คสช.ปรับลด 2 พันอัตรากองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย


   

5 ก.พ.61 - ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)กล่าวว่า พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.ในฐานะเลขาธิการคสช. เป็นประธานการประชุมสำนักเลขาธิการคสช.และการประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก โดยที่ประชุมได้กล่าวถึงสถานการณ์บ้านเมืองที่ผ่านมา ซึ่งมีความเรียบร้อยในระดับหนึ่ง แม้จะมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ ก็เป็นไปตามวิถีทางของระบอบประชาธิปไตย โดยเจ้าหน้าที่และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายสามารถดูแลให้เกิดความเรียบร้อยภายใต้กฎหมายปกติ 

อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการดำเนินการเข้าสู่ระยะที่ 3 ตามโรดแมปของคสช. คือการเลือกตั้งทั้งระดับท้องถิ่น และระดับประเทศนั้น ในขณะนี้คสช.ได้มีการพิจารณาปรับลดกำลังพลในส่วนของกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย เพื่อให้เหมาะสมตามสภาพการณ์ในห้วงเวลาเพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายด้านงบประมาณโดยคาดว่าจะลดกำลังได้ประมาณ 2,000  อัตราในขณะที่การปฏิบัติงานยังคงมุ่งสู่การดูแลความสงบเรียบร้อย การบังคับใช้กฎหมาย การสนับสนุน งานตามนโยบายของรัฐบาล รวมถึงการดูแลช่วยเหลือประชาชนเป็นหลัก

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวต่อว่าอย่างไรก็ตามในการทำงานของกองทัพบกในนามของกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย  (กกล.รส.) เลขาธิการคสช.ได้เน้นย้ำให้ดำรงความมุ่งหมายในการดูแลความสงบเรียบร้อยโดยรวม แก้ไขปัญหาในทุกสถานการณ์อย่างเหมาะสมด้วยความระมัดระวัง มีความยืดหยุ่นภายใต้การดำรงไว้ซึ่งกรอบของกฎหมาย และความสงบสุขของสังคมอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการสนับสนุนตามนโยบายของรัฐบาล ขอให้ทุกส่วนได้ศึกษาในรายละเอียด รวมถึงกำหนดและบริหารจัดการวิธีการปฏิบัติให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของนโยบาย 

ทั้งนี้ ในช่วงต่อไป กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและช่วยขับเคลื่อนโครงการ“ไทยนิยม ยั่งยืน” ซึ่งเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ มอบหมายให้ทุกหน่วยได้คัดสรรเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ความสามารถในการอธิบายและสร้างความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวได้อย่างเหมาะสม และพร้อมปฏิบัติงานร่วมกับส่วนราชการต่างๆ ในนาม ทีมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยระดับตำบล 7,663 ตำบล ซึ่งจะเริ่มโครงการในเดือนก.พ.นี้

"เลขาธิการคสช.ได้แสดงความมั่นใจว่าสถานการณ์บ้านเมืองจะเป็นไปด้วยดี พร้อมระบุว่าคสช.ยังเป็นกลไกหลักที่จะทำให้ประเทศเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งตามโรดแมป ซึ่งผู้บังคับหน่วยและทุกส่วนงานจำเป็นที่จะต้องทุ่มเทการทำงานเพื่อส่วนร่วม ดูแลช่วยเหลือประชาชนในทุกด้าน สร้างให้สังคมไทยเดินหน้าไปตามกลไกที่กำหนดไว้”พ.อ.หญิง ศิริจันทร์  กล่าว.


"จับพุทธะอิสระ" เป็นที่เข้าใจได้ แต่สังคม "เข้าใจไม่ได้"........ ว่าทำไม "คอมมานโด กองปราบ" จึงต้องปฏิบัติต่อผู้ต้องหาที่เป็นพระ หยาบกระด้างกว่าปฏิบัติต่ออภิมหาโจรด้วยซ้ำ ตามคลิปที่เผยแพร่? ประเด็นนี้ ผมเห็นด้วย!

บันทึกประวัติ "พุทธศาสน์" สึก
กระแสปลุกทำไมจุดไม่ติด?
เอามันซะบ้าง 'เผื่อสำนึก'
'ธรรมศาสตร์กับศิษย์ประสาท'
หน้าที่ 'เจ้าภาพ' ฉลอง ๔ ปี
'ด้วยห่วงไฟชอร์ต สส.ตาย'