
'ประชาชาติ' ชูธง 'พหุวัฒนธรรม'
ปักหมุด 3 จังหวัดชายแดนใต้
พื้นที่เลือกตั้ง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยะลา-ปัตตานี-นราธิวาส ถือเป็นพื้นที่เลือกตั้งที่ถูกจับตามองทุกครั้ง เนื่องด้วยสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ซึ่งเกิดขึ้นมาหลายปี และเป็นพื้นที่ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์เองที่ผูกขาดชัยชนะมาตลอดก็ไม่สามารถคุมสภาพให้สามารถกำชัยได้เหมือนจังหวัดอื่นๆ ในภาคใต้ ยิ่งเมื่อผลการลงประชามติรับ-ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเมื่อ 7 ส.ค.59 ประชาชนใน 3 จังหวัดดังกล่าวเสียงส่วนใหญ่ลงมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ก็ยิ่งทำให้เป็นพื้นที่เลือกตั้งที่ถูกจับตามองมากที่สุดพื้นที่หนึ่ง เพราะตอนนี้หลายพรรคก็ตั้งเป้าหวังได้เก้าอี้ ส.ส.และคะแนนในพื้นที่นี้ ไม่ว่าจะเป็นประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย-ประชาชาติ-พลังประชารัฐ-อนาคตใหม่ เป็นต้น
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ และเป็นอดีตเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ซึ่งตอนนี้แกนนำพรรคหลายคนปักหลักอยู่พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่องทุกวัน ได้แสดงความมั่นใจว่าการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นพรรคจะได้ ส.ส.ทั้งระบบเขตและปาร์ตี้ลิสต์อยู่ที่ประมาณ 20 บวก แต่อาจจะไม่ลบ เรื่องนี้พรรคไม่ได้เพ้อฝัน เพราะหากคิดจากคะแนนที่ไม่รับร่าง รธน.ตอนลงประชามติ เช่นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีร่วม 9 แสนคน คำนวณเป็นปาร์ตี้ลิสต์ก็ได้ 15 คน รวมถึงยังมีประชาชนในพื้นที่ กทม.และอีกหลายแห่งที่เห็นด้วยกับนโยบายพรรค ก็ใช้อีกไม่เยอะ ถ้าเอาตัวเลขเดิมล้านคะแนนก็เท่ากับ 15 คน ขณะที่ ส.ส.เขตในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ หัวหน้าพรรค-นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา บอกว่าพรรคจะได้ 5 บวก/ลบ เฉพาะ ส.ส.เขต เราพูดได้ว่าพรรคประชาชาติไม่ใช่ของกลุ่มวาดะห์ แต่กลุ่มวาดะห์ที่ไม่แตกตัวออกไป ก็อยู่ในพรรคประชาชาติรวมแล้ว 7 คน เลือกตั้งก็จะมีกลุ่มนี้อยู่ เช่นนายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์, นัจมุดดีน อูมา และเป็นนิมิตหมายที่ดีว่าอยู่สามัคคีกัน และบางคนขอไปอยู่ข้างหลังเพื่อให้พรรคเกิด ไม่ใช่เป็นพรรคเฉพาะกิจ แบบเกิดมาแล้วก็เพื่อให้ความสุขกับ ส.ส.แล้วก็ยุบไป แต่ต้องเป็นสถาบันการเมืองให้ได้ สิ่งที่เราจะพิสูจน์ให้เห็นก็คือ จะทำอย่างไรให้ประชาชนมีความสุขและอยู่ดีกินดีบนแนวทางที่พรรคเน้นเปิดกว้าง ไม่ได้คิดเพื่อตัวเอง แต่คิดเพื่อประชาชน โดยไม่มีเรื่องของการไปดูดคนเข้าพรรค มีก็แต่พรรคอื่นจะมาชวนคนของประชาชาติไปอยู่ด้วย
พรรคเชื่อว่ายังมีพื้นที่ที่คนเลือกพรรคโดยนโยบาย เราเชื่อว่าบุคลากรของพรรคมีคุณภาพ เช่นด้านการศึกษาที่นำโดย ดร.ณหทัย ทิวไผ่งาม โดยเรื่องการศึกษาพรรคมีแนวนโยบายให้เรียนฟรีจนจบปริญญาตรี และต้องเรียนแบบมีคุณภาพ การจัดการศึกษาต้องไม่ผูกขาดโดยกระทรวงศึกษาธิการ เน้นการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ต้องคืนการศึกษาไปให้โรงเรียน โดยให้ความสำคัญกับครูสูงสุด เช่นการแก้ปัญหาหนี้สินครู
สำหรับ เสียงลงประชามติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ของประชาชนในพื้นที่ ยะลา-ปัตตานี-นราธิวาส ทางพรรคจะทำให้กลับมาเป็นคะแนนเสียงให้พรรคประชาชาติได้อย่างไรหรือไม่ พ.ต.อ.ทวีมองว่าเกือบ 1 ล้านเสียงเป็นมุสลิมใน จชต. จะเห็นว่าพี่น้องมุสลิมกับประชาธิปไตยไปกันได้ เพราะใน รธน.มีหลายสิ่งด้อยกว่าที่ผ่านมา ทั้งเรื่องการศึกษา ศาสนา ซึ่งใน 1 ล้านเสียงก็ไม่ใช่ว่าจะมากับเราทั้งหมด แต่มีหลายพรรคให้ไปส่งเสริมให้รับร่าง รธน. บางพรรคก็ไม่แสดงท่าทีหรือพูดเลยว่ารับหรือไม่รับ แต่อันนี้เป็นตัวอย่างหนึ่ง ก็แสดงว่าในภาคใต้มีความคิด ปัญญา และศรัทธา
แก้ปัญหาภาคใต้
ทำไมต้องพหุวัฒนธรรม?
เลขาธิการพรรคประชาชาติ โฟกัสที่นโยบายแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ของพรรค โดยกล่าวก่อนเข้าประเด็นไว้ว่า สมัยที่ไปทำงานเข้าไปอยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.) ก็พบว่าหลายคนไม่มีทางออก เวลาคนจะลงไปแก้ไขปัญหา จชต.ก็จะถามว่าทางออกเรื่องนี้เป็นอย่างไร ซึ่งเมื่อผมไปมาแล้วคิดว่าต้องทำทางใหม่ เราไปบอกว่าเขาต้องการแบ่งแยกดินแดน ทั้งที่ปู่ย่าเขาก็อยู่ที่นั่น ไม่เคยไปที่ไหนเลย ถ้าคุณเอาวาทกรรมไปจับก็จะมองแบบนั้น ความจริงต้องให้เขามีส่วนร่วมพูดคุยกัน เป็นคนไทยด้วยกันต้องหันหน้ามาพูดคุย
พรรคประชาชาติชูธงเรื่องพหุวัฒนธรรม ซึ่งเราไม่เอาแนวทางสุดโต่ง หากเราเปิดพื้นที่ให้ได้พูดคุยกัน ปัญหาที่เป็นประเด็นก็ต้องฟังว่าเขาต้องการอะไร แต่ไม่ใช่แค่รับฟังความเห็นแค่คนภาคใต้ เราเชื่อมั่นว่าไม่มีใครที่เอาชนะประชาชน เมื่อเราให้ความสำคัญแก่ประชาชน เขาเป็นพลเมืองไทยเขาต้องได้รับการส่งเสริมเรื่องการศึกษา การศึกษาคือสันติภาพ บางทีมองเรื่องการศึกษาเป็นเรื่องความมั่นคง เขาเกิดมาภาษาแม่คือภาษามลายู ซึ่งภาษายาวี ภาษามลายูเป็นของคนปัตตานี วันนี้มลายูเป็นภาษาราชการของสิงคโปร์ ในภาพรวมเราไม่ได้พูดแค่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่หมายถึงคนหลายชาติพันธุ์ ที่ต้องมีพื้นที่ทางสังคม
พ.ต.อ.ทวี-อดีตเลขาธิการ ศอ.บต. มองว่าปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้จะต้องเร่งให้ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินแก่ประชาชนทุกคน ดังนั้นมาตรการบังคับใช้กฎหมายต้องตรงไปตรงมา และผมเห็นว่าเรื่องของคนภาคใต้ก็ต้องเป็นเรื่องคนใต้แก้ไขปัญหา ตอนผมลงไปอยู่จะมีเหตุกราดยิง พอตั้งคณะกรรมการอิสระเขาจะพอใจ แต่ถ้าให้รัฐทำเขาจะสงสัย แต่ถ้ามีคณะกรรมการฯ ผลออกมาก็จะพอใจ สำหรับการพูดคุยกับกลุ่มผู้เห็นต่าง รัฐบาลปัจจุบันก็สนับสนุนเพราะไม่มีอะไรที่ดีไปกว่าการพูดคุย ส่วนกฎหมายพิเศษในพื้นที่นั้น ผมมองว่าในช่วงแรกเรื่องแก้กฎหมายเป็นเรื่องยาก แต่ต้องเปลี่ยนคนใช้กฎหมาย จากเดิมที่ทหารใช้คนเดียวต่อไปก็จะต้องให้ประชาชนใช้ด้วย ถ้ามีการคุมตัวต้องมีประชาชนเข้าไปด้วย
ส่วนกฎหมายพิเศษที่ใช้ในพื้นที่ เช่น พระราชกำหนด, กฎอัยการศึก ในพื้นที่ที่มีปัญหาวิกฤติบางทีต้องเอามาใช้ อย่างถ้าเราจะแก้ไขปัญหายาเสพติด อาจจะใช้แค่เรื่องกฎหมายเป็นอย่างเดียว อาจจะต้องใช้เรื่องเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ และการวิจัย เป็นเรื่องของการรักษา
“เราจึงเห็นว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กฎอัยการศึก ต่อไปจะเปลี่ยนมือจากทหารเป็นพลเรือนเข้ามามีส่วนรวม เขาจะได้ไม่รู้สึกว่าเขาไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่บางครั้งจำเป็นต้องใช้กรณีใหญ่ๆ”
ส่วนภาคใต้ตอนบนฝั่งอันดามัน คะแนนประชาธิปัตย์คงเป็นที่ 1 แต่พรรคประชาชาติต้องการเป็นที่ 2 เราเชื่อมั่นว่านโยบายด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเรื่องราคายางพารา ปัญหาประมง ปัญหาความเหลื่อมล้ำต่างๆ เราแก้ได้ ด้วยนโยบายที่เราคิด
พ.ต.อ.ทวี ยังพูดถึงการเจาะกลุ่มฐานเสียงชาวไทยมุสลิมในพื้นที่ กทม.เช่น ย่านทุ่งครุ, มีนบุรี, ประเวศไว้อีกว่า นโยบายของประชาชาติพูดเรื่องของจิตวิญาณของทุกศาสนาที่สอนให้คนเป็นคนดี ในส่วนของพี่น้องมุสลิมในจังหวัดต่างๆ อยากเป็น ส.ส.ของพรรค แต่บางครั้งพื้นที่มุสลิมอาจเป็นคนนับถือศาสนาพุทธลงก็ได้ แต่ที่สำคัญเราไม่หวังที่จะชนะจนลืมอุดมการณ์ เราคิดว่าต้องปฏิรูป ทุกวันนี้เทคโนโลยีไปไกล การเปิดเวทีต่อไปเราก็จะกล้าพูดกล้านำเสนอ แม้แต่กรุงเทพมหานครพรรคเห็นว่า ถึงเวลาแล้วต้องเลือกตั้ง ผอ.เขต นอกจากนี้ต้องให้ตำรวจนครบาลมาอยู่ใต้การบังคับบัญชาของผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร รวมถึงส่วนอื่นๆ เช่นทหาร เราก็เชื่อว่ามีทหารอาชีพอยู่ ความต้องการผู้ว่าฯ ทูตในพื้นที่ยุทธศาสตร์ อาจไม่จำเป็นต้องมาจากกระทรวงการต่างประเทศ ในอาเซียนมาจากคนที่ทำยุทธศาสตร์สามารถพูดเรื่องค้าขายได้ ทางพรรคก็เขียนว่าตำแหน่งที่เป็นเชิงยุทธศาสตร์เราอาจะเลือกตั้ง คัดสรร แต่งตั้งก็ได้ เราต้องเปลี่ยนแปลงนโยบายต่างประเทศ ไม่ใช่บ้านใกล้เรือนเคียงแต่ต้องเปลี่ยนเป็นบ้านพี่เมืองน้อง
อย่างไรก็ตาม เลขาธิการพรรคประชาชาติ บอกว่าความเป็นไปได้ที่พรรคจะส่งครบทั้ง 350 เขต เมื่อเขาบีบอย่างนี้ก็หาคนยาก ระบบเลือกตั้งก็หวังส่งประมาณ 200 เขต เราต้องพร้อมด้วย หากไปส่งคนไม่มีอุดมการณ์และไม่มีศักยภาพก็ไม่ดี ก็เชื่อว่าพรรคใหญ่ๆ ก็ส่งไม่ครบ
เมื่อการเลือกตั้งขยับใกล้เข้ามาทุกที เลขาธิการพรรคประชาชาติ แสดงความมั่นใจว่า ถึงตอนนี้ กระแสตอบรับความสนใจในพรรคประชาชาติมีมากขึ้น ส่วนใหญ่จะสนใจเรื่องนโยบาย ซึ่งแตกต่างจากพรรคอื่นที่พูดแต่เรื่องกระจายอำนาจ เอาเผด็จการหรือไม่เอาเผด็จการ เราจะมองลึกไปกว่านั้นคือการแก้ไขปัญหาของประเทศ เช่นการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ ซึ่งในสังคมมีอยู่ 4-5 ประการ คือ ความเหลื่อมล้ำเรื่องสิทธิ, ความเหลื่อมล้ำเชิงอำนาจ, ความเหลื่อมล้ำเชิงศักดิ์ศรี, ความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่ ซึ่งการจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ต้องอยู่ที่ความศรัทธา ความภักดี เมื่อเราภักดีต่อความเท่าเทียมและความเป็นคนก็จะไปได้
การจะแก้ไขความเหลื่อมล้ำ ความไม่เท่าเทียมของชาติพันธุ์ต่างๆ เมื่อเราไปนิยามว่าเขาเป็นพลเมืองในประเทศไทย เขาต้องมีสิทธิที่เท่าเทียมกัน ดังนั้นเราจึงเป็นพรรคที่ชูธงสังคมพหุวัฒนธรรม ซึ่งคำนี้มีหลายฝ่ายไปนิยาม ในภาคใต้ทางทหารนำไปใช้เยอะ ประชาชนยังคิดว่าคำนี้เป็นคำของหน่วยงานความมั่นคงหรือไม่ โดยทั้งนี้ในระบบที่มีการการส่งเสริมพหุวัฒนธรรม มันจะคล้ายๆ ปฏิเสธชาตินิยมบางอย่าง ซึ่งไม่ใช่ประเทศไทยประเทศเดียว อย่างเช่นในมาเลเซียเดิมมีสังคมภูมิบุตร คนมลายูจะมีสิทธิ์เหนือคนอื่น แต่ปัจจุบันเปิดโอกาสให้คนสยามมีสิทธิ์เท่าคนมลายู
ในภาพรวมของรัฐธรรมนูญที่ไม่ต้องการให้มีพรรคใหญ่ เป็นการเปิดโอกาสให้คนทุกชาติพันธุ์ตั้งพรรคการเมืองได้ โดยเราอยากให้พรรคเราเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม มีทั้งมุสลิม พุทธ และชาติพันธุ์ที่เป็นคนชาวเขา บางพรรคจะแบ่งไปเลย เช่นมีพรรคศาสนาพุทธ พรรคศาสนาอิสลาม อย่างไรก็ตามเมื่อเราส่งเสริมชาติพันธุ์ต่างๆ ได้เท่าเทียม เราก็ต้องไปแก้ไขปัญหาการเข้าถึงสิทธิความเป็นพลเมือง เราก็ต้องไปกำจัดความเหลื่อมล้ำ เราต้องส่งเสริม ให้ความเคารพ มีพื้นที่ทางการเมือง สังคม เศรษฐกิจ ความมั่นคง ให้เขาได้มีส่วนร่วม
เลขาธิการพรรคประชาชาติ-อดีตเลขาธิการ ศอ.บต.ยุครัฐบาลเพื่อไทย กล่าวต่อไปว่า ต้องยอมรับว่ามุสลิมเป็นคนส่วนน้อยของสังคมไทย แต่พรรคประชาชาติก็ยังเอามาเป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งท่านอาจารย์วันมูหะมัดนอร์ มะทา ก็ต้องมาทำเรื่องหลักๆ คือการสร้างความปรองดองให้ประเทศ แก้ปัญหาความยากจนให้คนไทย ที่ผ่านมาสังคมไทยเราจะติดกับดักวาทกรรม โดยขาดการพิสูจน์ว่าจริงหรือไม่จริง วันนี้ความเหลื่อมล้ำสูงสุดในสังคมไทยคือระหว่างข้าราชการกับประชาชน อีกทั้งความเหลื่อมล้ำในหมู่ข้าราชการก็มีมาก
...การแก้ไขปัญหาก็หนีไม่พ้นที่ต้องเอาประชาชน ครอบครัว ชุมชนเป็นศูนย์กลาง และกระจายอำนาจกลับไป ซึ่งเมื่อก่อนอาจจะยาก แต่ปัจจุบันจะง่ายกว่าเมื่อก่อนเพราะเทคโนโลยีไปไกล ความคิด ความรู้ ปัญญา ทุกคนสามารถที่จะเรียนรู้ได้ มีคนบอกว่ามนุษย์เป็นเชลยของความคิดและปัญญา โดยความคิดเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เคยมีอาจารย์ท่านหนึ่งบอกว่าสิ่งที่มนุษย์ต้องระวังที่สุดคือความคิด เพราะความคิดจะเป็นคำพูด และคำพูดจะเป็นการกระทำ บางทีความคิดของผู้นำมีปัญหา แต่คนอื่นไม่มีปัญหาก็ต้องมีปัญหาไปด้วย
เลขาธิการพรรคประชาชาติ ย้ำว่า พรรคประชาชาติให้ความสำคัญกับมนุษย์ เราต้องส่งเสริมเรื่องการศึกษา จะนำไปสู่การกำหนดนโยบาย เมื่อเราภักดีและซื่อสัตย์ต่อเรื่องสิทธิ เราก็ต้องส่งเสริมการเรียน ซึ่งอาจจะเป็นรัฐสวัสดิการหรืออะไรก็ได้ เราต้องส่งเสริมการเรียนที่ดีมีคุณภาพ เรียนฟรีได้ยิ่งดี คนเรียนจบเป็นต้นทุนของประเทศ ไม่ใช่เป็นกำไรของเด็กอย่างเดียว หรือเมื่อเราคิดว่าเมื่อมนุษย์มีความสำคัญ เรื่องการรักษาพยาบาล เรื่องหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า, 30 บาทรักษาทุกโรค ที่เราถือว่าดีที่สุด เราก็ต้องส่งเสริมให้ดียิ่งขึ้น เพราะเราคิดว่าการรักษาเป็นสิทธิ ไม่ว่าจะรวยหรือจนต้องได้รับการรักษาฟรี เมื่อเรามาดูหลักประกัน 30 บาท รัฐจัด 3,200 บาท ต่อหัว/ต่อคน รวมแล้วประมาณ 48 ล้ านบาท ซึ่งใช้ภาษีอากร 100 เปอร์เซ็นต์ ข้าราชการ 2 ล้านกว่าคน รวมถึงครอบครัวอาจจะ 3 ล้านคน รัฐไปจัดให้ 1.6 หมื่นบาท รวมแล้วประมาณ 5 ล้าน และกลุ่มประกันสังคมมีประมาณ 11 ล้านคน คนละประมาณ 4 พันกว่าบาท แต่เมื่อเราคิดว่าคนเท่ากัน ก็จะต้องเสริมให้การรักษาพยาบาลเท่ากัน อย่างไรก็ตาม เรื่องการรักษาพยาบาล ประกันสุขภาพกับคน ไม่มีเรื่องกำไรขาดทุน ถ้ามีเรื่องกำไรขาดทุน คุณก็ต้องไปที่เรื่องของถนนหนทาง พรรคประชาชาติมองว่าเรื่องสิทธิสำคัญ คนจนสามารถรักษาฟรีได้เหมือนคนรวย
พ.ต.อ.ทวี พูดถึงเรื่องแนวทางนโยบายพรรคในประเด็น กระจายอำนาจ ไว้ว่า พรรคเชื่อว่าถ้าเอาอำนาจมาไว้กับส่วนกลางก็จะแก้ยาก อะไรที่รัฐทำก็จะเจ๊งหมด เราต้องส่งเสริมไปที่ท้องถิ่น ซึ่งไม่ใช้องค์กรปกครอง แต่เป็นชุมชนและท้องถิ่นจริงๆ สิ่งที่ต้องทำเร่งด่วนคือการปฏิรูปการปกครองส่วนท้องถิ่น สิ่งหนึ่งที่ส่วนปกครองท้องถิ่นต้องมี เช่น มีการประกาศจากการเลือกตั้งออกมา มันต้องมีมาจากการแต่งตั้ง จากกลุ่มชน ชาติพันธุ์ต่างๆ ผู้ประสบความสำเร็จในวิชาชีพ เกษตรกร ต้องเข้ามาอยู่ ไม่เช่นนั้นเมื่อคุณเลือกผู้นำท้องถิ่นก็จะมีผู้มีอิทธิพลเข้ามาหมด แล้วเราไม่อดทนต่อระบอบประชาธิปไตย การเลือกตั้งท้องถิ่นของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้คราวที่แล้ว ประมาณ 70 % เขาเปลี่ยนหมดเลย ถ้าผู้นำท้องถิ่นไปทุจริตหรือไม่ทำอะไร สิ่งเหล่านี้ต้องพัฒนา
ที่บอกกระจายอำนาจแต่ความจริงไม่ได้กระจายอำนาจ เพียงแต่มอบอำนาจ เราต้องมาปฏิรูปกระจายอำนาจ เช่นงานเรื่องการศึกษาให้ท้องถิ่น รวมถึงการจัดสรรทรัพยากรที่ดิน สิ่งแวดล้อม โอนให้ท้องถิ่นไปเลย ท้องถิ่นเขาจะได้รู้ ไม่เช่นนั้นคุณมาขอ ส.ป.ก. ได้ ส.ป.ก.จริงแต่คนเบื้องหลังที่ได้ไปคือนายทุนหมด เพราะเลขาธิการ ส.ป.ก.ไม่รู้หรอก แต่ถ้าคุณให้ชุมชนพิจารณา เขาจะรู้ว่าคนนี้ที่อยู่ในชุมชนเป็นคนจนหรือเปล่า เพราะเรายังมีคนจนไม่มีที่ทำกิน ไม่มีที่อยู่อาศัยเยอะ
...วันนี้ที่น่าห่วงมากคือการใช้งบประมาณ เงินคงคลัง ไปแย่งเอกชนทำหมด อะไรทำดีรัฐไปแย่งทำหมด เชื่อหรือไม่ว่ามาเลเซียมีงบประมาณแผ่นดิน 2 แสนล้านกว่าบาท ของเรา 3 ล้านล้านบาท ตอนนี้บริษัทต่างๆ เวลาจะประมูลเขาไม่เอา เขามารอโครงการของรัฐหมด มาเอาเงินของรัฐไปหมด เราต้องเปลี่ยนวิธีคิด เราเสนอให้มีการปฏิรูประบบงบประมาณ มีองค์กรอิสระ เป็นรูปแบบของสำนักงบประมาณอิสระ ขึ้นกับรัฐสภา มีตัวแทนจากประชาชน คนบางจังหวัด เช่น สงขลา นครราชสีมา คนเป็นล้านได้งบน้อยกว่าบางกรมที่มีข้าราชการไม่ถึง 200 คน พรรคเรามีคนเก่งเยอะที่ช่วยกันคิดเรื่องพวกนี้ และเปิดกว้างให้เสนอความเห็น ไม่ต้องอยู่ภายใต้ใคร การผูกขาดการมีโควตาต้องเลิก
พรรคเรายึดอุดมการณ์ การที่ในพื้นที่ จชต.เคยเกิดเหตุการณ์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เพราะคนภาคใต้มีความรับผิดชอบ เมื่อเขาได้อ่านแล้วก็เห็นถึงจุดด้อย พรรคประชาชาติเป็นพรรคเดียวที่เราสู้กันด้วยนโยบาย ซึ่งในนโยบายเขียนไว้ว่าต่อไปการวิสามัญฆาตกรรม แทนที่จะให้ตำรวจดูนโยบายใหญ่ หรือเจ้าหน้าที่ทหารไต่สวนวิสามัญฆาตกรรม เราให้อำนาจศาลไปตั้งคนนอกที่ไม่ใช่คนที่หน่วยงานที่ทำให้คนตายมาไต่สวน เขาจะได้สบายใจเชื่อมั่นให้มีการไต่สวนให้เสร็จ ทั้งนี้คนมีความรู้สึกว่าสันติภาพของฝ่ายรัฐคือการวิสามัญและคนผิดลอยนวล เราก็เลยบอกว่ามันต้องมีกติกา คุณไม่พอใจใครให้ศาลตั้งคนกลาง ให้แพทย์สอบสวนเหมือนในต่างประเทศ เราก็เชื่อมั่นในความตรงไปตรงมา
ที่พูดเช่นนี้เพราะคนจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องอ่านนโยบาย และเรื่องเศรษฐกิจก็สำคัญ คนอยู่ได้ แต่ไม่ใช่อยู่ได้ด้วยเงินของรัฐ เขาอยู่ได้ด้วยการเดินทางไปทำงานต่างประเทศและส่งเงินมาบ้าน เช่น ต้มยำกุ้ง พรรคยังมีนโยบายไปส่งเสริมที่ไปประกอบอาชีพต้มยำกุ้ง ให้เขาหาเงินจากมาเลเซียเยอะๆ แล้วส่งมาให้พี่น้อง เราเชื่อมั่นในนโยบาย และเชื่อมั่นว่าเราพยายามคัดคนที่มีความรู้ความสามารถเข้าไป ที่สำคัญคนในจังหวัดชายแดนภาคใต้อาจไม่เชื่อในคำพูดที่สวยงาม เขาเชื่อศรัทธาต่อเรื่องในอดีต ถ้าไม่จริงใจก็ไม่มีผลต่อเขา จริงๆ พรรคเราไม่ได้มองแค่ 3 จังหวัด เมื่อเรามั่นใจในนโยบายของพรรคว่าของเราดี เราเชื่อว่าคนในสังคมก็เลือกเรา
เช่น เรื่องการศึกษา เป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่ต้องให้การศึกษาฟรี ถ้าสามารถเรียนปริญญาตรีได้ แน่นอนว่าเมื่อคุณกู้เงิน กยศ.มาแล้วก็ต้องใช้ แต่ไปคิดเบี้ยปรับซึ่งอัตราที่คิดโหดเกินไป เมื่อไปดูงบการเงินของ กยศ.มีรายได้จากเบี้ยปรับมาใช้การบริหาร เมื่อเราไปดูจะเห็นว่าคนที่เขาจบไม่มีงานทำ 2 ปีที่เริ่มทวงหนี้ บางคนก็ 5 ปีไม่มีงาน เริ่มทำงานก็ได้เงินเดือนแค่ 4,500 บาท ก็เพราะวิกฤติเศรษฐกิจ ทั้งนี้ คนที่จบปริญญาตรีเป็นต้นทุนของสังคมที่ต้องได้ประโยชน์ เราอาจจะต้องมีการปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ สมัยก่อนที่ผมทำคดี ปรศ.ไปออกพระราชกำหนดปฏิรูปสถาบันการเงิน 56 ไฟแนนซ์เพื่อให้ฟื้นฟู บางทีก็แฮร์คัตหนี้ 100 เปอร์เซ็นต์ ขายแค่ 19 เปอร์เซ็นต์ ขายให้บางกองทุนกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ ยังลดหนี้ให้คนรวยได้ แต่อันนี้เป็นเด็กที่เรียนจบ เราจะทำอย่างไรต้องมีงานของรัฐบาลรองรับ เขาอาจจะทำงานพัฒนาประเทศได้มากกว่านี้
เราคิดว่าถ้าเราจริงใจมีนโยบายเช่นนี้ เช่น กฎหมายบอกว่าเบี้ยปรับเป็นอำนาจของคณะกรรมการ ทางคณะกรรมการก็ต้องยกเลิกซะ อย่างน้อยเขาไม่มีเงินมาใช้หนี้แค่นี้ก็พอ อีกตัวอย่างคือใน กทม. เมืองใหญ่เจอกับปัญหาเรื่องรถติด เพราะในอดีตเราไปคิดสร้างถนนให้รถวิ่ง เราต้องเปลี่ยนเป็นระบบขนส่งมวลชนขนคน
ในสังคมมีความขัดแย้งสูง ซึ่งความขัดแย้งที่น่ากลัวคือความขัดแย้งข้ามวัฒนธรรม อาจารย์ที่เชียงใหม่เคยพูดไว้ว่า พหุวัฒนธรรมควรมีกฎหมาย เช่น มีการหมิ่นประมาทก็สามารถใช้สิทธิ์ส่วนตัวไปฟ้องได้ แต่การไปเหยียดศาสนา วัฒนธรรม สีผิว เรายังไม่ตระหนัก ความจริงรัฐธรรมนูญเขียนคุ้มครองไว้แล้ว เรื่องชาติพันธุ์ วัฒนธรรม ถ้าเรามาเป็น เราจะประกาศเป็นนโยบายว่า ถ้าสร้างเรื่องเท็จใส่ร้ายกันในเชิงวัฒนธรรมต้องมาชี้แจง ทำความจริงให้ปรากฏ แล้วมันจะไม่ขยาย เราเชื่อว่าความชั่วร้ายต่างๆ ถ้าความจริงปรากฏ ความชั่วร้ายก็จะหายไป
-คนยังมองว่าพรรคประชาชาติเป็นพรรคมุสลิม เน้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ หากพรรคส่งผู้สมัครในจังหวัดหรือภาคอื่น อะไรที่จะทำให้คนเลือกผู้สมัครพรรคประชาชาติ?
ในภาคอื่นๆ อย่างภาคอีสาน พรรคก็จะส่งคนลงเลือกตั้งอาจส่งครบทุกเขต เพราะพบว่าคนรู้สึกถูกกดทับ ไม่ได้รับความเป็นธรรม เขาจะเลือกพรรคประชาชาติ เพราะเราจะนำสิ่งดีๆ ไปให้ แต่จะส่งในแต่ละพื้นที่มากน้อยแค่ไหนก็ต้องพิจารณาจากองค์ประกอบต่างๆ เบื้องต้นภาคอีสาน ภาคเหนือ พรรคก็จะส่งผู้สมัครเยอะหลายพื้นที่ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเราเป็นพรรคใหม่ คะแนนนิยมเราอาจสู้พรรคอย่างเพื่อไทย ประชาธิปัตย์ไม่ได้ แต่พรรคก็จะใช้เวลาที่มีอยู่เพื่อทำให้ประชาชนเข้าใจว่าพรรคประชาชาติจะเข้าไปทำสิ่งใด เพราะพรรคก็หวังว่าหากได้ ส.ส.สัก 20 คนขึ้นไป พรรคก็จะเสนอร่างพระราชบัญญัติต่างๆ เข้าสภาได้ และหากได้ ส.ส.ไม่น้อยกว่า 25 คน พรรคเสนอรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคให้รัฐสภาพิจารณาได้
ส่วนที่ทุกพรรคเวลานี้โปรโมต คนรุ่นใหม่-นิวเวฟการเมือง ทางพรรคประชาชาติ พ.ต.อ.ทวี เห็นว่าคนรุ่นใหม่ไม่ได้ดูกันที่อายุ แต่พิจารณาจากต้องเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้น อันนี้คือรุ่นใหม่ เราจะเปลี่ยนสังคมไม่ให้มีการผูกขาด ทำอย่างไรให้คนมีความสุขมากขึ้น นโยบายเราไม่ได้เอาแค่ฐานรากอย่างเดียว แต่นโยบายเราต้องการทำระบบ เช่น จะทำอย่างไรให้คนชั้นกลางเดินทางสะดวก วันนี้คนชั้นกลางกับคนจนทุกข์เท่ากันเพราะปัญหารถติด พรรคก็จะมีแนวคิดช่วยคนชั้นกลางผ่านนโยบายพัฒนาระบบขนส่งมวลชน รวมถึงนโยบายด้านอื่นๆ เช่น เรื่องสิ่งแวดล้อมที่มีความสำคัญ เพราะปัจจุบันงบประมาณของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ปีละเกือบสามหมื่นล้านบาท แต่ป่ากลับหายไปทุกปี แบบนี้คุณไม่ควรทำแล้ว แต่ควรนำอำนาจการดูแลรักษาป่าไม้ไปให้แก่ชุมชน.
………………………………..
ล้อมกรอบหน้า4-5
ประชาชาติไม่ผูกติดกับเพื่อไทย
แก้ไฟใต้ รบ.-คสช.สอบผ่าน?
พ.ต.อ.ทวี-เลขาธิการพรรคประชาชาติ ซึ่งหลังมีอดีตแกนนำ-อดีต ส.ส.วาดะห์ เพื่อไทย มาร่วมกันตั้งพรรคประชาชาติ ก็ทำให้พรรคถูกมองว่าเป็นพรรคเครือข่ายเพื่อไทย แต่ตอนนี้ พ.ต.อ.ทวีบอกว่า การถูกวิจารณ์ดังกล่าวถึงตอนนี้เบาลงไปแล้ว เพราะเพื่อไทยแตกออกมาเยอะ ยังไงก็ยืนยันว่าพรรคประชาชาติเราไม่เอาเผด็จการ ดังนั้นพรรคที่สนับสนุนประชาธิปไตย เราก็จะจัดอยู่ในแดนนั้น เวลาไปหาเสียง คนเอาเผด็จการไม่เลือกเราอยู่แล้ว คนที่ไม่เอาเผด็จการก็จะมาแย่งพื้นที่กับเรา ซึ่งเราเชื่อว่าเยอะกว่า เพราะคนไม่ชอบการกดขี่ สังคมใดบังคับให้คนทำตามทุกเมื่อ สังคมนั้นเป็นสังคมเผด็จการ คือเผด็จการแม้ใช้กับกาลิเลโอ เมื่อก่อนบอกว่าโลกแบน อาทิตย์หมุนรอบโลก แต่กาลิเลโอบอกว่าโลกกลม แต่ก็ต้องถูกศาลจำคุกตลอดชีวิต ตาบอดตายในคุก
“วันนี้เราเชื่อในความคิด เราถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่ไม่เอาเผด็จการ ซึ่งก็หมายความว่า ถ้านายกฯ มาจากการเลือกของ ส.ว. ก็ไม่เป็นประชาธิปไตย เราก็ไม่เอา ที่ผ่านมา คสช.ก็มัดมือชกกันเกินไป ควรปลดล็อกพรรคการเมืองให้ทำกิจกรรมได้แล้ว ไม่ใช่ให้ทำแบบที่ผ่านมา ให้พรรคหาสมาชิกได้ แต่ห้ามพรรคหาเสียง วันนี้เรากำลังจะเลือกตั้ง ขณะที่สังคมเป็นเผด็จการ แต่เราก็ No choice พรรคประชาชาติก็จะต่อสู้ด้วยความอดทนในวิถีทางประชาธิปไตย”
พ.ต.อ.ทวี ย้ำถึงจุดยืนทางการเมืองในเรื่องการจะเข้าร่วมรัฐบาล หากพรรคได้รับการทาบทามติดต่อให้เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลด้วยหลังเลือกตั้งว่า ในพรรคประชาชาติเท่าที่คุยกันก็คือ ต้องดูปัจจัยต่างๆ เช่น พรรคการเมืองได้ ส.ส.มากที่สุดหลังเลือกตั้ง หรือหัวหน้าพรรคของพรรคการเมืองที่เป็นแกนนำตั้งรัฐบาลอยู่ในบัญชีรายชื่อปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคดังกล่าวหรือไม่ และคนที่จะถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี บุคคลดังกล่าวควรต้องมีชื่ออยู่ในแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคการเมืองนั้นๆ ด้วย ไม่ใช่เป็นนายกฯ นอกบัญชีรายชื่อ ซึ่งทั้งหมดเป็นเรื่องที่พรรคต้องมาคุยกัน ถ้าพรรคการเมืองที่มี ส.ส.มีคะแนนสูงสุด แล้วไปรวมกันจัดตั้งรัฐบาลโดยเป็นพรรคการเมืองในสายประชาธิปไตย แต่หากเป็นอีกแบบหนึ่งอย่างที่พรรคได้ประกาศไว้แล้ว เราไม่ต้องการให้มีการสืบทอดอำนาจต่อไปอีก
-จะไม่ผูกมัดกันว่าประชาชาติต้องอยู่กับฝ่ายเพื่อไทยตลอดไป?
ไม่จำเป็น พรรคประชาธิปัตย์ หากไม่เอาเผด็จการ หากได้เสียงข้างมากสุดแล้วสามารถรวบรวมเสียง ส.ส.ตั้งรัฐบาลได้ เราก็ต้องพิจารณานโยบายด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นพรรคไหน เว้นแต่ว่าหากเป็นนายกฯ คนนอก พรรคไม่เอา พรรคประกาศไปแล้ว
-หากสมมุติว่าพลเอกประยุทธ์ลงการเมืองโดยมีชื่ออยู่ในแคนดิเดตนายกฯ สามรายชื่อของพรรคพลังประชารัฐ แล้วหลังเลือกตั้งพลังประชารัฐมาชวนพรรคประชาติจะไปด้วยหรือไม่?
ความเป็นพรรคประชาชาติ เราจะมีความแตกต่าง มีความหลากหลาย หากว่าอยู่ในครรลองก็ต้องมาพิจารณา แต่ว่าตอนนี้เราอาจสมมุติไกลเกินไป เพราะฟังดูแล้วอาจจะไม่ถึงด้วยซ้ำไป แต่หากเป็นพรรคอันดับสอง อันดับสาม ก็ควรให้พรรคที่ได้เสียง ส.ส.มาอันดับหนึ่งได้มีส่วนเรื่องนี้ก่อน
ถามย้ำว่า หากว่าพรรคเพื่อไทยได้เสียง ส.ส.มาอันดับหนึ่ง แต่ตั้งรัฐบาลไม่ได้ แล้วพรรคอันดับสอง อันดับสาม มาตั้งรัฐบาลแทน พรรคประชาชาติก็ไม่ได้ปิดประตู พ.ต.อ.ทวี ออกตัวไว้ว่า ประเด็นนั้นเราก็ต้องมาดู แต่ความเห็นส่วนตัวเห็นว่าเราต้องยึดหลักพรรคที่ได้คะแนนเสียงมากที่สุดก่อน และเป็นพรรคที่ไม่หาเสียงส่งเสริมเผด็จการมา ก็มีพรรคหนึ่งที่ส่งเสริมชัดเจน แต่เราจะไปพูดว่าเราจะปฏิเสธไม่ได้ เพราะไม่อย่างนั้นเราก็จะไม่เป็นประชาชาติ เพราะประชาชาติเราต้องกว้าง เราจึงนำคนกลุ่มต่างๆ มาอยู่กับพรรค เช่น คนที่ได้รับผลกระทบต่างๆ หากเขามาสมัครแล้วเขาได้ที่หนึ่ง เขารวมได้ ซึ่งถ้าเราไปพิจารณานโยบายของเขาแล้ว เช่น เรื่องพรรคนั้นเอาด้วยกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งเรื่องนี้พรรคไม่เห็นด้วย หรือพรรคนั้นบอกไม่แก้รัฐธรรมนูญ จะรักษารัฐธรรมนูญไว้ แต่พรรคประชาชาติเห็นว่าควรแก้ไขรัฐธรรมนูญและแก้ไขกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่ไม่เป็นไปตามหลักนิติรัฐ นิติธรรม เพราะเรื่องเหล่านี้เป็นนโยบายหาเสียงของพรรค ซึ่งพี่น้องในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ออกเสียงไม่รับร่าง รธน.ตอนลงประชามติที่เป็นฐานเสียงของเราด้วย ทั้งหมดเราต้องนำนโยบายมาดู
กองปราบปราม-DSI-ศอ.บต.
นับหนึ่งชีวิตการเมือง 'ทวี สอดส่อง'
หลังลาออกจากราชการมาทำการเมืองกับพรรคประชาชาติ พ.ต.อ.ทวี เล่าถึงการใช้ประสบการณ์การเป็นข้าราชการมาทำงานการเมืองต่อจากนี้ว่า จากที่เป็นอดีตข้าราชการตำรวจแล้วโอนย้ายไปอยู่กรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม จนไปเป็นเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เป็นงานพัฒนา ทำให้มีประสบการณ์งานราชการมาก ก็ทำให้เห็นว่าสิ่งหนึ่งที่ทำให้ประชาชนไม่ค่อยไว้ใจระบบราชการ ก็เพราะราชการคิดจะทำเอง
วันนี้เราต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ โดยให้ประชาชนคิดแล้วรัฐมีหน้าที่สนับสนุนให้ประชาชนทำ เพราะสิ่งที่ประชาชนคิดและทำ คือความต้องการของเขา แล้วเน้นสร้างธรรมาภิบาล เช่น การแต่งตั้งข้าราชการต้องใช้ระบบคุณธรรม เรื่องส่วนตัวกับเรื่องส่วนรวม ราชการต้องยึดหลักเรื่องส่วนรวม เพราะหากพลาดไปจะเกิดบาดแผลให้ประเทศ เรื่องบุญคุณกับความถูกต้อง ราชการต้องยึดหลักความถูกต้อง ระบบอุปถัมภ์กับระบบคุณธรรม ราชการต้องมีระบบคุณธรรม ถ้าเรายังมีการวิ่งเต้น อย่างบางคนเพิ่งไปอยู่ในตำแหน่งบางตำแหน่งได้ไม่กี่เดือนก็ขยับขึ้นไปในตำแหน่งสูงขึ้นไปอีก แล้วคนที่ทำงานอยู่มานาน ทำด้วยความซื่อสัตย์ แต่ไม่มีความก้าวหน้า ไม่ได้รับการพิจารณา แบบนี้จะเป็นการทำลายระบบราชการ
วันนี้การสืบทอดอำนาจทำผ่านสองระบบ คือทำผ่านระบบกฎหมาย เช่น กฎหมายเลือกตั้งที่ทำให้ตัวเองได้ประโยชน์ สองคือการสืบทอดโดยเอาแต่งตั้งคนของตัวเองเพื่อให้มาสืบทอดอำนาจ
เราถามถึงตอนที่ถูกมาตรา 44 ย้ายด่วนให้พ้นจากเก้าอี้เลขาธิการ ศอ.บต. มีข่าวว่าตอนเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ มีประชาชนในพื้นที่ไปส่งที่สนามบิน ถึงกับร้องไห้ อดีตเลขาธิการ ศอ.บต. พูดถึงการทำงานช่วงนั้นว่า เป็นเพราะทำงานด้วยความตั้งใจ จริงใจ ตอนแรกที่จะย้ายไปที่ ศอ.บต. คนบอกว่าต้องเป็นผู้นำเพื่อให้ประชาชนเชื่อ แต่ผมอาจเป็นผู้นำที่ไม่ดี เพราะผมไปเชื่อประชาชน เพราะประชาชนเขาซื่อๆ ตรงๆ เขาไม่มีอะไรซ่อนเร้น เราก็เห็นใจประชาชน คือเรื่องความยุติธรรม ไม่ใช่ว่าเราต้องไปช่วยเขา แต่คนที่ได้รับความไม่ยุติธรรม เพียงแค่เขาได้เล่าความจริงโดยมีคนนั่งฟังเขา นี่คือความยุติธรรมแล้ว เราคิดว่าการที่ประชาชนเขามีความรู้สึกแบบนั้น เราก็ไม่ได้รู้สึกเสแสร้ง เราก็ต้องการไปพัฒนาเขาและมองว่าเขาคือพลเมืองไทย ก็พยายามให้ความเท่าเทียมกัน จนเกิดเป็นความรู้สึกที่เมื่อผมซึ่งทำงานเป็นเลขาธิการ ศอ.บต. อยู่ 2 ปี 7 เดือน ต้องออกมาจากพื้นที่ ก็เลยเป็นแบบนั้น เพราะผมอยู่กับชาวบ้านตลอด
กระนั้น พ.ต.อ.ทวี ออกตัวว่าไม่อยากวิจารณ์การแก้ปัญหาของรัฐบาล-กองทัพในยุค คสช. ที่ใช้นโยบายต่างๆ เช่น การตั้ง ครม.ส่วนหน้า โดยบอกว่าไม่อยากวิจารณ์ แต่ก็มีความเชื่อส่วนตัวว่าเรื่องของคนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ต้องให้คนในพื้นที่แก้ปัญหา หรือปัญหาของคนภาคใต้ก็ต้องให้คนภาคใต้แก้ปัญหา โดยต้องเน้นการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วม ปัญหาต่างๆ ก็จะเบาบางลง
...การตั้ง ครม.ส่วนหน้า จริงๆ ก็ไม่ต้องก็ได้ ก็แค่ให้คนในพื้นที่เขาดูแลกัน พอมี ครม.ส่วนหน้าต้องมีการไปรับฟังบรรยายสรุปตามหมู่บ้านต่างๆ ก็เหมือนไปเริ่มต้นใหม่ ทั้งที่จริงหากมีการกระจายอำนาจออกไปให้เขาดูแลกันเอง พอส่งส่วนหน้าไป เหมือนกับมองเขาจะไปจ้องจับผิดมากกว่า ถึงจะเข้าไปพัฒนา แต่ก็ไม่ได้พัฒนาที่ตรงกับความต้องการของเขา ซึ่งแม้ยุคนี้ สถิติการก่อเหตุจะลดลง แต่ก็ยังมีเหตุการณ์เกิดขึ้น แต่บางทีในมุมของประชาชนก็มองอีกแบบหนึ่ง
“พรรคประชาชาติเรารู้ปัญหา เราเชื่อว่าหากมีการส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีส่วนในการรับราชการ ส่งเสริมเรื่องการได้รับการศึกษา ให้เขาได้มีพื้นที่ เขาจะสามารถแก้ปัญหากันได้ แล้วความขัดแย้ง ความหวาดระแวงก็จะน้อยลง โดยก็ต้องให้คนพุทธได้มีโอกาสเท่าเทียมกันด้วย คือในพื้นที่ต้องไม่ควรมีเรื่องพิเศษ ต้องให้คนเท่าเทียมกัน บางทีพี่น้องไทยพุทธก็บอกว่าพี่น้องชาวมุสลิมมีแต่พิเศษ อย่างเมื่อก่อนข้าราชการในพื้นที่ภาคใต้มาเรียนนายร้อยตำรวจ มีแต่มุสลิม แต่สมัยผมเป็นเลขาธิการ ศอ.บต.ก็ให้ไทยพุทธได้มาเรียนที่ รร.นายร้อยตำรวจด้วย วันนี้ต้องให้เท่าเทียมกัน ไม่ใช่ดูแต่ที่จำนวน เพราะเราต้องอยู่ด้วยกัน” เลขาธิการพรรคประชาชาติกล่าวย้ำ.
จะได้ ส.ส.ทั้งระบบเขตและปาร์ตี้ลิสต์อยู่ที่ประมาณ 20 บวกไม่มาก แต่อาจจะไม่ลบ เราไม่ได้เพ้อฝัน ถ้าคิดจากคะแนนที่ไม่รับร่าง รธน. เช่นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีร่วม 9 แสนคน คำนวณเป็นปาร์ตี้ลิสต์ก็ได้ 15 คน ขณะที่ ส.ส.เขตในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หัวหน้าพรรคบอกว่าได้ 5 ที่นั่งบวกลบ.
พรรคประชาธิปัตย์หากไม่เอาเผด็จการ หากได้เสียงข้างมากสุดแล้วสามารถรวบรวมเสียง ส.ส.ตั้งรัฐบาลได้ เราก็ต้องพิจารณานโยบายด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นพรรคไหน เว้นแต่ว่าหากเป็นนายกฯ คนนอก พรรคไม่เอา พรรคประกาศไปแล้ว เราต้องยึดหลักพรรคที่ได้คะแนนเสียงมากที่สุดก่อน และเป็นพรรคที่ไม่หาเสียงส่งเสริมเผด็จการมา ก็มีพรรคหนึ่งที่ส่งเสริมชัดเจน แต่เราจะไปพูดว่าเราจะปฏิเสธไม่ได้ เพราะไม่อย่างนั้นเราก็จะไม่เป็นประชาชาติ เพราะประชาชาติเราต้องกว้าง.
|
เมื่อวานคุยเล่น เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด |
| อนาคต 'คนนินทาเมีย' |
| 'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ' |
| ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ |
| วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง" |
| "การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา. |
| เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?" |