาปของเผด็จการให้หมดสิ้น แล้วมาวางโครงสร้างอำนาจให้เป็นของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน อย่างแท้จริง สร้างความเสมอภาค สร้างความเป็นธรรม สร้างโอกาสที่เท่าเทียม เพื่อคนไทยทุกคน และลูกหลานของคนไทยเรา อย่าใจอ่อน หรือเห็นแก่พวกพ้องแล้วลงคะแนนให้พรรคการเมืองและนักการเมืองฝ่ายเผด็จการ และ แนวร่วมเผด็จการเข้าไปในรัฐสภานะครับ

ถึงเวลาแล้วที่พวกเราคนไทย จะทำการปฏิวัติสังคม และประเทศไทยของเรา อย่างสันติ ให้เป็นประชาธิปไตยด้วยมือของคนไทยทุกคน และล้างมรดกบาป ของเผด็จการให้สิ้นซากเสียที


เรื่อง "เรือดำน้ำ"..........ถูกทำให้กลับมาเป็นข่าวอีก!โฆษกคณะอนุกรรมาธิการพิจารณางบประมาณ ปี ๖๓ "นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร" ส.ส.พรรคเพื่อไทย แถลง เมื่อศุกร์ที่ ๖ ธ.ค.๖๒ ว่าในส่วน "งบกองทัพเรือ"

ทหารเกณฑ์ 'เกณฑ์ไปทำไม?'
ความเมืองเรื่อง "กล้วยและไข่"
เพื่อไทย 'หลอกแก้ผ้า' น้องใหม่
'ความลับทางทหารที่จำแม่น'
พรรคร่วม 'หลวม' ในแกนนำ
มีอะไรเสนอนอกจาก 'แบน'?