สิ้นยุค "ประชาธิปไตย-เผด็จการ"


   

    ดูการเมือง "เรื่องเลือกตั้ง" แต่ละวันแล้ว "คลื่นไส้" เหมือนย่ำส้วมที่ไม่ได้ราดน้ำ
    คนไม่เปลี่ยน
    ทัศนคติ-ความคิดไม่เปลี่ยน
    นิสัย-สันดานไม่เปลี่ยน
    พฤติกรรม-การกระทำไม่เปลี่ยน
    ในขณะที่ "โลกทั้งใบ" กำลังเปลี่ยน
    แล้วการเลือกตั้งจะเปลี่ยนมิติสังคมประเทศได้อย่างไร?"
    ในเมื่อพรรคและคนที่เสนอตัวให้เลือกที่เห็นหน้า ล้วนแต่เป็นคนที่เห็นแล้ว "อ้วกแตก" แทบทั้งนั้น!
    ความจริง.....
    "คนหน้าใหม่" ที่หมุนเข้าระบบเลือกตั้งเที่ยวนี้ ดูแล้วมีมากกว่าทุกครั้ง
    แต่ด้วยเป็น "พระบวชใหม่" เจ้าสังกัดยังไม่ปล่อยขึ้นเวที ชาวบ้านซึ่งเป็น "ผู้เลือก" จึงไม่รู้-ไม่เห็น ว่ามีใครต่อใครบ้าง?
    เห็นแต่ประเภท "หนังหนา-พรรษาแก่"
    เคยวาดลวดลายในรัฐสภาและบริหารกิจการประเทศกันมาแล้ว
    เป็นที่ประจักษ์ชัดอยู่ ๒ ประเภท
    ไม่เก่งพูด ก็เก่งโกง!
    คสช.เข้ามาคั่นกลาง "ประชาธิปไตยกินเมือง" เกือบ ๕ ปี เมื่อเปิดเวทีให้มีเลือกตั้ง
    ผู้คนหวังกันมาก เลือกตั้งรอบนี้ บ้านเมืองขึ้นจากหล่มที่จมปลักมานานซะที 
    ด้วยหวังว่าจะมีนักการเมืองหน้าใหม่ๆ ที่มี "วงความคิด" กว้างกว่า "วงเขาควาย" เป็นตัวให้เลือก
    เอาเข้าจริง.....
    "ฝูงเดิม-ตัวเดิม" เกือบทั้งนั้น!
    เข้าสู่เทศกาลเลือกตั้งปั๊บ แก๊งจ้องแยกบ้าน-แยกเมืองประกาศ "แยกสังคมประเทศ" ปุ๊บ
    ใครนิยม "ฝ่ายประชาธิปไตย" โกงแบ่งกันเป็นงานประจำ เผาบ้าน-เผาเมืองเป็นงานอดิเรก 
    "มาทางนี้"
    ใครไม่นิยมการโกงและการเผา มุ่งแต่สร้างบ้าน-สร้างเมือง เป็น "ฝ่ายเผด็จการ"
    "ไปทางโน้น"!
    แบ่งประเทศด้วยตรรกะควายขนาดนี้แล้ว ก็ยังมีควายเหนือควาย ยืนโชว์เขากลางแดดโดดเด่น ซ้ายไม่อือ ขวาไม่อือ
    ถามว่า ยืนเบิ่งหาอะไร?
    หา "หลัก (การ)!
    อยู่การเมืองมาจนเป็นสถาบัน ถูกไล่ตี-ไล่กระทืบปางตาย แต่ยังหาหลักผูกเชือกเล็มฟางไม่เจอ 
    ขาประจำบอก ขอ "หาวเรอ" แป๊บนึง
    ถ้าคิดว่าเป็น "ควายโพธิสัตว์" ก็อนุโมทนา หลีกทางให้คนอื่นนำฝูง อย่างนั้นจะเป็นการเสริมบารมีตัวเองมากกว่า
    แต่เมื่อพอใจจะเป็น "ควายชน" ในสนาม 
    แนวทางปัจจุบัน ควรใช้อดีตเป็นบทเรียนและฐานคิดเชิงแก้ เพื่ออนาคต "ไม่ซ้ำรอยเดิม"
    แต่นี่ เหมือนควายซาดิสต์ เสพติดความรุนแรงที่เคยโดน ใช้ปัญญารั้น ไปกระสันกับฝ่ายเคยไล่กระทืบ!
    "ฝรั่งเศส" ตอนนี้ กำลังถูก "ประชาธิปไตย" เผาประเทศ จากระดับ "รากหญ้า" คนเดียวแท้ๆ
    สู่คนชั้นกลางและล่างหลายหมื่น ตอนนี้ ลามถึงระดับนักเรียนมัธยมและนักศึกษามหาวิทยาลัย
    ออกมาระบายความไม่พอใจประธานาธิบดีมาครงทั่วบ้าน-ทั่วเมือง
    "ฝรั่งเศส" คุยเป็นประเทศ "ต้นแบบ" ประชาธิปไตยต่อไปอีกไม่ได้แล้ว
    เพราะประชาธิปไตยเผาบ้าน-เผาเมืองที่เบ่งบานกลางชองเอลิเซขณะนี้
    เลียนแบบ "ประชาธิปไตย" จากไทยชัดๆ!
    ยิ่งข้อเสนอ "เสื้อกั๊กเหลือง" ให้มาครงลาออก แล้วให้อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุดขึ้นแทน
    โอ...จอร์จ เอานักการเมืองเลือกตั้งลง เอานักการทหารขึ้น มันก๊อบปี้ไทยทั้งดุ้น
    นี่คือตัวอย่าง "ข้อคิด-มุมมอง" บนทิศทางและรูปแบบ สู่การโลกเปลี่ยน-สังคมเปลี่ยน ช่วงหัวเลี้ยว-หัวต่อ
    "ศตวรรษที่ ๒๑" สู่ "ศตวรรษที่ ๒๑"!
    จากเสรีประชาธิปไตย "ไร้พรมแดน" คนฝรั่งเศสและหลายประเทศในยุโรปตอนนี้ 
    กำลังส่งสัญญาณ จากเสรีสุดขั้ว กลับไปเป็น "อนุรักษนิยม" สุดขั้ว!
    เสรีสุดขั้ว ทำให้มนุษย์เป็น "สัตว์วัตถุ" ทำอะไร-แบบไหนได้ทั้งนั้น เพื่อสนองตัณหาอยาก
    ปรากฏว่า เสรีประชาธิปไตย สุดติ่งกระดิ่งแมวขนาดไหน สัตว์วัตถุไม่เคยพอ ไม่เคยหายอยาก
    ไปจนสุดหล้า ก็ค้นหาสิ่งที่บอก "ประชาธิปไตยให้ได้" ไม่เจอ
    จึงต้องการกลับไปแนว "อนุรักษนิยม" เดิม 
    กลับไปเป็นมนุษย์ คือ "สัตว์ฝึกแล้วมีใจประเสริฐ"
    ยึดศีล-ยึดธรรม "ยึดพอ-ยึดสุข" ทางด้านจิตใจ ในวิถีชีวิตและสังคม 
    มนุษย์เป็นนายเวลา.....
    เป็นนายสถานีใจบนการเปลี่ยนแปลง ให้ทุกอย่าง "ค่อยเป็น-ค่อยไป"
    ไม่ใช่เป็น "ทาสเวลา" ในร่างไอที แล้วให้เวลานั้น เฆี่ยนโบยให้สัตว์วัตถุ หื่นกระหาย ไล่-ล่า-ฆ่า-แย่ง กัน
    ซึ่งไม่มีใครไปถึงจุดสุดจินตนาการ ล้วนเป็น "หนูถีบจักร" หยุดไม่ได้ ไปไม่ถึง
    หยุด หมายถึง ตาย...หงายท้องแหงแก๋!
    การแสวงหาผู้นำของแต่ละสังคมประเทศในโลกตอนนี้ 
    "เลือกตั้ง" ไม่ใช่วิธีการ "ผูกขาด" วิธีเดียว ที่ประชาชนจะใช้แล้ว
    สังคมโลก ไม่มีประชาธิปไตย-เผด็จการ 
    เพียงนักคิดใน "สังคมปกครอง" กลุ่มหนึ่ง สมมุติขึ้นใช้ปกป้อง "อำนาจกลุ่มตน" ในยุคหนึ่ง-สมัยหนึ่ง เท่านั้น
    "เลือกตั้ง-แต่งตั้ง-ลากตั้ง" หรือจะแบบไหนก็แล้วแต่ 
    มันไม่ใช่คำตอบบนความเป็น "ประชาธิปไตย-เผด็จการ" ที่ใครจะเรียกว่าเป็น "สัจจะอำนาจ" ได้เลย
    โลก มีมากกว่าหนึ่งทาง ที่จะไปถึง......
    "อำนาจนำสังคมประเทศ" ก็เหมือนกัน "ประชาธิปไตย-เผด็จการ" แค่สมมุติเรียก
    มันเป็นดังปรัชญาท่าน "เติ้งเสี่ยวผิง"
    "แมวสีไหนก็ได้ ขอให้จับหนูได้ เป็นใช้ได้"
    หรือตามปรัชญานิพนธ์ท่านเหมาเจ๋อตง "ที่ใดไม้กวาดเข้าไม่ถึง ที่นั้นย่อมสกปรก"
    อะไรที่ใช้กวาดขยะ หยากไย่ ทำให้สถานที่นั้นสะอาดได้ ใช้ได้ทั้งนั้น
    จะในปราสาทราชวัง หรือจะใต้ถุน ไม่มีการแยกว่า ในปราสาท ต้องไม้กวาดทองคำ ใต้ถุน ใช้ไม้กวาดดอกหญ้า
    ขอเป็น "ไม้กวาด" ถือว่าตอบโจทย์!
    กับประเทศไทย "บ้านเรา" ชาวโลกทุกวันนี้ ไม่มีใครเขาเพ่งเล็งเรื่องประชาธิปไตย-เผด็จการแล้ว
    เขาต่างมองทะลุรูปแบบเข้าเน้นดูเนื้อหาข้างใน ว่า บ้านเมืองสงบเรียบร้อยมั้ย? 
    ในทางปฏิบัติ บริหาร-ปกครองเป็นธรรม เป็นที่พอใจประชาชนมั้ย?
    มีการพัฒนาเศรษฐกิจ-สังคมประเทศหรือไม่ ทุจริต คอร์รัปชันกันอยู่หรือไม่?
    และการคบค้าสมาคมในสังคมโลก ผลประโยชน์ต่างตอบแทนทางการค้า-การลงทุน เป็นธรรมต่อกันหรือไม่?
    ก็มีแต่นักเลือกตั้งเก่าๆ คิดเก่าๆ ทำเก่าๆ เรานี่แหละ สังคมโลกสู่ศตวรรษใหม่ "เปิดประตูคอก" ให้ต่างออกไปแสวงหาหญ้าใหม่กันแล้ว
    แต่กลับไม่ยอมไป.....
    คิดอยู่แต่ในวงรอบเขาโง้งตัวเองแค่ "ประชาธิปไตย-เผด็จการ" สาดใส่กันเพื่อหวังผลทางพิธีกรรมเลือกตั้ง
    เห็นแล้วสงสาร
    ไม่ได้สงสารสัตว์การเมือง แต่สงสารประเทศ ที่ถูกสัตว์การเมืองพวกนี้ขยี้ขยำมาร่วม ๒๐ ปีแล้ว
    คิดทำ-คิดสร้าง คิดถากถางทางเพื่อคนข้างหน้า ที่เรียก "พี่น้องประชาชน" กันเถอะ
    เลิกบ้ากันได้แล้ว "ประชาธิปไตย-เผด็จการ"
    ประชาชน "ชาวบ้าน" ครับ........    
    เลือกตั้งคราวนี้ ต้องให้บทเรียนเจ็บๆ กับพวกสัตว์การเมืองจริงๆ ซักที.


คนเหนือ อีสาน กรุงเทพฯ......... เห็นบึ้มที่ ๓ จังหวัดใต้ บาดเจ็บ ล้มตาย ทั้งชาวบ้าน ทั้งเจ้าหน้าที่เป็นรายวัน ตั้งแต่ปีใหม่เป็นต้นมา

"บิ๊กป้อม" ใครว่าปัญญาอ่อน?
'เมื่อมลพิษเปื้อนกรุงเทพฯ'
เหตุใด 'ยิ่งเลวกลับยิ่งดัง'?
ยุทธการ 'พิษล้างพิษ' ถิ่นเหนือ
เมื่อ 'ดร.เอนก' ว่ายหาฝั่ง
เครื่องแบบประชาธิปไตย