สุวิทย์ลั่นคนจนจะอดตาย ปชป.ย้อน4ปีแก้ศก.เหลว


เพิ่มเพื่อน    

     กรมบัญชีกลางเดินหน้าชดเชยเงินให้แก่ผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คำนวณจากฐานข้อมูลภาษีมูลค่าเพิ่มที่ใช้จ่ายในเดือนแรก เริ่ม 14 ธ.ค.นี้  รองหัวหน้า พปชร.พร้อมสานต่อนโยบายรัฐบาล ลั่น "คนจนจะอดตายอยู่แล้ว ไม่เติมเงินให้ได้อย่างไร" ปชป.ย้อนกลับ เท่ากับยอมรับ 4 ปีแก้ปัญหา ศก.ล้มเหลว เกาไม่ถูกที่คัน กกต.อุ้มบัตรคนจนเป็นแนวนโยบายของรัฐ ไม่ใช่การทุจริตเลือกตั้ง
     เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม น.ส.สุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า วันที่ 14 ธ.ค.นี้ กรมบัญชีกลางจะเริ่มโอนจ่ายเงินมาตรการชดเชยเงินให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยคำนวณจากฐานข้อมูลภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้มีรายได้น้อยได้ใช้จ่ายเป็นครั้งแรก โดยมีผู้ได้สิทธิรับคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม 362,531 ราย คิดเป็นวงเงินชดเชยที่โอนเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (อีมันนี) ในบัตรสวัสดิการฯ กว่า 4.4 ล้านบาท ซึ่งสามารถถอนเป็นเงินสดนำออกไปใช้จ่ายเองได้ และอีกส่วนเป็นเงินชดเชยอีก 1% เพื่อการออม 877,585 บาท โดยจะโอนเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารให้แก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
    สำหรับมาตรการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม ได้มีกำหนดระยะเวลา 6 เดือน ตั้งแต่เดือน พ.ย.61-เม.ย.62 โดยในเดือน พ.ย. ซึ่งเป็นเดือนแรกที่เริ่มโครงการ ได้มีร้านธงฟ้าประชารัฐ ร้านประชารัฐของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง และร้านค้าเอกชน 3,225 ร้านค้า และมีผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นำวงเงินซื้อสินค้าร้านธงฟ้า 200-300 บาท และเงินในกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ไปจับจ่ายซื้อสินค้า ระหว่างวันที่ 1-30 พ.ย.61 รวมเป็นเงิน 97.4 ล้านบาท คิดเป็นภาษีมูลค่าเพิ่มที่คิด 7% รวมกว่า 6 ล้านบาท โดยในจำนวนนี้ได้กำหนดให้นำ 1% ของภาษีมูลค่าเพิ่มไปส่งเสริมในการออม และอีก 5% ของภาษีไปจ่ายคืนให้แก่ผู้ถือบัตรไม่เกินเดือนละ 500 บาท ส่วนอีก 1% คงในการเสียภาษีไว้ 
     ทั้งนี้ กรมบัญชีกลางได้ประสานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารออมสิน ให้เปิดบัญชีเงินฝากชนิดพิเศษสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทุกราย โดยผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ประกอบอาชีพเกษตรกร และลูกจ้างภาคเกษตรกรรม ให้เปิดบัญชีเงินฝากกับ ธ.ก.ส. และผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ประกอบอาชีพอื่นนอกเหนือจากอาชีพข้างต้น ให้เปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารออมสิน ในส่วนของผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีสถานะเป็นสมาชิกกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ธนาคารจะดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีเมื่อยอดเงินสะสมในบัญชีครบทุก 50 บาท โดยการจ่ายเงินชดเชยจะจ่ายทุกวันที่ 15 ของเดือน หากเดือนไหนตรงกับวันหยุด จะจ่ายในวันทำการก่อนหน้า ไปจนถึงเดือน พ.ค.62
    น.ส.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การปรับเกณฑ์ลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยเป็นรายครอบครัวตอนนี้เป็นแนวคิด โดยคลังให้ทางสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ไปศึกษาข้อดี-ข้อเสียเพื่อใช้ปรับปรุงในการลงทะเบียนครั้งใหม่ ซึ่งยังไม่มีกำหนดว่าจะดำเนินการปีไหน ดังนั้นจึงไม่กระทบกับสิทธิของผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับอยู่ปัจจุบัน
     ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย จ.หนองคาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีที่กระทรวงการคลังเตรียมจะเสนอการแจกซิมโทรศัพท์มือถือแก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่ออุดหนุนค่าใช้บริการอินเทอร์เน็ตเฉพาะส่วนที่เป็นข้อมูล แต่ไม่รวมถึงค่าโทรศัพท์ว่า คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กำลังพิจารณาเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม ตนขอให้ทุกคนเข้าใจ และอย่ามองว่าการทำเรื่องนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการด้านโทรคมนาคมรายใหญ่ได้ประโยชน์ 
    "เพราะในเมื่อไม่มีผู้ประกอบการรายเล็กมาทำ แต่ภาคเอกชนรายใหญ่เป็นผู้ประกอบการ เขาต้องได้ผลประโยชน์ทางธุรกิจของเขาบ้าง เพียงแต่ต้องดูว่าการใช้ซิมโทรศัพท์มือถือนั้นมีเพื่อประโยชน์ในการทำอะไร ซึ่งเราไม่ได้ต้องการให้เอาแค่การโทรศัพท์พูดคุยกัน แต่ต้องการให้ประชาชนได้มีโอกาสเรียนรู้ในเรื่องดิจิทัลแล้วนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งนี้ ทุกอย่างไม่ใช่เริ่มต้นใหม่แล้วจะทำได้ง่าย แต่ต้องปรับเปลี่ยนกันไป ขอให้ทุกคนช่วยกันตรงนี้" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
    นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงพรรค พปชร.จะเอานโยบายรัฐบาลไปสานต่อหรือไม่ว่า หลายนโยบายของรัฐบาลนี้ควรได้รับการสานต่อและพัฒนาต่อยอด เช่น โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่ใช่การแจกเงินคนจนอย่างที่มีการกล่าวหา เพราะเมื่อประชาชนมีรายได้ไม่เพียงพอ ก็ต้องเติมให้ประชาชน เราต้องการสร้างสังคมประชารัฐ 
    "คนจะอดตายอยู่แล้ว คุณไม่เติมให้เขาได้ยังไง ต้องเติมให้ จากนั้นจึงให้เขาพัฒนาตัวเอง จึงต้องมีการต่อยอด จากที่ตอนนี้ผู้ถือบัตรมี 11.4 ล้านคน เราต้องมาดูว่าครอบคลุมหรือไม่ ขณะเดียวกันต้องช่วยมนุษย์เงินเดือนด้วย จึงต้องมีนโยบายอย่างกองทุนบำนาญเอกชน เราต้องการชูเรื่องหลักประกันชีวิต เพราะทุกอาชีพมีการเปลี่ยนแปลงทั้งนั้น นอกจากนี้ยังต้องมีนโยบายด้านนวัตกรรม การเพิ่มพื้นที่พัฒนากระจายเศรษฐกิจด้วยการสร้างเมืองใหม่ เป็นต้น" นายสุวิทย์กล่าว 
    ขณะที่นายอนุชา บูรพชัยศรี รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ด้านเศรษฐกิจ กล่าวตอบโต้นายสุวิทย์ว่า เป็นการสะท้อนและยอมรับว่าสิ่งที่รัฐบาล คสช.บริหารมากว่า 4 ปีล้มเหลวโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ แม้จะมีการอัดฉีดหว่านเม็ดเงินผ่านโครงการต่างๆ และการที่รัฐบาลลงพื้นที่ทุกภูมิภาค แต่ไม่เคยรับฟังข้อมูลที่แท้จริงจากประชาชน แม้กระทั่งการระบุตัวเลขคนจนของนายสุวิทย์ก็ไม่ตรง เพราะบัตรคนจนมีเพิ่มขึ้นเป็น 14 ล้านใบ ซ้ำยังเป็นการสวนทางกับสิ่งที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของ คสช. ระบุว่าจะทำให้คนจนหมดไป ก็ไม่เป็นความจริง เพราะมีแต่คนจนจะเพิ่มมากขึ้น
     “ดังนั้นการแก้ไขปัญหาความยากจนของรัฐบาล คสช.ที่ออกโครงการบัตรคนจน จึงถือเป็นการแก้ไขปัญหาไม่ตรงจุด หรือเกาไม่ถูกที่คัน เพราะไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจภายในชุมชนหมุนเวียนอย่างแท้จริง กลับเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุน เพราะต้องนำบัตรไปรูดเพื่อแลกสินค้าตามร้านค้าที่กำหนด โครงการนี้จึงเป็นโครงการประชานิยมอีกรูปแบบหนึ่ง ที่วันนี้ได้แปลงร่างมาสนองนโยบายประชารัฐเพื่อรองรับผลทางการเมือง เป็นเหมือนการเปลี่ยนปกใหม่ แต่ไส้ในยังเหมือนเดิม เพราะสิ่งที่สะท้อนว่าคนจนเพิ่มมากขึ้น คือการที่ชาวบ้านไปรอกดเงินจากตู้เอทีเอ็มคนละ 500 บาท จนเกิดปรากฏการณ์ตู้เอทีเอ็มแตก ล้วนตอกย้ำว่ารัฐบาล คสช.ล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง” นายอนุชา กล่าว
     นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  กล่าวถึงการตรวจราชการของนายกฯ และ ครม.ก่อนการประชุม ครม.สัญจร ที่ จ.บึงกาฬ ซึ่งมีการใช้วาทะที่มีลักษณะคล้ายกับการหาเสียงว่า ก็ต้องทำด้วยความระมัดระวัง เพราะอาจขัดต่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง มาตรา  22 ที่ระบุว่า หากการกระทำใดที่เข้าข่ายว่าจะทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม แม้จะยังไม่มีพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้ง ก็อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายได้ รวมถึงการใช้อำนาจรัฐที่ต้องมีความระมัดระวังเช่นกัน
       "สำหรับการที่รัฐบาลเตรียมจัดสรรงบประมาณในการช่วยเหลือประชาชนเพิ่มเติมนั้น เป็นเรื่องการบริหารงานของรัฐบาล แต่จากการที่ตัวเองได้ลงพื้นที่พบปะประชาชน พบว่าประชาชนต้องการชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน มากกว่ารอรับการแจกเงินจากรัฐบาล" นายอภิสิทธิ์กล่าว
    ด้าน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงพรรคการเมืองร้องขอให้ กกต.ตรวจสอบนโยบายบัตรสวัสดิการคนจนของรัฐบาลที่เอื้อต่อพรรคพลังประชารัฐในการหาเสียงหรือไม่ว่า เรื่องนี้เป็นประเด็นข้อกฎหมาย คิดว่าบัตรสวัสดิการคนจนเรามองว่าเป็นแนวนโยบายของรัฐ ซึ่งไม่ใช่การทุจริตการเลือกตั้งที่ กกต.ต้องเข้าไปตรวจสอบ เชื่อว่าประชาชนสามารถแยกแยะได้ว่าอะไรเป็นการใช้ทรัพยากรของรัฐหรือแนวนโยบายแห่งรัฐ.


วันนี้ นึกว่าคงไม่ไหว.... เพราะหัวหมุนติ้วแต่เช้า กะนอนคุยกับเพดานซักวัน แต่ฟังโขมงโฉงเฉงข่าวจากโทรทัศน์ ที่ว่า.... การที่พลเอกประยุทธ์ "แยกคนละทาง" กับพลเอกประวิตร ในการลงพื้นที่ เมื่อวาน (๒๒ ก.ย.)

"ก็...ไม่ได้กู้มาโกงนี่ครับ"    
"ข่าวนิมิต" ๒ ป.แตกกัน
๑๙ กันยา."วันรำลึกโกง"
ลับแล"ยุติธรรมที่ล่าช้า"
กกต.เปิดยอดเงินบริจาคพรรคการเมืองเดือนก.ค.รวม 12 พรรค 'ภูมิใจไทย'รับสูงสุด 2 ล้าน
"หดหัวในกระดอง"?!