'ทวิภพ' ลุงกำนัน 'สุเทพ'


   

    ลุงกำนัน หรือ "สุเทพ เทือกสุบรรณ" นั้น
    ท่านตกดวง "อหิงสกะ"
    อหิงสกะ แปลว่า "ผู้ไม่เบียดเบียน"
    บอกแค่นี้ ยังมองไม่เห็นวิถี "คนดวงอหิงสกะ" ฉะนั้น อยากบอกว่า "อหิงสกะ" ก็คือ
    "พระองคุลิมาล มหาเถระ" นั่นเอง!
    เราใช้ความรู้ผิวเผินทึกทักว่า "องคุลิมาล" คือโจรที่ไล่ฆ่าคน ๙๙๙ ศพ ตัดนิ้วร้อยมาลัยห้อยคอ
    ต่อมา "สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า" ทรงเทศน์โปรด บวชและสำเร็จเป็นพระอรหันต์
    เพื่อการรู้จัก "พระองคุลิมาล" ที่ครบความ ขอนำความใน
    "พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์" ของ "พระพรหมคุณาภรณ์" (ป.อ. ปยุตฺโต) มาให้อ่าน
    "องคุลิมาล พระมหาสาวกองค์หนึ่งของพระพุทธเจ้า เคยเป็นมหาโจรโด่งดัง......
    ไปศึกษาศิลปศาสตร์ในสำนักอาจารย์ทิศาปาโมกข์ เมืองตักสิลา มีความรู้และความประพฤติดี 
    เพื่อนศิษย์ด้วยกันริษยา ยุอาจารย์ให้กำจัดเสีย อาจารย์ลวงด้วยอุบายให้ไปฆ่าคนครบหนึ่งพัน แล้วจะมอบวิชาวิเศษอย่างหนึ่งให้ 
    จึงกลายเป็นมหาโจรผู้โหดร้ายทารุณ ตัดนิ้วมือคนที่ตนฆ่าตายแล้ว ร้อยเป็นพวงมาลัย จึงได้ชื่อว่า องฺคุลิมาล (แปลว่า มีนิ้วเป็นพวงมาลัย)"
    นี้แหละ ตัวตนแท้จริง "พระองคุลิมาล"!
    เอาล่ะ.....
    เมื่อสำเร็จเป็นพระอรหันต์แล้ว "พระองคุลิมาล" ยังต้องเจอกับอะไร ทราบกันมั้ย?
    พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๕ มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ "อังคุลิมาลสูตร"  มีว่า....
    ครั้งนั้น เวลาเช้า ท่านพระองคุลิมาลนุ่งแล้ว ถือบาตรและจีวร เข้าไปบิณฑบาตในพระนครสาวัตถี
    ก็เวลานั้น ก้อนดิน...ท่อนไม้...ก้อนกรวด ที่บุคคลขว้างไปแม้โดยทางอื่น ก็มาตกลงที่กายของท่านพระองคุลิมาล 
    ท่านพระองคุลิมาลศีรษะแตก โลหิตไหล บาตรก็แตก ผ้าสังฆาฏิก็ฉีกขาด เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ พระผู้มีพระภาค ได้ทอดพระเนตรท่านพระองคุลิมาลเดินมาแต่ไกล ครั้นแล้ว ได้ตรัสกะท่านพระองคุลิมาลว่า เธอจงอดกลั้นไว้เถิดพราหมณ์ เธอจงอดกลั้นไว้เถิดพราหมณ์ 
    เธอได้เสวยผลกรรมซึ่งเป็นเหตุจะให้เธอพึงหมกไหม้อยู่ในนรกตลอดปีเป็นอันมาก ตลอดร้อยปีเป็นอันมาก ตลอดพันปีเป็นอันมาก ในปัจจุบันนี้เท่านั้น.
    ครับ เมื่อนำความเหล่านี้ ประกอบคิดและมองวิถีลุงกำนัน ช่างคล้ายเสียกระไร!
    วันนี้ ลุงกำนัน เป็นดั่ง.....
    "เธอได้เสวยผลกรรมซึ่งเป็นเหตุจะให้เธอพึงหมกไหม้อยู่ในนรกตลอดปีเป็นอันมาก"
    แต่ ลุงกำนัน จะหมกไหม้อยู่ในปัจจุบันนี้เท่านั้น!
    ฉะนั้น "คารวะแผ่นดิน".....
    ลุงกำนัน ต้องเดิน และจงเดินต่อไป
    เดินฝนทั่งเป็นเข็ม ไปรับก้อนดิน..ท่อนไม้..ก้อนกรวด จนหัวแตก เลือดไหล อย่างนั้นหรือ?
    คำตอบ คือ...ใช่
    เพราะนี่คือ ชีวิตลุงกำนันที่ผูกติดกับผลกรรมแทนคุณแผ่นดิน ต้องเจ็บ..ต้องอดกลั้น..ต้องทุกข์ทน..ต้องหม่นไหม้ ให้ทุกคนเห็น
    เลือด คือชาติ, เหงื่อ คือ ประชาชน, ลมหายใจ เพื่อ สุขไพศาลของแผ่นดิน
    หลายคนสงสัย.....
    เดินเพื่อหาเสียงให้ "พรรครวมพลังประชาชาติไทย" ผู้คนเห็นใจ จะได้เลือกพรรค รปช.เข้าไปร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐอย่างนั้นกระมัง?
    ก็ใช่ ในความเห็นผม
    ใช่ด้านว่า กำนันสุเทพช่วยทำให้ชาวบ้าน-ชาวเมืองรู้ว่า บัดนี้ "พรรคของมวลมหาประชาชน" เกิดขึ้นแล้ว
    โดยรวบรวมคนมีคุณภาพ พร้อมสละประโยชน์ตน เป็นพรรคสนับสนุน "คนสัตย์ซื่อต่อแผ่นดิน" ทำหน้าที่รัฐบาล
    พรรครวมพลังประชาชาติไทย หรือ รปช.มีใครบ้างที่ว่าคุณภาพ?
    ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล, ทวีศักดิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง, จุฑาทัตต เหล่าธรรมทัศน์, ผศ.ร.ต.อ.ดร.จอมเดช ตรีเมฆ
    พลโท นันทเดช เมฆสวัสดิ์, วีระชัย คล้ายทอง, ธานี เทือกสุบรรณ, สุริยะใส กตะศิลา
    ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์, รศ.จักษ์ พันธ์ชูเพชร, ประสาร มฤคพิทักษ์, สำราญ รอดเพชร และ ฯลฯ
     ส่วนที่ "ไม่ใช่" คือ ......
    สุเทพ เป็นเพียง "แสงแห่งศรัทธา" ตั้งพรรค
    แต่สุเทพจะไม่เป็นอะไรเลยในทุกตำแหน่งทางการเมือง เว้นตำแหน่งเดียว คือ
    ตำแหน่ง "ลุงกำนัน" ของมวลมหาประชาชน! 
    ทำหน้าที่ "คานค้ำประเทศ"
    ในภาวะ คนไทยกลุ่มหนึ่ง จ้องล้มล้าง หวังทำให้ "แผ่นดินแยกแตกเป็นสองปกครองยาก เกิดวิบากทุกข์เข็ญระส่ำระสาย" 
    แล้วกระทำการ "ล้มชาติ-ล้มสถาบัน" ดังประจักษ์ในรอบ ๒ ทศวรรษ
    ที่ปรารภถึง "ลุงกำนัน" วันนี้......
    เหตุจากคำสารภาพ "จอหงวนร้อยเล่ห์" ประหนึ่ง "เจ้ากรรม-นายเวร" ลุงกำนัน ดังนี้
     "กระผม นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ขอแถลงข่าวต่อสาธารณชนผ่านสื่อมวลชนว่า 
    เมื่อครั้งผมดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษนั้น ผมได้เคยแถลงข่าวและตอบคำถามสื่อมวลชน เมื่อระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม 2556 
    เกี่ยวกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ว่าเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการยกเลิกและรวมสัญญาก่อสร้างโรงพัก 396 แห่ง.....
    บัดนี้ หลังจากได้พ้นตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษแล้ว ผมได้ทบทวนเรื่องราวต่างๆ จึงพบว่าการแถลงข่าวของผมดังกล่าว 
    'เป็นการกระทำต่อนายสุเทพโดยไม่บังควร 
    เป็นการจาบจ้วงและละลาบละล้วงต่อท่าน 
    ทั้งที่ท่านเคยเป็นผู้บังคับบัญชาและมีพระคุณอย่างมากต่อผม' 
    คำแถลงของผมมีลักษณะกล่าวหาและให้ร้ายต่อนายสุเทพ ซึ่งตามข้อเท็จจริงแล้ว การออกคำสั่งของนายสุเทพดังกล่าว 
    เป็นการกระทำตามข้อเสนอของ ผบ.ตร.ซึ่งเป็นข้าราชการประจำ โดยมีเหตุผลและที่มาที่ไปตามความเหมาะสมและจำเป็น 
    และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรณีดังกล่าว นายสุเทพยังไม่เคยถูกฟ้องและมีคำพิพากษาใดๆ ตัดสินว่า ท่านได้กระทำผิดเลย รวมถึงกรรมการ ป.ป.ช.ก็ไม่ได้ชี้มูลว่าท่านกระทำผิดใดๆ
    ผมจึงขอถือโอกาสนี้.....
    แสดงความสำนึกผิดและขอกราบขอขมาลาโทษต่อนายสุเทพ โดยแถลงให้สาธารณชนทราบเป็นการทั่วไป 
    และขอกราบขอบพระคุณนายสุเทพ ที่จะได้เมตตายกโทษในคดีดังกล่าวต่อผม ตามที่นายสุเทพจะเห็นสมควรด้วย" 
    และนี่คือ "คำตอบ" ลุงกำนัน........
    มีผู้หลักผู้ใหญ่ที่ผมเคารพได้ติดต่อมาว่าจะขอให้คุณธาริต เพ็งดิษฐ์ มาขอขมา เอาธูปเทียนมาขอขมา 
    ผมก็บอกว่า ผมไม่ต้องการให้คุณธาริตมาขอขมาผม ผมไม่ต้องการพบคุณธาริต 
    เพราะผมเห็นว่า คุณธาริตได้กระทำการอย่างผิดวิสัยของผู้ที่สมควรจะผดุงความยุติธรรม 
    คือมีหน้าที่ดูแลกระบวนการยุติธรรม และก็ตั้งใจทำความผิดเสียเอง เพื่อสอพลอผู้มีอำนาจ 
    ผมคิดว่าเรื่องอย่างนี้ ไม่ใช่เรื่องที่ผมจะไปอภัยเค้า เป็นเรื่องที่สังคมไม่ควรอภัย สังคมควรจะต้องไม่ให้มีคนเหล่านี้ 
    แต่บังเอิญว่า ผู้หลักผู้ใหญ่ที่ติดต่อมาเนี่ย ผมเคยไปพึ่งพาท่าน เมื่อตอนที่ผมเป็นรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง
    แต่ที่ไป ก็เป็นเรื่องส่วนรวมนะครับ เมื่อท่านขอมา ผมก็บอกว่า ผมต้องไปปรึกษากับทางทนายความผมดูก่อน 
    คณะทนายความของผมเค้าก็ประชุมกันแล้ว เค้าก็มาเรียนให้ผมทราบว่า
    กรณีที่มีคดีความกับคุณธาริตเนี่ย ไม่ใช่แค่กรณีนี้กรณีเดียว 
    คุณธาริตได้เล่นงานภาคประชาชน ที่เกี่ยวข้องกับผมหรือว่าใกล้ชิดกับผมทุกฝ่ายอย่างแสนสาหัส 
    ตั้งแต่เหตุการณ์ปี 52-53/ปี 56-57 คุณธาริตเข้าไปวุ่นวายหมด ไปใช้อำนาจหน้าที่ และสร้างความเสียหายให้กับประชาชน 
    รวมทั้งการที่คุณธาริตขึ้นไปเบิกความในแต่ละคดีก็ให้การชนิดที่ว่าไม่ค่อยตรงกับความเป็นจริง ให้การเพื่อเอาใจอีกฝ่ายหนึ่งชัดเจน 
    ฉะนั้น ทนายความของผมที่ให้คำปรึกษากับผมทำงานให้กับผมและทำงานให้กับประชาชนอยู่ เค้าก็ยืนยันว่า
    กรณีนี้ ผมไม่ควรจะไปยอมความให้กับคุณธาริต 
    เพราะไม่ใช่เรื่องส่วนตัวผม มันเป็นเรื่องคุณธาริตกับประชาชน
    "ผมก็ตัดสินใจว่า ยังไงผมก็ไม่ยอมความในคดีนี้ ส่วนคุณธาริตจะขอขมาเพื่อเอาไปสร้างเป็นข้ออ้างอิงต่อศาลยังไง ก็เป็นเรื่องของคุณธาริต 
    คุณธาริตทำได้ทุกอย่าง เพื่อที่จะเอาตัวรอดไม่ต้องติดคุก"
    ครับ....
    ก็ไม่ทราบว่า "คุณวรรษมล เพ็งดิษฐ์" ภรรยานายธาริต ที่เข้าไปเป็นเหรัญญิกพรรค "ไทยรักษาชาติ" ตอนนี้ รู้ยัง?


คนเหนือ อีสาน กรุงเทพฯ......... เห็นบึ้มที่ ๓ จังหวัดใต้ บาดเจ็บ ล้มตาย ทั้งชาวบ้าน ทั้งเจ้าหน้าที่เป็นรายวัน ตั้งแต่ปีใหม่เป็นต้นมา

"บิ๊กป้อม" ใครว่าปัญญาอ่อน?
'เมื่อมลพิษเปื้อนกรุงเทพฯ'
เหตุใด 'ยิ่งเลวกลับยิ่งดัง'?
ยุทธการ 'พิษล้างพิษ' ถิ่นเหนือ
เมื่อ 'ดร.เอนก' ว่ายหาฝั่ง
เครื่องแบบประชาธิปไตย