บันทึกหน้า4


เพิ่มเพื่อน    

        แล้วคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) 22/2561 เรื่อง “การให้ประชาชนและพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมือง” ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ลงนามเพื่อปลดล็อกการเมืองไปแล้วตั้งแต่วันอังคารที่ 11 ธ.ค. ซึ่งตรงกับกำหนด 90 วันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 มีผลใช้บังคับพอดี ก็เรียกได้ว่า “ปี่กลองทางการเมือง” ที่แอบซ่อนและอยู่ใต้ดินได้เผยอหน้ามาอยู่บนดินกันแล้ว...๐ งานนี้ก็เชื่อว่า “สงครามสาดโคลน” ตามสไตล์ “ประเทศกูมี” ก็ระงมแน่นอน ก็ขนาด “สัมภเวสีเหลี่ยม” ซึ่งช่วงที่ผ่านมาใช้ “เพจเชียร์” อวดร่ำอวดรวยทั้งเหมืองเพชร และนาฬิกาหรูแบบแซะ “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ผู้ยืมนาฬิกาเพื่อนยังต้อง “โหน” การปลดล็อกมาชูธงแก้ไขรัฐธรรมนูญทวงคืนอำนาจเลย แหม! นายเหนือเหลี่ยมน่าจะเสนอให้เขียนในบทเฉพาะกาลไปเลยนะว่าให้ “นิรโทษกรรม” คดีความที่ผ่านมาทั้งหมดด้วย เพื่อจะได้กลับมาตายบ้านเกิดได้เสียที...๐ เมื่อลูกพี่ขยับ บรรดาลูกหาบก็ไม่รอช้า “ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง” หนึ่งในผู้อ่านกฎหมายรู้ดูกฎหมายเป็นแห่งพรรคเพื่อไทย ก็ออกมาประกาศทันทีว่า “เฉลิมโพล” มั่นใจว่าพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย “พรรคเพื่อไทย+ไทยรักษาชาติ+ประชาชาติ+อนาคตใหม่” จะได้ ส.ส.รวมกันแล้วเกือบ 300 เสียงกันทีเดียว พิโธ่! แล้วพรรคอื่นๆ ในสารบบไมใช่พรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยหรืออย่างไร นี่แค่วันแรกๆ ของการปลดล็อกก็แบ่งแย่งแบ่งค่ายกันแล้ว…๐ ที่สำคัญสงสัยความลือข่าวเล่าอ้างที่ว่า “เจ้ามูลเมือง” สั่งคนเสื้อแดงห้ามเลือกพรรคเพื่อชาติที่มี “จตุพร พรหมพันธุ์” เป็นโต้โผกองเชียร์ใหญ่จะเป็นความจริง เพราะขนาดเก้าอี้ ส.ส.ของฝ่ายเหลี่ยมยังไม่นับรวมพรรคนี้เลย แต่กลับไปนับเสียงพรรคของ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ซะฉิบ...๐ แบ่งฝักแบ่งฝ่ายดูยังไม่หนำใจ “ไอ้ปื๊ด” เสียนี่กระไร “เหลิม ดาวเทียม” จึงบอกว่าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) คู่แค้นคู่แข่งมีการวิ่งเต้นขอตำแหน่งกันแล้ว ไม่ว่าจะเป็น “สมศักดิ์ เทพสุทิน” เป็น รมว.พาณิชย์ “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” รมว.คมนาคม และ “สุชาติ ตันเจริญ” รมว.พลังงาน สรุปชาวบ้านร้านถิ่นจะเชื่อวลีไหนกันแน่ ก็ตอนแรกบอกเองว่าจะได้ ส.ส. 300 ที่นั่ง แต่มาตอนหลังกลับบอกพรรคคู่แข่งขอเก้าอี้รัฐมนตรีกันแล้ว...๐ ที่แน่ๆ “ดร.เหลิม” ประกาศแล้วไม่ต้องการเป็นนายกฯ และไม่ต้องการเอาตำแหน่งใดๆ นี่ถ้าจะให้ดีน่าจะประกาศไปเลยว่า “ตระกูลอยู่บำรุง” จะไม่เอาเก้าอี้ฝ่ายบริหารใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะ รมต., รมช. หรือแม้กระทั่งเลขาฯ นะจ๊ะ อย่างนี้ “ไอ้ปื๊ด” คงปรบมือให้รัวๆ...๐ ไม่ใช่มีเพียงนักการเมืองและพรรคการเมืองที่คึกคักหลังปลดล็อก “ลุงตู่” เองก็ใช่ย่อย เพราะ “พุธสัญจร” ก็เกิดขึ้นทันทีในพื้นที่อีสาน ทั้ง “บึงกาฬ-หนองคาย” ที่สำคัญ “พล.อ.ประยุทธ์” ประกาศเต็มๆ คำแล้วว่า “เป็นนักการเมืองเต็มตัว” แล้ว หลังจากที่แทงกั๊กหรือพูดไม่เต็มปากมาโดยตลอด ที่สำคัญการลงพื้นที่ครานี้ยังเป็นครั้งแรกๆ ที่ “ลุงตู่” เสี่ยงเซียมซีด้วย โดยได้หมายเลข 17 ซึ่งคำทำนายก็ช่างเป๊ะเสียนี่กระไร เพราะระบุว่า “คุณกำลังได้รับพลังแห่งธาตุไฟอย่างเต็มเปี่ยม ธาตุไฟ คือ ความร้อน ความกระตือรือร้น ความก้าวไปข้างหน้า คือ ความเร่งรีบ ความวู่วาม และการทำลาย และหากคุณกำลังเร่งรีบกับทุกสิ่งในชีวิต ถึงเวลาที่คุณจะต้องทำอะไรให้ช้าลงเสียบ้าง”...การลงพื้นที่ของนายกฯ ในช่วงใกล้หวยออก จึงไม่แปลกที่จะถูกจับตามอง ไล่มาตั้งแต่ รถยนต์พาหนะใช้เดินทาง ซึ่งเป็นรถยนต์โตโยต้า เวลไฟร์ สีดำ ทะเบียน 5 กง 44 กรุงเทพมหานคร และเมื่อรวม ใบเซียมซีเลข 17 แล้วก็ทำให้ “คอหวย” มีลุ้นกันมาเพิ่มเติมนอกจากเลขเด็ดเลขขูดกันทีเดียวเชียว...๐ งงในงงอย่างยิ่ง สำหรับกลุ่มคนอยากเลือกตั้งของ น้องโบว์ “ณัฏฐา มหัทธนา” และเครือข่ายประชาชนที่ต้องการการเลือกตั้งที่เสรี เป็นธรรม และมีผลในการปฏิบัติ หรือ FFFE (เฟ) ที่ไปยื่นเรื่องกับ กกต.ให้มีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้มีการใช้บัตรเลือกตั้งแบบพรรคเดียวเบอร์เดียว แล้วถ้า “รัฐบาล-คสช.-กกต.” รับลูกแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 48 ขึ้นมาจริงๆ ตามข้อเสนอ จะได้เลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ.2562 ไหมจ๊ะ เพราะการแก้ไขกฎหมายไม่ใช่สั่งขี้มูกที่จะทำวันนี้พรุ่งนี้เสร็จนะตัวเธอ ที่สำคัญเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ยิ่งจะยุ่งยากเข้าไปอีก หากชงให้ใช้มาตรา 44 ก็จะขำกันไปหนักข้อ เพราะที่ผ่านมาก็เรียกร้องไม่ให้ใช้อำนาจนี้ หรือพอสมประโยชน์แล้วอะไรก็ใช้ได้ ตกลงนี่หลักการประชาธิปไตยหรือหลักกูธิปไตยแน่จ๊ะน้อง...๐


ย่ำเท้าอยู่กับเรื่อง "ล่มชาติ-ล่มสถาบัน" มันช่างไร้สาระ "ถ่วงความเจริญบ้านเมืองเสียจริงๆ"

'กราบเดียว' จันทร์ส่องหล้า
กระจกสภา 'ชุมพล จุลใส'
อำนาจแท้จริง "ประชาชน"
'อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ'
'พระผู้ไม่ทอดทิ้งประชาชน'
ประตูบานที่ ๓ 'ระบอบทักษิณ'