"พลังประชารัฐ VS เพื่อทักษิณ"


   

    พูดกันตรงๆ......
    "เซียนการเมือง" ไม่ต่าง "เซียนมวย" เห็นแค่ประกบคู่ดูรูปมวยแต่ละฝ่าย
    ๘๐-๙๐% ฟันธงได้เลย ใครแพ้-ใครชนะ?
    อย่างปี ๔๔ ที่ทักษิณตั้ง "พรรคไทยรักไทย" เป็นพรรคใหม่แกะกล่อง ลงปะทะพรรคเก่าเล่ายี่ห้อ 
    อย่าง "ประชาธิปัตย์" และพรรค "ความหวังใหม่" ของบิ๊กจิ๋ว
    ดูชื่อ-ชั้นแล้ว แรกๆ ไม่มีใครแน่ใจไทยรักไทยจะ "กินขาด" ทั้งสองพรรคได้?
    แต่พอทักษิณ นำแผนทางการตลาดมาประยุกต์ใช้ทางการหาเสียง 
    เปิดมิติการเมืองใหม่ "ขายนโยบาย" แทนขายความเก่ากอดหลักการ
    เปิดพรรคด้วยสโลแกน "คิดใหม่-ทำใหม่"
    ตามด้วย "๓๐ บาทรักษาทุกโรค" ที่ไปฉกไอเดีย "หมอหงวน" มาเป็นนโยบายพรรค
    เท่านั้นแหละ "ตลาดแตก"!
    เพราะมันแปลกใหม่ ฟังดูจับต้องได้ ผิดกับพรรคทั่วไป ขายแต่น้ำลายเพ้อเจ้อ
    แต่ถ้าเลือกไทยรักไทย ทักษิณบอก "๓๐ บาท รักษาได้ทุกโรค"
    แถมยังบอก "รวยแล้วไม่โกง" 
    ฮ่า...เอากะมันซี แล้วใครล่ะ จะไม่เลือกพรรคทักษิณ!
    ถึงตอนนั้น ทั้งเซียน-ทั้งหมูการเมือง เห็นตรงกัน ไทยรักไทยเข้าป้ายที่ ๑ เป็นรัฐบาลแน่
    จากนั้นมา ทุกสมัยเลือกตั้ง แต่ละพรรคต้องหันมาใช้นโยบายแทนน้ำลายปราศรัยเอามันอย่างเดียว ในตลาดหาเสียง
    ตอนยิ่งลักษณ์หาเสียง ๔๙ วัน เป็นนายกฯ นั่นเหมือนกัน แค่ประกาศ "รับจำนำข้าวทุกเมล็ดเกวียนละ ๑๕,๐๐๐" 
    เซียนการเมืองฟันธงเปรี้ยง......
    ประชาธิปัตย์ตายชนิด "ไม่เน่า-ไม่เปื่อย" อยู่ในโลงแก้วนิรันดร์กาล!
    กลับมาดูการเมืองเรื่องเลือกตั้ง พ.ศ.๒๕๖๒ ที่จะถึงนี่บ้าง
    ต้องยอมรับว่า.....
    ๔-๕ ปี ในดี-ชั่ว รัฐบาล คสช.ถากถางเส้นทางอนาคตให้ประเทศ เป็นเนื้อ-เป็นหนัง "สู่ศตวรรษใหม่" หลายเรื่อง
    โดยเฉพาะการคมนาคม ทั้งทางบก ทางน้ำ ทางราง และทางอากาศ
    ทางอาชีพ ทางโอบเอื้อเกื้อชูเกษตรกร คนยาก-คนจน คนด้อยโอกาส และคนชรา
    เส้นเอ็นใหญ่ในความเป็นองคาพยพชาติ คือ "โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก" ที่เรียกกันว่า อีอีซี
    และอีกเยอะ เหลือจะจำ!
    ที่ฮือฮา ประทับใจจอร์จแอนด์จิ๋มคือ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" หรือบัตรคนจน คนละ ๕๐๐ ที่กดกันจนตู้ ATM งง ตอนนี้
    "ซานต้าตู่" ขลังยิ่งกว่าต้นตะเคียน 
    ไม่ต้องขูด ไม่ต้องโรยแป้ง ได้เลย "ทุกเดือน"
    ๔ ปี ประชาชนเห็นการเปลี่ยนแปลงประเทศด้านพัฒนาสรรค์สร้างสิ่งใหม่เป็นรูปธรรมจับต้องได้
    ผิดกับการเมืองเก่าๆ จะ ๒๐ ปีผ่าน นอกจากกัดกัน โกงกัน อยู่กันไปวันๆ สลับเผาบ้าน-เผาเมือง
    ก็ไม่เห็นอะไร ที่เรียกเป็นความเจริญงอกเงยกับบ้านเมือง จากนักการเมืองสร้าง?
    และเมื่อประเทศเข้าสู่เส้นทางเลือกตั้ง พลังประชารัฐ เรียกได้ว่าเป็น "พรรครัฐบาล" เข้าสนามเลือกตั้งด้วย
    ถามว่า.......
    "พลังประชารัฐ" ขายอะไรในตลาดเลือกตั้ง?
    แทบไม่ต้องบอก เพราะที่เห็นแบคากระจาด นั่นเป็นคำตอบขั้นต้นอยู่ในตัวว่า
    งานสร้างบ้าน-สร้างเมือง ที่เห็นเป็นรูปร่างตอนนี้ ถ้าประชาชนต้องการให้เดินหน้าสู่ความสำเร็จ
    ก็ต้องเลือกพรรครัฐบาล เช่น พลังประชารัฐ รวมพลังประชาชาติไทย เป็นต้น
    แต่ถ้าประชาชนไม่ต้องการ อยากให้ล้มโครงการอีอีซี ล้มโครงการรถไฟฟ้า สนามบิน ท่าเรือ และ ฯลฯ
    ตลอดถึงไม่ต้องการให้มี "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" ช่วยเหลือคนเฒ่า คนยาก-คนจน
    ก็ไปเลือกพรรคตรงข้าม เช่น เพื่อไทย ไทยรักษาชาติ เป็นต้น
    เมื่อฝ่ายรัฐบาลโชว์จุดขายอย่างนี้แล้ว ก็มาดูว่า พรรคคู่แข่ง อย่างเพื่อทักษิณ และพรรคบริวาร 
    เขางัดอะไรขึ้นมา "แย่งตลาด" ประชารัฐ?
    และเมื่อ นำพรรคพลังประชารัฐและพรรคเพื่อทักษิณมาเปรียบมวยกันแล้ว
    เซียน "มวยการเมือง" ให้ฝ่ายไหนเป็นต่อ?
    ก่อนจะตอบ มาดูรูปมวยฝ่ายเพื่อไทย ว่าเลือกตั้งเที่ยวนี้ สินค้านำตลาด เขามีอะไร?
    มีนี่ไง.....
    นายห้างใหญ่มาเอง ลงชื่อการันตี ร้องขายในตลาดเลือกตั้ง ด้วยข้อความว่า
    "รัฐธรรมนูญนี้ตั้งใจควบคุมและจำกัดสิทธิของประชาชนตามมาตรฐานสากล ดังนั้น เราต้องร่วมกันแก้รัฐธรรมนูญฉบับถ่วงความเจริญของประเทศฉบับนี้ โดยเริ่มต้นก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน ด้วยความรัก ความสามัคคีของคนไทยที่หัวใจเป็นไทอย่างแท้จริง และจุดมุ่งหมายที่วางไว้คงไม่ไกลเกินมือของพวกเรา"
    11 ธันวาคม 2561
    ทักษิณ ชินวัตร
    นั่นคือ ทีเด็ดในตลาดหาเสียงเพื่อทักษิณเที่ยวนี้ 
    "แก้รัฐธรรมนูญ"
    ทักษิณบอก รัฐธรรมนูญฉบับนี้ "ถ่วงความเจริญประเทศ"
    ความจริง เป็นฉบับจับโจรทักษิณ "ถ่วงน้ำ" ตะหาก ถึงได้ดิ้นพราด!
    แบบนี้ ถือว่า "มาผิดทรง" ในขณะที่พรรครัฐบาล มุ่งใช้รัฐธรรมนูญสกัดโกง แก้ปัญหาประเทศ สร้างคุณภาพสังคมใหม่
    แต่ทักษิณกลับตีธง ให้พรรคของเขา ชูนโยบาย "แก้รัฐธรรมนูญ"
    เท่ากับประกาศ ถ้าได้เป็นรัฐบาล จะล้มทุกอย่างที่รัฐบาล คสช.เริ่มไว้!
    เมื่อนำมาเปรียบมวย จะเป็นว่า
    เลือกพลังประชารัฐ 
    -ไม่แก้รัฐธรรมนูญ 
    -ไม่ล้มยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี อีอีซีเดินหน้า
    -มีโครงการประชารัฐ
    -มี "บัตรคนจน"
    เลือกพรรคเพื่อทักษิณ
    -แก้รัฐธรรมนูญ เอื้อให้โจรกลับมา
    -ล้มยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี อีอีซีหยุดชะงัก
    -ล้มประชารัฐ
    -ล้ม "บัตรคนจน"
    เปรียบรูปมวยให้เห็นอย่างนี้แล้ว พอฟันธงได้หรือยังว่า พรรคไหนจะชนะเลือกตั้ง?
    พูดกันตรงๆ รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถ้าเป็นหนังสือเล่มหนึ่ง พอเปิดปก หน้าแรกก็ยังไม่ทันอ่าน 
    พรรคเพื่อทักษิณ บอก.....
    ไม่ดี ไม่ใช่ ไม่สนุก ไม่อ่าน!?
    อะไรของมัน (วะ) เหมือนไอ้ลูกเนรคุณ ประกาศตั้งแต่อยู่ในท้องแม่....
    "คลอดกูออกมาวันไหน กูก็จะฆ่าแม่วันนั้น"!
    พรรคเพื่อทักษิณ ประกาศเป็น "ลูกฆ่าแม่" เช่นนี้ แล้วใครจะเลือก หือ?    
    เลือกตั้ง คือเกิด ก็จากรัฐธรรมนูญฉบับนี้
    ได้เป็น ส.ส.ก็จากรัฐธรรมนูญฉบับนี้
    จะได้เป็นรัฐบาล ก็จะได้จากรัฐธรรมนูญฉบับนี้
    เรียกว่า ทุกอย่างที่พรรคเพื่อทักษิณคิดว่า เป็นอำนาจสูญเสียไป แล้วได้กลับมา
    ที่ได้ ก็ด้วยพระคุณล้นหัวจากรัฐธรรมนูญฉบับนี้ทั้งสิ้น
    แต่...ตัวพ่อ คือทักษิณ
     ยันทุกตัวขี้ข้าในความเป็นพรรคเพื่อทักษิณ กลับประกาศตัวเป็นมาตุฆาต "จะฆ่าแม่" ตั้งแต่อยู่ในท้อง!
    เมื่อวาน (๑๒ ธ.ค.๖๑) อ่านข่าว "นายยงยุทธ ติยะไพรัช" ให้สัมภาษณ์ที่ระนอง
    พูดตรงๆ ก็ไปหาเสียงให้พรรค "เพื่อชาติ" นั่นแหละ 
    แต่เลี่ยงว่าไปเป็นวิทยากรสถาบันพัฒนาอะไรซักอย่าง เพราะเขาถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองตลอดชีวิต 
    นายยงยุทธ บอกว่า......
    "แท้ที่จริงแล้วปัญหาของชาติบ้านเมืองอยู่ที่รัฐธรรมนูญที่เรามีใช้ในปัจจุบันนี้ ต้องยอมรับว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่แปลก สิ่งที่แปลกที่สุด คือ 
    "เป็นรัฐธรรมนูญที่ปรับปรุงแก้ไขยาก มีเงื่อนไขเยอะแยะไปหมด"
    ส่วนที่สองของความแปลกก็คือ มีนักยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี เป็นผู้นำเหล่าทัพเสียเกินครึ่ง ฯลฯ
    สรุปว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ หลังเลือกตั้งเสร็จ ผมเชื่อว่าบ้านเมืองยังไม่สงบอยู่ดี 
    เพราะถ้าหาก ประชาชนเลือกพรรคนั้น แล้วชนะถล่มทลาย"
    ก็จะเห็นว่า ธงหรือนโยบายพรรคเครือข่ายทักษิณ คือแก้รัฐธรรมนูญ ล้มยุทธศาสตร์ชาติ
    ที่น่าสนใจ นายยงยุทธเน้น "บ้านเมืองจะยังไม่สงบอยู่ดี"
    ถ้า.....
    "พรรคพลังประชารัฐชนะถล่มทลาย"!?
    นี่เท่ากับ ใครก็ไม่ต้องฟันธง ว่าเลือกตั้งเที่ยวนี้พรรคไหนจะชนะ
    เพราะคุณยงยุทธฟันให้แล้ว ด้วยรู้ตัวว่า "พรรคระบอบทักษิณ" พวกเขา แพ้ตั้งแต่ในมุ้ง
    จึงตีลูกขู่.....
    ทำนอง ถ้ากูแพ้ มึงชนะ พวกกูเผาอีก ประมาณนั้น!
    พูดแล้วก็อยากเตือนด้วยหวังดี ทั้งคุณจตุพรและคุณยงยุทธ ว่า
    คุณทั้งสอง ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง เป็นสมาชิกพรรคก็ยังไม่ได้
    พ.ร.บ.พรรคการเมือง มาตรา ๒๘ และ ๒๙ บอกชัด
    ห้ามมิให้พรรคการเมืองยินยอมหรือกระทำการใดอันทำให้บุคคลอื่น "ซึ่งมิใช่สมาชิก" กระทำการอันเป็นการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำ กิจกรรมของพรรคการเมือง...ฯลฯ...
    ก็ระวังหน่อยละกัน....
    ถ้าคุณศรีสุวรรณ หรือคุณเรืองไกร เขาไปร้อง จะถูกยุบพรรคเอาได้
    เรื่องนี้ ก็คงต้องจบสั้นๆ ว่า
    เลือกพลังประชารัฐ มี "บัตรคนจน"
    เลือกเพื่อทักษิณ ไม่มี "บัตรคนจน".
    


เรื่องนี้อาจไม่เกี่ยวกับนักการเมืองจนๆแต่สัมพันธ์โดยตรงกับอภิมหาเศรษฐีที่ก้าวเข้าสู่วงการเมืองเดิมที "ทักษิณ ชินวัตร" ได้สร้างปรากฏการณ์ซุกหุ้น ผ่องถ่ายทรัพย์สินไปยังคนขับรถ และสาวใช้ เพื่อหลบหลีกกฎหมายนำมาซึ่งวาทะอมตะ "บกพร่องโดยสุจริต"

กับ 'ประชาชนฐาน' ที่หายไป
ปรากฏการณ์ของ 'หม่อมเต่า'
แค่ 'ล่วงหน้า' ก็รู้ว่า 'ใครร่วง'
รางๆ รัฐบาล '๗ วันก่อนเลือก'
เมื่อ "ปชป.-พปชร." แหติดตอ
๒๕๐ สว. 'รากเหง้าอภิวัฒน์'