เขย่าหัวใจชาวนา


เพิ่มเพื่อน    

      ที่ผ่านมารัฐบาลมีโครงการแก้ปัญหาความยากจนของชาวนาหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการรับจำนำข้าว หรือการประกันราคาข้าว ทว่าก็มีปัญหามากมายทั้งเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน ราคาข้าวตกต่ำ สวมสิทธิ์เวียนเทียนข้าว บิดเบือนกลไกตลาด โดยรัฐเป็นผู้อุ้มรับภาระค่าใช้จ่าย รวมทั้งสร้างโกดังเก็บข้าวจำนวนมาก  

      ทำให้การช่วยเหลือชาวนาไม่มีประสิทธิภาพ ที่สำคัญเงินบางส่วนยังรั่วไหลออกจากระบบ สูญหายไปหลายแสนล้านบาท 

      ล่าสุดได้เกิดนโยบายใหม่ขึ้นมาท้าทาย 2 ระบบไดโนเสาร์ดังกล่าว โดยพรรคภูมิใจไทย อนุทิน  ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ได้นำเสนอนโยบายข้าวแบ่งปันกำไร 70:15:15 เพื่อพาเกษตรกรไทยพ้นความยากจนแบบยั่งยืน และไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากพ่อค้าคนกลางและนายทุนใหญ่อีกต่อไป

      ทั้งนี้ เมื่อชาวนาไทยเข้าสู่ระบบจัดสรรปันส่วนกำไร จะประกอบด้วยผู้เล่นหลัก 3 ฝ่าย ประกอบด้วย ชาวนา-โรงสี-ผู้ส่งออก โดยผลกำไรจะถูกแบ่งให้แก่ชาวนา 70% โรงสี15% ผู้ส่งออก 15% 

      ข้อดีของระบบนี้คือ ชาวนาลงทุนมาก เมื่อข้าวราคาดีผลกำไรจากการขายไปตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ จะกลับมาหาเกษตรกรทุกขั้นตอน ดังเช่น พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาล เป็นต้น

       แตกต่างจากระบบเดิมที่ชาวนาจะขายข้าวเปลือกได้ในราคาต่ำแล้วจบ ไม่ได้อะไรกลับมา แม้สุดท้ายราคาข้าวในตลาดจะมีราคาแพง ขณะที่ผู้ส่งออกจะได้กำไรมากที่สุด

      แนวทางดังกล่าวจะสำเร็จได้จะต้องมีการผลักดันให้เกิด พ.ร.บ.ข้าว อันจะนำไปสู่การก่อตั้ง "กองทุนข้าว" ทำหน้าที่จัดสรรเรื่องผลประโยชน์ให้เท่าเทียมกันระหว่างผู้เล่นทั้ง 3 คน     

      ทราบมาว่าแกนนำ ภท.ได้เดินสายนำเสนอนโยบายดังกล่าวในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศอย่างเข้มข้น  เพราะสามารถเขย่าหัวใจชาวนา 20 ล้านคน ให้มีความหวังว่าจะมีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น สลัดหนี้สินและความยากจนออกไป

      เพราะวันนี้ชาวบ้านพากันร้อง “ตูเบื่อ...การเมือง” อยากให้ทุกฝ่ายมุ่งแก้ปัญหาปากท้องมากกว่า.

ช่างสงสัย


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"