DSIฟุ้งผลงานรอบปี 231 คดี-ตั้งเป้าปีหน้าเผด็จศึกเครือข่ายจานบิน!


เพิ่มเพื่อน    

20 ธ.ค.61 - ที่โรงแรมเบสท์เวสเทิร์น ถ.แจ้งวัฒนะ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แถลงผลงานประจำปี 2561 ว่า ในรอบปี 2561 ดีเอสไอรับคดีพิเศษ 231 คดี มูลค่าความเสียหาย 52,000 ล้านบาท โดยเฉพาะคดีอาชญากรรมเศรษฐกิจ หลบเลี่ยงภาษีนำเข้ารถยนต์ และฉ้อโกงภาษี ซึ่งมีมูลค่าความเสียหาย 43,000 ล้านบาท รวมถึงคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่อยู่ระหว่างการขยายผลการจับกุมเว็บไซต์พนันออนไลน์ 400-500 เว็บไซต์ จะต้องถูกดำเนินคดีและดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินตามกฎหมายฟอกเงินด้วย 

พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า ในปี 2562 ดีเอสไอตั้งเป้าตามยุทธศาสตร์รัฐบาล “มั่นคง มั่นคั่ง"  โดยจะเน้นไปที่คดีที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี เนื่องจากเป็นคดีที่มีความเสียหายรุนแรง แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว มูลค่าความเสียหายสูง และจับกุมผู้ต้องหาได้ยาก รวมถึงคดีเกี่ยวกับการบุกรุกที่ดินสาธารณะ โดยจะเน้นเข้าไปในพื้นที่ที่ดีเอสไอยังไม่ได้เข้าไปดำเนินการ

อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวต่อว่า ดีเอสไอได้ปรับปรุงมาตรฐานการรับคดี ป้องกันไม่ให้ซ้ำรอยในอดีตที่เคยใช้อำนาจอธิบดีดีเอสไอรับสอบสวนคดีที่ไม่ควรเป็นคดีพิเศษ โดยการรับคดีไว้สอบสวนจะต้องผ่านคณะกรรมการกลั่นกรองที่มีหน่วยงานภายนอกเข้าร่วมพิจารณา และเพื่อเสริมประสิทธิภาพการทำงานในปี 2562 จะเปิดรับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการเงิน การธนาคาร นักบัญชี และเทคโนโลยี หรือโปรแกรมเมอร์เข้ามาติดตามแฮกเกอร์ จำนวน 40 อัตรา โดยการรับสมัครมีขั้นตอนการสอบตามระเบียบราชการ 

อย่างไรก็ตามประชาชนอย่างไรหลงเชื่อบุคคลที่แอบอ้างว่าสามารถฝากงานเข้าดีเอสไอได้ ซึ่งล่าสุดกองปราบได้จับกุมมิจฉาชีพแอบอ้างฝากงานเข้าดีเอสไอได้แล้ว 1 ราย

อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ  กล่าวด้วยว่า สำหรับคดีค้างการสอบสวนเกิน 3 ปี จำนวน 8 คดี เป็นคดีความผิดระหว่างประเทศหรือคดีนอกราชอาณาจักร ซึ่งมีความจำเป็นต้องรอหลักฐานจากต่างประเทศ แต่ดีเอสไอไม่ได้ยิ่งนอนใจเตรียมหารือกับอัยการสูงสุดว่ามีช่องทางใดสามารถเร่งรัดให้เร็วขึ้นได้บ้างหรือไม่

เช่น คดีบริษัทเอนเนอร์ยี่เอิร์ธ ที่แอบอ้างว่ามีสัญญาซื้อขายถ่านหินจากประเทศอินโดนีเชียและนำเอกสารดังกล่าวมายื่นกู้กับสถาบันการเงิน รวมถึงคดีค้ามนุษย์ของนายกำพล วิระเทพสุภรณ์ เจ้าของกิจการอาบอบนวดในเครือวิคตอเรียซีเรีย ที่หลบหนีไปต่างประเทศ โดยคดียังอยู่ในอายุความ 20 ปี 

เช่นเดียวกับการขยายผลสอบสวนคดีฟอกเงินกับเครือข่ายพระวัดพระธรรมกาย 30 รูป ซึ่งรับเงินที่ฉ้อโกงมาจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ล่าสุดดีเอสไอเสนอเรื่องถึงอัยการสูงสุดขอให้ยุบมูลนิธิอุบาสิกาจันทร์ขนนกยูง ตามประมวลกฎหมายแพ่งมาตรา 131 เนื่องจากเป็นมูลนิธิที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"