'ชำนาญ'ลุยฟ้อง กต.หมิ่นประมาท เรียกชดใช้50ล้าน


   

    "ชำนาญ" เดินหน้าฟ้องแพ่ง ก.ต. หมิ่นประมาทจากการอภิปรายไม่เห็นชอบให้ขึ้นรองประธานศาลฎีกา เรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท ยกเว้น "ประธาน ก.ต.-ผู้พิพากษากิจชัย" ไม่ฟ้อง
    ที่ศาลเเพ่ง ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 12 ธ.ค. มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.ที่ผ่านมา นายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา ได้ยื่นฟ้องนายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ รองประธานศาลฎีกา กับพวก ซึ่งเป็นผู้พิพากษาในชั้นศาลฎีกา ศาลชั้นอุทธรณ์ และศาลชั้นต้น รวม 12 คน ได้แก่ นายธงชัย เสนามนตรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา, นางนุจรินทร์ จันทร์พรายศรี, นางวาสนา หงส์เจริญ, นายรังสรรค์ กุลาเลิศ, นายศิริชัย ศิริกุล, นายอนุรักษ์ สง่าอารีย์กูล, นายธนรัตน์ ทั่งทอง, นายสุวิชา สุขเกษมหทัย, นายกำพล รุ่งรัตน์, นางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ, นายปรีชา ชวลิตธำรง ทั้งหมดเป็นคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) เป็นจำเลย ในความผิดละเมิดหมิ่นประมาท เรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท จากกรณีการอภิปรายในที่ประชุม ก.ต. เมื่อช่วงเดือน ก.ค.2561 ที่มีการพิจารณาเรื่องเสนอนายชำนาญขึ้นดำรงตำแหน่งรองประธานศาลฎีกา 
    โดยมี ก.ต. 2 คนที่ไม่โดนนายชำนาญฟ้อง ได้แก่ นายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา ในฐานะประธาน ก.ต. และนายกิจชัย จิตธารารักษ์ ผู้พิพากษาศาลฎีกา ซึ่งเป็น ก.ต.ชั้นศาลฎีกา
    ขณะเดียวกัน มีรายงานด้วยว่า เมื่อวันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา นายชำนาญยังได้ยื่นฟ้องนายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 กับพวก ในมูลฐานละเมิดหมิ่นประมาทรวม 6 คน ได้แก่ น.ส.มณี สุขผล, นายพัลลอง มั่นดี, น.ส.ตรีทิพย์ วิเศษจินดา, นางปราต์ปวร ศิริเวช (เจ้าหน้าที่ศาลหน้าบัลลังก์) และนายพิพัฒน์ อินทร์พงษ์พันธุ์ (ทนายความ) ซึ่งทั้งหมดนอกจากนายสืบพงษ์เป็นตุลาการและข้าราชการศาลในศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา รวมถึงทนายความจำเลยในคดีที่มีข้อพิพาทกับน้องภรรยาของนายชำนาญ 
    โดยเรียกค่าเสียหายเป็นทุนทรัพย์ 50 ล้านบาท จากปมกรณีการทำบันทึกรายงานเหตุในห้องพิจารณาคดีอาญา อ.2177/2559 ที่เป็นข้อร้องเรียน ไปสู่การไม่ผ่านนายชำนาญขึ้นเป็นรองประธานศาลฎีกา
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการอภิปรายในที่ประชุม ก.ต. ซึ่งนายชำนาญอ้างถึงเป็นการประชุม ก.ต. ครั้งที่ 13/2561 เมื่อวันที่ 2 ก.ค.2561 พิจารณาวาระการเเต่งตั้งโยกย้ายตุลาการในระดับต่างๆ รวมทั้งมีการพิจารณาเรื่องเห็นชอบบัญชีรายชื่อนายชำนาญขึ้นเป็นรองประธานศาลฎีกา ตามที่สํานักงานศาลยุติธรรมเสนอ โดยมีการอภิปรายถึงเหตุการณ์ในศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา เเละจากสํานวนที่อนุ ก.ต.ประจําชั้นศาลทุกชั้นศาลได้ดําเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเเละมีมติเสียงข้างมากเห็นชอบให้นายชำนาญผ่านคุณสมบัติ ซึ่งในการอภิปรายในวันดังกล่าว ก.ต.เสียงข้างมาก 11 ต่อ 3 ได้มีมติไม่เห็นชอบนายชำนาญขึ้นรองประธานศาลฎีกา
    ต่อมาเมื่อวันที่ 7 ต.ค.2561 นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล อธิบดีผู้พิพากษาภาค 2 ได้ออกหนังสือเเจ้งข่าวกับผู้พิพากษาทั่วประเทศ มีเนื้อหาว่า “เรียนท่านผู้พิพากษาทุกท่าน วันนี้ สำนักงานศาลยุติธรรมเผยเเพร่รายงานการประชุม ก.ต. ครั้งที่ 13/2561 ซึ่งมีการประชุมเมื่อวันจันทร์ที่ 6 สิงหาคม 2561 กระผมจึงขอเผยเเพร่ต่อผู้พิพากษาทุกท่าน เพื่อจะได้ใช้ในการพิจารณาข้อเท็จจริงเเละพฤติกรรมของนายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ ซึ่งกระทำ ณ ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2561 ตามที่ ก.ต.เเต่ละท่านได้อภิปรายเเละลงมติไว้ การอภิปรายในที่ประชุม ก.ต.นั้น ที่ประชุมได้สดับตรับฟังข้อเท็จจริงจากการไต่สวนของอนุ ก.ต. ซึ่งได้ไต่สวนพยานบุคคลผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเเละเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายได้ชี้เเจงเเละนำพยานบุคคลเข้าไต่สวนอย่างเต็มที่เเล้วตามหลักฟังความทุกฝ่าย ในท้ายที่สุด ก.ต.ลงมติด้วยเสียงข้างมาก 11 ต่อ 3 ว่านายชำนาญมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมที่จะดำรงตำเเหน่งรองประธานศาลฎีกาในวาระ 1 ตุลาคม 2561
    กระผมขอเรียนทุกท่านว่า รายงานการประชุม ก.ต.ฉบับนี้ เป็นการเผยเเพร่ตามความในมาตรา 45 วรรคท้าย เเห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 ประกอบข้อบังคับการประชุม ก.ต. พ.ศ.2543 ข้อ 24 เเละข้อ 26 ซึ่งกำหนดให้ต้องทำสำเนารายงานการประชุม ซึ่งที่ประชุมรับรองเเล้วเพื่อเผยเเพร่ต่อข้าราชการตุลาการ ดังนั้นการส่งต่อรายงานการประชุมฉบับนี้จึงสามารถกระทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย กระผมเเละคณะได้ทำหน้าที่ในการรวบรวมข้อเท็จจริงเรื่องนี้เสนอต่อผู้พิพากษาทุกท่านจนครบถ้วนกระบวนความเเล้ว ขอได้โปรดพิจารณาคำอภิปรายของ ก.ต.เเต่ละท่าน เพื่อใช้ประกอบดุลพินิจในการลงมติต่อไป".


นายสุวิทย์ เมษินทรีย์.... รัฐมนตรีว่าการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.)

เพิ่งเริ่มต้น "อย่าด่วนสรุป"
ข้อคิดคำนึงจาก 'คำพิพากษา'
'เสรีภาพกับข่าวเฟก-ข่าวมั่ว'
โลกาภิวัตน์ของ พล.ท.พงศกร
อีก ๓๖๔ วัน 'แม่กินอะไร?'
บ้านเมือง 'คนละเรื่องเดียวกัน'