"มีสิทธิ์เป็นทั้งโจทก์-จำเลย"


เพิ่มเพื่อน    

    "ประชาธิปไตยบนเตียง"
    เป็นเรื่องสิทธิมนุษยชน "เฉพาะคน" เช่น คน "อยากเลือกตั้ง" เท่านั้น
    ฉะนั้น....
    ใครดู-ใครเห็นคลิป ก็ให้ดูและเห็นเฉพาะบุคคลนั้น ไม่ต้องแชร์เป็นการอุทิศส่วนกุศลไปทั้งสี่มุมเมืองหรอก
    เจ้าตัวก็ควรหยุุดด้วย!
    "สตรอง" ไม่ได้แปลว่า หนา หรือ ด้าน
    ดังนั้น การแสดงบท "หญิงสตรอง" ด้วยการนำ "ความรักที่ดีที่สุด" ของโบว์กับไก่ ไปเที่ยวโทษคนอื่น เปะปะ-วุ่นวาย 
    ลามปามไปถึงกองทัพ การเลือกตั้ง การคุกคามทางเพศ กระทั่งความยุติธรรมบ้าบออะไรของเธอ นั้น
    มันไม่ได้กู้ "ภาพลักษณ์" ขึ้นมาได้หรอก นอกจากความทุเรศ!
    เพราะ.....
    คลิปนั้น เมื่อเจ้าตัวหน้าชื่นตาบานรับ มันคือ "ความรักที่่ดีที่สุด" ของโบว์กับไก่ 
    และไก่บอก "เป็นเรื่องของคนโสดสองคน"
    มันก็โอเค เป็นสิทธิเสรีภาพในเรือนร่าง เมื่อดอกรักผลิบานขึ้นในหัวใจพร้อมดอกประชาธิปไตยบานฉ่ำ
    ก็ร้อยรักกันไป.....
     ใครจะไปว่าอะไร มีสุขร่วมเสพ-มีภัยร่วมต้าน ยินดีด้วย!
    แต่ที่เป็นกระเด็น น่าจะอยู่ตรงที่.....
    "โบว์ อยากเลือกตั้ง" ทั้งที่โพสต์บอก "ขอจบตรงนี้นะคะ"
    ขณะที่คนอื่นจบ เพราะไม่อยากอ้วก 
    แต่ตัวเธอเอง กลับ "ไม่ยอมจบ"!
    ไม่หลับ-ไม่นอน ตีหนึ่ง ตีสอง ยังโพสต์ขยายเรื่องต่อ ไลฟ์สด-ไลฟ์แห้ง แก๊งอยากเลือกตั้ง ก็ออกมาอวยเป็นกองหนุน
    การโพนทะนาด่าเขาไปทั่ว ลักษณะ "ป้ายโทษ" คนอื่นว่าเป็นผู้แอบถ่ายคลิปมาเผยแพร่ นั้น
    อยากจะบอกเธอว่า......
    การ "เบี่ยงประเด็น" สร้างมุมเชื่อนำสังคม อย่างที่ตะแบงแทงรัฐบาล คสช.ไม่ยั้ง เพื่อระบอบทักษิณ นั้น 
    อย่าทำเลย โบว์จ๋า
    คนเขาจะหยาม ว่าเป็นอันธพาล เธอจบอักษร ย่อมเข้าใจ "อันธพาล" หมายถึง "คนมืดบอด" 
    และนั่น อาจนำไปสู่จุดให้เธอถูกตำหนิ ว่าการศึกษาสูง แต่สันดานต่ำ ผิดวิสัยหญิงมียางทั้งหลาย จะพึงทำ!
    ก่อนๆ เธอเป็น "โบว์ อยากเลือกตั้ง"
    วันนี้ เธอก็ยังเป็น "โบว์ อยากเลือกตั้ง" มีราคากับระบอบทักษิณและพรรรคที่เป็น "ฝ่ายประชาธิปไตย" เหมือนเดิม
    แต่การพาโล ฉันไม่ผิด .....
    กองทัพผิด ทหารผิด แอบถ่ายคลิปหวังทำลายประชาธิปไตยบนเตียงของเธอ 
    ลามไปถึงกระบวนการยุติธรรม ทำนองพึ่งไม่ได้ เพราะไม่ได้มีไว้สำหรับคนอย่างเธอ นั้น
    การป้ายโทษที่ไร้หลักฐานเช่นนี้ ต้องระวัง นอกจากจะทำให้หมดราคาแล้ว 
    ถ้าฝ่ายถูกป้ายโทษ เช่น "กองทัพ" เขาต้องการพิสูจน์ความจริงตามข้อกล่าวหา
    ไปแจ้งความว่า ถูกใส่ร้ายป้ายโทษด้วยความเท็จ ทำให้กองทัพและทหารเสื่อมเสียเกียรติยศ
    ทีนี้แหละ....
    ที่โพสต์เองแต่แรกว่า "จบตรงนี้นะคะ จะไม่ตอบสนองอะไรเพิ่มเติมต่ออาชญากรรมและความทุจริตครั้งนี้" นั้น
    "อาชญากรรมและความทุจริต" ที่ว่านั่น มันย้อนกลับมาสนองตัวเองละทีนี้!
    อย่างน้อย คุณโบว์ต้องไปแสดงหลักฐานต่อพนักงานสอบสวน ตามที่กล่าวหาเขา
     ว่าผู้ถ่ายทำคลิปนั้น เป็นหน่วย IO
    คือหน่วย "ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารที่ทหารใช้ในการสงคราม"!?
    เธอมีหลักฐานอย่างนี้..อย่างนี้ หรือมีพยานคนนี้..คนนี้ เป็นบุคคลยืนยันได้ตามที่กล่าวหา
    พนักงานสอบสวนก็ต้องไปตรวจ "สถานที่เกิดเหตุ" ด้วย
    และนั่น คุณโบว์ก็ต้องไปชี้ "จุดเกิดเหตุ"
    โรงแรมไหน หรือรมณียสถานไหน ห้องไหน เตียงไหนชาวบ้านไม่ทราบ ก็จะได้ทราบ จากสื่อโทรทัศน์และหนังสือพิมพ์ ที่จะยกกันไปเป็นกองทัพ 
    ถ่ายทำคุณโบว์ประกอบจุดที่ว่าถูกแอบถ่ายคลิป นำมาแผ่หลาตามหน้าจอและหน้ากระดาษ
    คุณโบว์ก็ถามเอง-ตอบเองไปแล้ว "จะฟ้องมั้ย..ไม่ฟ้อง" ผมยังแอบชมว่าฉลาด
    "ฟ้อง" เท่ากับยืดโปรแกรมเรื่อง "ประชาธิปไตยบนเตียง" ฉายยาวไปอีก
    สู้ไม่ฟ้อง แล้วสร้างกระแสใหม่ขึ้นมากลบซักเรื่อง-สองเรื่อง ฉากที่ควรจำแค่สองคน ก็เลือนจากความจำคนอื่นได้เร็วขึ้น
    แต่นี่ ถึงไม่ฟ้อง กลับตีเรื่องตัวเองให้ฟุ้ง ป้ายโทษทหาร แล้วโยงไปเรื่องเลือกตั้ง
    แบบนี้.....
    "เขาฟ้อง" มันก็จะไม่ต่าง "เราฟ้อง" เพราะในขั้นตอนปฏิบัติทางสอบสวน
    อ้อ..จะต่างกันนิด คุณโบว์ฟ้อง จะเป็นโจทก์ แต่แบบนี้ กองทัพ โดยทหารเขาฟ้อง เขาจะเป็นโจทก์
    ส่วนคุณโบว์จะเป็น "ผู้ต้องหา"!
    ก็รู้นี่ อยู่กับนักกฎหมาย เดินหมาก-เดินเกมเพื่อระบอบทักษิณด้วยเทกนิคกฎหมายมาช่ำชอง ผมคงไม่ต้องจาระไนมาก
    ทำไมกองทัพเขาอาจฟ้อง?
    ป้องกันเกียรติยศกองทัพจากการใส่ร้ายป้ายสีอย่างหนึ่งละ
    อีกอย่างที่สำคัญ ป้องการการนำเรื่องใส่ร้ายนั้่นกลับมาใช้ทิ่มแทงซ้ำในทางย้อนศร
    เรื่อง "บิดเบือนศาสตร์" ให้คนหลงเชื่อตาม ไม่มีใครเกินฝ่ายประชาธิปไตยและกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง
    ดังนั้น ถ้ากองทัพเฉย......
    มีอะไรรับประกันได้ว่า ในการหาเสียงเลือกตั้ง จะไม่มีใครในฝ่ายประชาธิปไตย ไม่นำเรื่องนี้ขึ้นไปบิดเบือนพูด?     "กล่าวหากองทัพ" เป็นคนทำคลิปบ้าง 
    เป็นวิธีการสกปรกหวังโค่นทำลายฝ่ายประชาธิปไตยในการเลือกตั้งบ้าง เป็นการคุกคามทางเพศบ้าง
    ถ้าฝ่ายประชาธิปไตยบนเตียงชนะเลือกตั้ง ก็แล้วไป
    แต่ถ้าไม่ชนะ
    ก็จะหยิบเรื่องนี้มาเป็นเหตุโจมตีอีกว่า ฝ่ายเผด็จกามแพ้ฝ่ายเผด็จการ เพราะถูกใช้แผน "ประชาธิปไตยบนเตียง"
    กองทัพก็จะซวย "ทั้งขึ้่น-ทั้งล่อง"!
    ด้วยเหตุผลนี้ ถ้ากลุ่มก้อนอยากเลือกตั้งยังตะแบง ใช้เรื่องเตียงประชาธิปไตยไปทิ่มแทงกองทัพอันไม่มีมูลความจริงต่อไป
    คุณโบว์อาจถูกกองทัพแทงด้วยกฎหมายก็เป็นได้!
    การบิดเบือนพูด "ดำให้เป็นขาว-ขาวให้เป็นดำ" นั้น ผมว่าไม่มีใครเกินฝ่ายประชาธิปไตย
    เช่น เรื่อง "ระดมทุน" พรรคพลังประชารัฐ ได้กว่า ๖๐๐ ล้าน หลายวันก่อน
    พรรคฝ่ายประชาธิปไตยและพรรคหน้ามืดจะผสมพันธุ์ฝ่ายประชาธิปไตย
    ใช้ตรรกะ ภายใต้คำว่า "ถ้า" และ "หาก"
    สาดซัดพลังประชารัฐ ว่าการระดมทุนนั้น "ผิดกฎหมาย!
    เอาเงินหลวงบ้าง หน่วยราชการบ้าง
    เงินรัฐวิสาหกิจบ้าง มาซื้อโต๊ะเป็นล้านๆ นั้น
    เห็นการบิดเบือนพูด เข้าลักษณะใส่ร้าย-ป้ายสีเกินพอดีแล้ว บอกตรงๆ อนาถใจ
    การพูดเช่นนี้ ไม่ใช่นักเลือกตั้งไม่รู้กฎหมายพูดนะ หากแต่ระดับอดีตผู้พิพากษาใหญ่ นักวิชาการทางกฎหมายสอนตามมหาวิทยาลัยพูด ผมฟังกะหู
    คือเขาตั้งเรื่้องสมมุติ ใช้คำว่า "ถ้า" เป็นเชื้อใช้สาดใส่พลังประชารัฐ ว่าทำผิดกฎหมาย เช่น...
    "ถ้า" เอาเงินหลวงมาซื้อโต๊ะ
    "ถ้า" ให้รัฐวิสาหกิจมาซื้อโต๊ะ
    "ถ้า" ให้หน่วยราชการมาซื้อโต๊ะ
    ถ้า...ทั้งนั้่น!
     ความเป็นจริงเป็นอย่างไร...ไม่รู้ กูสมมุติเอา แล้วกูก็ว่ามึงผิดกฎหมาย..ผิดกฎหมาย กรอกหูชาวบ้าน เจ็ดวัน-เจ็ดคืนไม่จบ!
    ผมขอบอกว่า "การระดมทุนพรรค" ถูกต้องตามกฎหมาย เป็นสากล ทั้งโลกทำเช่นนี้
    มาตรา ๖๔ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.๒๕๖๐ ระบุว่า.....
    "การหารายได้จากการจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรคการเมืองต้องกระทำโดยเปิดเผย และแสดงวัตถุประสงค์ว่าเป็นการระดมทุนของพรรคการเมืองอย่างชัดเจน
    ให้หัวหน้าพรรคการเมืองประกาศให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไปถึงจำนวนและที่มาของเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้มาจากกิจกรรมดังกล่าว 
    และให้มีหนังสือแจ้งนายทะเบียนทราบด้วย ทั้งนี้ ภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่กิจกรรมดังกล่าวสิ้นสุดลง
    ประกาศและหนังสือแจ้งตามวรรคสอง ให้ระบุชื่อบุคคลผู้สนับสนุนเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดที่มีมูลค่าหนึ่งแสนบาทขึ้นไปด้วย"
    มาตรา ๗๓ ระบุ ....
    "ห้ามมิให้ข้าราชการการเมืองใช้สถานะหรือตำแหน่งหน้าที่เรี่ยไรหรือชักชวนให้มีการบริจาคให้พรรคการเมืองหรือผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ไม่รวมถึงการที่ข้าราชการการเมืองผู้นั้นเข้าร่วมกิจกรรมตามมาตรา ๖๔ โดยมิได้กระทำหรือมีส่วนกระทำการอันเป็นการต้องห้ามนั้น"
    และมาตรา ๗๖ ระบุ....
    "ห้ามมิให้หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือกิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่ บริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดให้แก่พรรคการเมืองหรือเข้าร่วมกิจกรรมตามมาตรา ๖๔ ฯลฯ"
    กฎหมายมีกรอบชัดแจ้งอยู่แล้ว ทุกพรรคต่างจับจ้องซึ่งกันและกัน ไม่มีพรรคไหนกล้าทำผิดโจ้งๆ กลางตลาดหรอก
    ครบ ๓๐ วันก็รู้ กกต.เขาประกาศเอง ใครซื้อโต๊ะบ้าง ไม่ใช่มาสมมุติเรื่องกล่าวหากัน
    การกระทำแบบนี้ เป็นลักษณะพรรคที่ไล่ตามหลังพรรคนำ 
    สู้ไม่ได้ รู้ตัวว่า "แพ้แน่"
    ก็เลยดึงเสื้อ-ดึงกางเกง กระทั่งคว้าพวงไข่ เหมือนฟุตบอลนั่นแหละ!


จบ..... นับจากวันนี้เป็นต้นไป จะเหลือแค่ยาสีฟัน "เทพไท" เท่านั้น ปรากฏชื่อในท้องตลาด ส่วนคนชื่อ "เทพไท เสนพงศ์" จะไม่ปรากฏชื่อทั้งในท้องตลาดการเมืองและการเลือกตั้ง ตลอดไป (กาลนาน...เทอญ)

'สามสัส' ในภาวะ 'ระส่ำสัส'
ภาษาไทยวันนี้ 'ภาษีกู'
กล้วยดิบ 'วัคซีน' พื้นบ้าน
"SCG ผู้ปิดทองหลังโควิด"
ช่องว่าง "ระหว่างคิด-คุก"
"วัคซีนสมอง"มาแล้วจ้ะ