อีอีซี สร้างรายได้ ยกระดับธุรกิจประกันชีวิต(สถานีอีอีซี)


   


อีอีซี สร้างรายได้ ยกระดับธุรกิจประกันชีวิต

            
เหลืออีกเวลาไม่ถึงเดือนแล้วก็จะหมดปี 2561 ซึ่งในปีนี้ดูทุกอย่างเหมือนจะเดินหน้าไปในรูปแบบ”ถูกที่ถูกเวลา”โดยเฉพาะเศรษฐกิจของประเทศไทย นับตั้งแต่ช่วงต้นปีจนถึงขณะนี้มีแนวโน้มขยายตัวได้ในทิศทางที่ดี ส่งผลดีโดยรวมต่อภาคธุรกิจ และดียิ่งขึ้นเมื่อนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาครัฐมีความชัดเจน มีการเร่งอนุมัติเพื่อพัฒนาโครงการต่างๆ โดยเฉพาะแผนการลงทุนในพื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี (EEC Eastern Economic Corridor) 
 ยิ่งทำให้มีการลงทุนโดยภาคเอกชนเพิ่มมากขึ้น

โดยพื้นที่เป้าหมายของอีอีซี คือ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นพื้นที่เดียวกับโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ด และเพื่อดึงดูดให้บรรษัทข้ามชาติจากทั่วทุกมุมโลกสนใจมาลงทุนตั้งฐานการผลิตที่ไทย อีอีซี จึงต้องมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับอย่างดี ขณะที่การขนส่งก็ออกแบบไว้ครอบคลุมทั้งทางถนน ทางราง ทางอากาศ และทางน้ำ  สำหรับแผนการลงทุนของรัฐบาลตามกรอบการลงทุนรวมของภาครัฐและเอกชน ระยะเวลา 5 ปี แบ่งเป็นการลงทุนในส่วนของภาครัฐไม่เกิน 3 แสนล้านบาท ภาคเอกชน 5 แสนล้านบาท ส่วนที่เหลืออีกจะเป็นการร่วมทุนของภาครัฐกับเอกชน 7 แสนล้านบาท
 
ในส่วนของภาคธุรกิจเอกชนต่างๆมีความเชื่อมั่นมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งในข่วงที่ผ่านมาตั้งแต่ภาครัฐมีการประกาศนโยบายในการพัฒนาโครงการ อีอีซี ผู้ประกอบการต่างๆก็ได้เข้าไปลงทุนเพื่อเป็นการรองรับที่อยู่อาศัยกันมากขึ้น ในส่วนของธุรกิจประกันชีวิตนั้น ได้มองและเล็งเห็นถึงการส่งเสริมโดยเฉพาะการพัฒนาโครงการ อีอีซี ว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก

”อีอีซี”ยกระดับอุตสาหกรรมของประเทศ
นางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ได้แสดงความคิดเห็นถึง โครงการ อีอีซี ว่า นับเป็นโครงการระดับชาติ และอยู่ในแผนยุทธศาสตร์ภายใต้ไทยแลนด์ 4.0 ที่จะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากการที่ภาครัฐมีนโยบายให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี และข้อยกเว้นอื่นๆ ที่จะช่วยลดภาระการเงิน และเพิ่มความสะดวกสบายในการประกอบธุรกิจ 
    
ทั้งนี้การเกิดขึ้นของ อีอีซี มีเป้าหมายในการพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุน และการขนส่ง รวมทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทันสมัยที่สุดในภูมิภาค สามารถเชื่อมต่อกับนักลงทุนจากทั่วโลก เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้สูงขึ้น และยกระดับอุตสาหกรรมของประเทศ ซึ่งจะเป็นสร้างความเปลี่ยนแปลงในวงกว้าง และสร้างโอกาสอย่างมากมายให้กับคนไทย รวมถึงนำผลประโยชน์มหาศาลสู่ประเทศไทย 

"เชื่อว่าอีอีซีจะสามารถสร้างกระแสบวกให้กับธุรกิจประกันชีวิตได้ระดับหนึ่ง จากภาวะเศรษฐกิจในภูมิภาค ที่น่าจะเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น จากการจ้างงานเพิ่มขึ้น ประชาชนมีรายได้มากขึ้น การบริโภคภาคครัวเรือนที่เติบโต การประกันชีวิตก็จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทั้งการประกันชีวิตรายบุคคล และการประกันชีวิตกลุ่ม” นางนุสรา กล่าว

ขยายฐานลูกค้าสร้างการเติบโต
สำหรับ ไทยสมุทรประกันชีวิต ในพื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก 3 จังหวัด คือ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา บริษัทมีสาขารองรับการขยายงาน และมีศักยภาพพร้อมให้บริการอยู่จำนวน 7 สาขา รวมทั้งสำนักงานตัวแทนอีก 1 แห่ง และยังมีตัวแทนประกันชีวิตที่มี ความรู้ความสามารถ และมีความเป็นมืออาชีพอีกจำนวนเกือบ 1,000 คน

ยิ่งไปกว่านั้น ในปัจจุบันบริษัทได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าเจ้าของธุรกิจ เลือกให้ดูแลบุคลากรในองค์กรด้วยการประกันชีวิตกลุ่มอีกกว่า 40 บริษัทในพื้นที่ดังกล่าว ดังจะเห็นได้ว่า การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกน่าจะเป็นโอกาสที่ดีที่บริษัทจะสามารถสร้างการเติบโตในภูมิภาคตะวันออก และขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นทั้งลูกค้ารายบุคคล และลูกค้าประกันชีวิตกลุ่มในอนาคต

แนวโน้มธุรกิจประกัน ในปี 2562
            
ในปี 2561 นี้ เชื่อมั่นว่าธุรกิจประกันชีวิตจะสามารถเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ตั้ง คือ มีอัตราการเติบโตของเบี้ยประกันชีวิตรับรวมอยู่ที่ 4-6% ซึ่งเป็นผลมาจากสภาวะเศรษฐกิจในประเทศมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่อัตราการถือครองกรมธรรม์ประกันชีวิตในปี 2560 ที่ผ่านมามีการถือครองอยู่ที่ 39% แสดงให้เห็นว่าตลาดประกันชีวิตยังมีโอกาสที่จะขยายตัวได้อีกมาก

นอกจากนั้นยังมีปัจจัยบวกอีกหลากหลาย ที่มีส่วนในการผลักดันให้ธุรกิจประกันชีวิตเติบโตได้ถึงเป้าหมายที่กำหนดไว้ ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมจากภาคธุรกิจในการให้ความรู้กับประชาชนในทุกกลุ่ม ผ่านช่องทางการสื่อสารในรูปแบบที่หลากหลาย ในขณะเดียวกัน ยังมีปัจจัยสนับสนุนจากภาครัฐที่มีนโยบายกระตุ้นให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการมีความคุ้มครองและการวางแผนทางการเงินเพื่อรองรับการใช้ชีวิตหลังเกษียณ รวมถึงสิทธิประโยชน์ทางภาษีต่าง ๆ ที่ผู้เอาประกันชีวิตจะได้รับ
            
“ในช่วง 3 ไตรมาสที่ผ่านมาของปี 2561 (เดือนมกราคม-กันยายน) ธุรกิจประกันชีวิตมีเบี้ยประกันชีวิตรับรวมทั้งสิ้น 461,334 ล้านบาท ซึ่งเติบโตเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา 4.68% โดยแยกเป็นเบี้ยประกันชีวิตรับรายใหม่จำนวน 131,774 ล้านบาท ประกอบด้วย เบี้ยประกันชีวิตรับปีแรก จำนวน 69,202 ล้านบาท และเบี้ยประกันชีวิตรับจ่ายครั้งเดียว จำนวน 62,572 ล้านบาท โดยมีเบี้ยประกันชีวิตรับปีต่อไปจำนวน 329,560 ล้านบาท และมีอัตราความคงอยู่ 84%"

เทรนด์ประกันชีวิตในอนาคต    
สำหรับทิศทางในอนาคตนั้น ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตได้ถูกพัฒนาให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าและเศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยเฉพาะในภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำ ส่งผลให้ผู้บริโภคมองหาการลงทุนในลักษณะอื่นเพิ่มเติม ประกอบกับปัจจุบันประชาชนมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของการทำประกันชีวิต การวางแผนทางการเงินเพิ่มมากขึ้น จึงไม่ได้ต้องการที่จะซื้อความคุ้มครองชีวิตเพียงอย่างเดียว แต่ยังมองการลงทุนอื่นที่ได้รับผลตอบแทนสูงด้วย ดังนั้น ผลิตภัณฑ์ควบการลงทุน (Unit-Linked , Universal Life) จึงได้รับความนิยมจากประชาชนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
           
“ธุรกิจประกันชีวิตได้มีการเปิดรับเทคโนโลยี ใหม่ ๆ ซึ่งถือเป็นอีกความท้าทายทำให้ต้องมีการปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปฏิวัติรูปแบบการดำเนินธุรกิจหรือที่เรียกว่า Insuretech เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจในทุก ๆ ด้าน ในอนาคตประชาชนจะได้เห็นการพัฒนาธุรกิจประกันที่เกี่ยวข้องกับเรื่องอิเล็กทรอนิกส์ หรือในเรื่องของดิจิทัลมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของภาคธุรกิจเพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกสบายและประโยชน์มากที่สุด

ปี61ยังเติบโตต่อเนื่อง
            
ผลการดำเนินงานของบริษัท ใน 3 ไตรมาสที่ผ่านมา (ม.ค.-ก.ย. ปี 2561) บริษัทสามารถสร้างการเติบโต โดยมีรายได้จากเบี้ยประกันชีวิตรับรายใหม่ (New Business Premium) จำนวน 2,162 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 16% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสัดส่วนจากช่องทาง Digital Sales เติบโตสูงถึง 305% รองลงมาเป็นช่องทางประกันชีวิตกลุ่ม 70% และช่องทางธนาคาร 59% และเบี้ยประกันชีวิตรับรวม 9,750 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 3.27% ในขณะที่มีผลตอบแทนจากการลงทุน 5.79%

จากผลการดำเนินงานแสดงให้เห็นถึงการใช้ความรักเป็นพลังในการสร้างการเปลี่ยนแปลง ตลอดจนพัฒนาศักยภาพ และประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจอยู่ตลอดเวลา พร้อมมุ่งมั่นยกระดับการบริการลูกค้าอย่างเหนือความคาดหมาย สร้างความพึงพอใจ และประสบการณ์ที่น่าประทับใจอยู่เสมอ ทำให้บริษัทขับเคลื่อนธุรกิจท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล และสามารถเดินหน้าสร้างความสำเร็จได้อย่างยั่งยืนตลอดไป

อัดแคมเปญปี 62

สำหรับในวาระครบรอบ 70 ปี แห่งการดำเนินธุรกิจ ในปี 2562 OCEAN LIFE ไทยสมุทรได้เดินหน้าใช้พลังความรักสร้างสรรค์และพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่เหนือความคาดหมาย เพื่อสร้างประสบการณ์ที่สุดประทับใจ สามารถตอบโจทย์ความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า เพื่อสร้างความมั่นคงยั่งยืน เคียงข้างคนไทยและสังคมไทยจากวันนี้และตลอดไป พร้อมทั้งเตรียมของขวัญชิ้นสำคัญให้กับคนไทยด้วยความรัก โดยการคิดค้นและสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ยกระดับการบริการไปอีกขั้น กับ“OCEAN CLUB Application” อภิสิทธิ์สำหรับคนรักการใช้ชีวิตที่ครอบคลุมทั้งการบริการหลังการขายสำหรับลูกค้า

พร้อมกิจกรรมดี ๆ และสิทธิประโยชน์มากมายที่คัดสรรจากพันธมิตรชั้นนำทั่วประเทศสำหรับสมาชิก ยิ่งไปกว่านั้น OCEAN CLUB App. ยังเอาใจคนรักการใช้ชีวิต โดยการสนับสนุนให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดี ด้วยการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมีคุณภาพ เพียงนอนดี หรือออกกำลังกายด้วยการ เดิน วิ่ง หรือปั่นจักรยาน ก็สามารถสนุกกับการสะสมเหรียญ Ochi Coin ได้ง่าย ๆ เพื่อแลกสิทธิพิเศษมากมาย สนใจสมัครสมาชิก OCEAN CLUB ได้ที่ Line @OceanLife และเตรียมพบกับ “OCEAN CLUB Application” อย่างเต็มรูปแบบได้เร็ว ๆ นี้
         
                                                                                                                   ศรยุทธ เทียนสี  รายงาน


เรื่อง "เรือดำน้ำ"..........ถูกทำให้กลับมาเป็นข่าวอีก!โฆษกคณะอนุกรรมาธิการพิจารณางบประมาณ ปี ๖๓ "นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร" ส.ส.พรรคเพื่อไทย แถลง เมื่อศุกร์ที่ ๖ ธ.ค.๖๒ ว่าในส่วน "งบกองทัพเรือ"

ทหารเกณฑ์ 'เกณฑ์ไปทำไม?'
ความเมืองเรื่อง "กล้วยและไข่"
เพื่อไทย 'หลอกแก้ผ้า' น้องใหม่
'ความลับทางทหารที่จำแม่น'
พรรคร่วม 'หลวม' ในแกนนำ
มีอะไรเสนอนอกจาก 'แบน'?