บอร์เดอร์เลส เฮลธ์แคร์ ผุด XY.life เจาะตลาดท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ


   

บอร์เดอร์เลส เฮลธ์แคร์ ชูไทยฮับท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เปิด XY.life  เจาะตลาดกลุ่มคู่รักที่มีบุตรยาก ชูค่าเก็บรักษาไข่ วันละ 100 บาท ถูกที่สุดในโลก เล็งเจาะกลุ่มลูกค้า จีนและอินเดีย ประเดิมขายแฟรนไซส์  10 คลินิค ในปี 2562

นาย เหวย เซียง ยู ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท บอร์เดอร์เลส เฮลธ์แคร์ กรุ๊ป  ผู้ก่อตั้งแฟรนไซส์คลินิกหลอดแก้ว ภายใต้ชื่อ XY.life  เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีชื่อเสียงทางด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และมีชื่อเสียงในด้านการทำเด็กหลอดแก้ว และการวางแผนจัดการภาวะเจริญพันธุ์ ที่ได้รับการยอมรับไปทั่วโลก  ทำให้ทางบริษัท ซึ่งเป็นเครือข่ายของผู้เชี่ยวชาญเด็กหลอดแก้วระดับโลก มองเห็นโอกาสในการขยายธุรกิจในประเทศไทย  และทำการเปิดตัว แฟรนไซส์ XY.life อย่างเป็นทางการ

ในปัจจุบันไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงเปลี่ยนไป กลายเป็นคนทำงานมากขึ้น และบางคนก็มีการแต่งงานช้า ก่อให้เกิดภาวะการมีบุตรยาก ทำให้เกิดความต้องการ แช่แข็งเซลล์ไข่มากขึ้น เพื่อเตรียมตัวสำหรับการมีบุตรในอนาคต ดังนั้น XY.life นั้นตอบโจทย์กลุ่มคนเหล่านี้ ซึ่งไทยเองมีความเหมาะสมทั้งในเรื่องของค่าใช้จ่าย และทำเลที่ตั้ง รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวก ซึ่งไทย สามารถเป็นเมืองหลวงแห่งการแช่แข็งเซลล์ไข่ หรือEgg Capital ได้ เพราะมีต้นทุนในการรับฝากเพียง 2.95 ดาลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 100 บาท ต่อวัน ซึ่งนับเป็นราคาที่ถูกที่สุดในตลาดโลกในเวลานี้

สำหรับการดำเนินธุรกิจในขณะนี้ ได้มีการตกลงเซ็นบันทึกความเข้าใจ (MOU)ร่วมกับคลินิกในประเทศไทย แล้ว 5 คลินิก และสามารถจะเปิดให้บริการสาขาแรกได้ไม่เกิน กลางเดือน มิ.ย.นี้  ส่วนแผนในปีแรกตั้งใจจะมีแฟรนไซส์เปิดบริการอย่างเป็นทาง อย่างน้อย 10 สาขา  เป็นอย่างน้อยโดยคลินิคที่ได้สิทธิแฟรนไซส์ จะได้เทคโนโลยีและเครื่องมือที่ทันสมัยชั้นสูงที่ถูกดำเนินการด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์  และเทคโนโลยีบล็อกเชน มาช่วยในการประเมินผลและวิเคราะห์ วางแผนจัดการภาวะเจริญพันธุ์ และรวมถึงเครื่องมือ และ เทคโนโลยี  รวมถึงทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา

สำหรับกลุ่มเป้าหมายลูกค้า จะเน้นให้บริการลูกค้าต่างประเทศ 60% และ ลูกค้าในประเทศ 40%    โดยเน้นกลุ่มลูกค้ามิลเลนเนียล หรือ ผู้ที่อยู่ในช่วงอายุตั้งแต่ 18-37 ปี  ส่วนลูกค้าจะเน้นเจาะตลาดไปที่ กลุ่มคู่รักชาวจีน โดยเฉพาะกลุ่มทิ่อยากมีบุตรคนที่สv’ รวมถึง ประเทศอินเดีย ซึ่งนิยมมาทำผสมเทียมที่ประเทศไทย  เบื้องต้นประเมินว่า ลูกค้าที่จะมาใช้บริการจะเป็นกลุ่มที่ต้องการทำเด็กหลอดแก้ว 50% และ กลุ่มแช่แข็งเซลล์ไข่ อีก 50%

“การขอให้สิทธิแฟรนไซส์ของ XY.lifeจะใช้เงินลงทุนร่วมต้นประมาณ 1 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 33 ล้านบาท ซึ่งตอนนี้ประเทศไทย มีคลินิคที่ให้บริการผสมเทียมเด็กหลอดแก้ว ราวๆ 80 แห่ง ซึ่งคลินิคเหล่านี้ สามารถเข้าร่วมแฟรนไซส์และนำเทคโนโลยีของเราไปใช้งานได้” นาย เหวย กล่าว

   ด้านนายกิตติ  พรศิวะกิจ  นายกสมาคมตลาดท่องเที่ยวไทย เปิดเผยว่า  ปัจจุบัน มูลค่าการท่องเที่ยวของไทยในปัจจุบัน ติดอยู่ในอันดับ 4 ของโลก ซึ่งนับว่า ไทยเป็นกลุ่มที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวสูงมาก  แต่อย่างไรก็ดีผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวในไทย กลับได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ที่ทำให้คนเดินทางด้วยตัวเองมากขึ้น ส่งผลให้ ตลาดของธุรกิจทัวร์ ตกลงถึงเฉลี่ยปีละ 10% ในแง่ของส่วนแบ่งตลาด ดังนั้นเพื่อให้ธุรกิจยังคงเดินหน้าต่อไปได้ จึงจำเป็นต้องหาสินค้าใหม่มาทดแทน และเชื่อว่า การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ เพราะมันจำเป็นจะต้องมีคนที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการติดต่อ ประสานงานต่างๆ รวมถึงจัดหาที่พัก และโปรแกรมการท่องเที่ยว ซึ่งนักท่องเที่ยวไม่สามารถจัดการได้ด้วยตัวเอง  ดังนั้นสิ่งนี้จึงถือเป็นทางการ และในนามสมาคมเห็นว่า การเชิญชวนให้คู่รักมาใช้บริการผสมเทียม ในประเทศไทย นั้นจะส่งผลดีต่อตลาดท่องเที่ยวอย่างแน่นอน


คนเหนือ อีสาน กรุงเทพฯ......... เห็นบึ้มที่ ๓ จังหวัดใต้ บาดเจ็บ ล้มตาย ทั้งชาวบ้าน ทั้งเจ้าหน้าที่เป็นรายวัน ตั้งแต่ปีใหม่เป็นต้นมา

"บิ๊กป้อม" ใครว่าปัญญาอ่อน?
'เมื่อมลพิษเปื้อนกรุงเทพฯ'
เหตุใด 'ยิ่งเลวกลับยิ่งดัง'?
ยุทธการ 'พิษล้างพิษ' ถิ่นเหนือ
เมื่อ 'ดร.เอนก' ว่ายหาฝั่ง
เครื่องแบบประชาธิปไตย