เปิด7วันอันตราย คุมเข้มพื้นที่เสี่ยง รวม144อำเภอ


   

    มท.1 เปิดศูนย์ 7 วันอันตรายปีใหม่ คุมเข้มพื้นที่เสี่ยงสูง 144 อำเภอ ตร.ยันพร้อม 100% อำนวยความสะดวกจราจร เส้นมิตรภาพ-เอเชียเริ่มหนาแน่น ขอนแก่นสังเวยแล้ว 2 ศพ สุรินทร์หลับในพุ่งชน 13 คันรวด
    เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประธานกรรมการและผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) ในฐานะประธานพิธีเปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 เปิดเผยว่า รัฐบาลห่วงใยความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 จึงได้มอบหมายให้ ศปถ. โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) บูรณาการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนการลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างเต็มกำลัง โดยเฉพาะในช่วงการรณรงค์ “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” ระหว่างวันที่ 27 ธ.ค.2561-2 ม.ค.2562 มุ่งดำเนินมาตรการลดปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุที่ครอบคลุม ทั้งด้านคน รถ ถนน และสิ่งแวดล้อม ด้วยการบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด เน้นคุมเข้มรถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุและมีผู้เสียชีวิตสูงสุด 
    รวมถึงกวดขันปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุ 3 กรณี ได้แก่ ขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ และไม่สวมหมวกนิรภัย ควบคู่กับการสร้างการมีส่วนร่วมลดอุบัติเหตุในระดับพื้นที่ตามแนวทางประชารัฐ โดยเพิ่มความเข้มข้นการจัดตั้งจุดตรวจ ด่านชุมชน จุดสกัด จุดบริการในเส้นทางสายหลัก สายรอง และเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างตำบล/หมู่บ้าน เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางให้สอดคล้องกับช่วงเวลาเดินทาง อีกทั้งประสานตรวจสอบสภาพความปลอดภัยของรถโดยสารสาธารณะและกวดขันความพร้อมของพนักงานขับรถ 
    ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำให้จังหวัดที่มีพื้นที่เสี่ยงอุบัติเหตุสูง (อำเภอสีแดงและสีส้ม) รวม 144 อำเภอ ให้วิเคราะห์ข้อมูลอุบัติเหตุในพื้นที่ เพื่อชี้เป้าปัจจัยเสี่ยงและกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุได้ตรงจุด สำหรับกรณีเกิดอุบัติเหตุที่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บรุนแรง ให้เข้มงวดการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ผู้ขับขี่ทุกราย อีกทั้งได้บูรณาการเตรียมพร้อมระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน เพื่อให้การแจ้งเหตุและการส่งต่อผู้บาดเจ็บเป็นไปด้วยความรวดเร็วและครอบคลุมทุกพื้นที่ นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้จังหวัดดูแลความปลอดภัยในการสัญจรทั้งทางบกและทางน้ำ อย่างไรก็ตาม ขอความร่วมมือผู้ใช้รถใช้ถนนปฏิบัติตามมาตรการบังคับใช้กฎหมาย 10 รสขม โดยเฉพาะการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่นำสู่ไปการบาดเจ็บรุนแรงและเสียชีวิต 3 ด้านหลัก ได้แก่ ขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ และไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย
    ด้านนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย รองประธาน ศปถ. คนที่หนึ่ง กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้ใช้กลไกของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนระดับจังหวัด อำเภอ และองค์ปกครองส่วนท้องถิ่น บูรณาการหน่วยปฏิบัติในระดับพื้นที่ ทั้งหน่วยทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง สาธารณสุข คมนาคม และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในการอำนวยการสั่งการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนให้สอดคล้องกับสถานการณ์อุบัติเหตุ มุ่งขับเคลื่อนมาตรการลดอุบัติเหตุเชิงรุกบนพื้นฐานการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนตามแนวทาง 1 ท้องถิ่น 1 ถนนปลอดภัย โดยให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชนร่วมดูแล และตักเตือนลูกบ้านผ่านมาตรการทางสังคมในการป้องปรามพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุ รวมถึงให้อาสาสมัครและกลุ่มจิตอาสาร่วมเฝ้าระวังและป้องปรามพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุบนถนนสายรองและถนนเชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้าน 
    นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดี ปภ. ในฐานะเลขานุการ ศปถ. กล่าวว่า ในช่วงรณรงค์ 7 วันแห่งความปลอดภัยทางถนน ตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค. 61-2 ม.ค.62 จะมีการประชุมร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการในระดับพื้นที่ ติดตามสถานการณ์ วิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุในพื้นที่ เพื่อวางมาตรการและปรับแนวทางการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาอุบัติเหตุทางถนนในแต่ละพื้นที่ ทั้งนี้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 ให้เหลือน้อยที่สุด 
    พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้อำนวยความสะดวกและดูแลการจราจรแก่พี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ 100 เปอร์เซ็นต์ โดยสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ อำนวยความสะดวกการจราจรและจัดระเบียบการจราจรตามเส้นทางหลัก เส้นทางรอง ตลอดทุกเส้นทางที่พี่น้องประชาชนใช้สัญจรกลับภูมิลำเนา โดยกำหนดให้มีการเปิดเส้นทางพิเศษ เพื่อระบายรถขาขึ้น-ขาล่อง และห้ามรถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไปเดินรถในถนนบางสาย พร้อมทั้งจัดให้มีจุดบริการประชาชน จุดแวะพักรถระหว่างทาง ตลอดจนจัดชุดเคลื่อนที่เร็วคอยดูแลการจราจรในเส้นทางเข้า-ออกจุดที่พี่น้องประชาชนเข้าไปใช้บริการอย่างหนาแน่น อาทิ สถานีขนส่ง หมอชิต สายใต้ สนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ และบริเวณที่จัดงานเคาต์ดาวน์ต่างๆ ทั่วประเทศ
    ที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 สวนลุมพินี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) กล่าวภายหลังเป็นประธานในพิธีปล่อยแถวระดมพลปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกจัดการจราจรและลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 ว่า มีความพร้อม 99% ในการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกประชาชน โดยล่าสุดทราบว่ามีประชาชนทยอยเดินทางออกต่างจังหวัดแล้ว 
    ที่สถานีขนส่งหมอชิต นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, นายแพทย์แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ, ตำรวจจราจร และบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) นำศิลปินค่ายอาร์สยาม เครือ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) มาร่วมกันเดินรณรงค์ลดอุบัติเหตุในเทศกาลปีใหม่ โดยแจกสติกเกอร์เมาไม่ขับให้กับพนักงานขับรถทัวร์ ประชาชนที่ใช้รถบริการของขนส่งหมอชิต รวมถึงเยี่ยมชมการใช้เครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ของผู้ขับรถโดยสาร เพื่อเข้มงวดมาตรการเมาไม่ขับ
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนเริ่มเดินทางออกต่างจังหวัดทำให้ถนนหลายเส้นทางเริ่มติดขัด โดยถนนมิตรภาพ ช่วงตั้งแต่บริเวณจุดชมวิวอ่างเก็บน้ำลำตะคอง ถึงบริเวณหน้าเรือนจำคลองไผ่ ต.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นจุดก่อสร้างถนนมอเตอร์เวย์ ได้มีรถยนต์สะสมเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดการจราจรติดขัดยาวกว่า 10 กิโลเมตร ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมาได้เปิดช่องทางการจราจรพิเศษให้รถสวนทางได้ 1 เลน เพื่อเร่งระบายรถยนต์ให้สามารถเคลื่อนตัวได้ต่อเนื่อง
    ขณะที่สภาพการจราจรบนถนนสายเอเชีย ตั้งแต่เขตรอยต่อ อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา ถึงเขต อ.เมืองฯ จ.อ่างทอง ประชาชนเริ่มทยอยเดินทางสู่ภาคเหนือ เพื่อกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวฉลองเทศกาลปีใหม่ โดยพบว่ามีรถยนต์เริ่มเพิ่มปริมาณบนผิวทางการจราจร ซึ่งใช้ความเร็วโดยเฉลี่ยประมาณ 80-90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีปริมาณรถสะสมบริเวณทางแยกเข้าจังหวัดอ่างทอง แต่ยังสามารถเดินรถได้คล่องตัว  
    ที่ จ.ขอนแก่น เมื่อเวลา 05.00 น. ร.ต.อ.ปรีดา ใสเลิศ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ท่าพระ จ.ขอนแก่น ได้รับแจ้งรับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่าเกิดอุบัติเหตุรถเก๋งชนท้ายรถบรรทุกอ้อย เหตุเกิดบนถนนสายท่าพระ-โกสุมพิสัย ช่วงหน้าบริเวณหน้าศูนย์วิจัยเกษตรขอนแก่น ต.ท่าพระ อ.เมืองฯ มุ่งหน้าเข้าเขต อ.เมืองฯ ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งสีขาวยี่ห้อโตโยต้า อัลติส สีขาว หมายเลขทะเบียน กอ-7184 ขอนแก่น ชนติดอยู่กับท้ายรถบรรทุกอ้อย หมายเลขทะเบียน 70-2117 มหาสารคาม โดยมีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บสาหัส 1 ราย
    ที่ จ.สุรินทร์ เวลา 06.00 น. ได้รับแจ้งจาก ร.ต.ท.ณัฐวุฒิ สุมมาตย์ รอง สว.สอบสวน สภ.ปราสาท เกิดเหตุรถชนกัน 13 คัน บริเวณหน้าตลาดสดเทศบาลตำบลกังแอน อ.ปราสาท ทางหลวงสาย 214 สุรินทร์-ปราสาท เบื้องต้นไม่พบผู้บาดเจ็บ ทั้งนี้ ร.ต.ท.ณัฐวุฒิ เปิดเผยว่า สิบเอกวันพจน์ ชีโพธิ์ อายุ 24 ปี ผู้ขับรถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน ขน 2694 นครราชสีมา พร้อมเพื่อน 2 คน คือ สิบโทกฤษชยศ และสิบเอกประกาศิต เป็นทหาร ได้เดินทางกลับจากในตัวเมืองสุรินทร์ เพื่อกลับไปปฏิบัติหน้าที่ชายแดน อ.พนมดงรัก เมื่อเดินทางมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ สิบเอกวันพจน์เกิดหลับใน ทำให้รถยนต์เสียหลักไปชนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่บริเวณตลาด รวมถึงรถที่ขับตามหลังมาชนท้ายกันได้รับความเสียหายรวม 13 คัน.


"พลเอกประยุทธ์" นี่.....ชะตาเข้าเกณฑ์ "พระรามเดินดง" จริงๆ!กว่าจะลุยป่าได้นั่ง "เก้าอี้นายกฯ" เรียกว่าบักโกรกเลือดโชกแสนสาหัส     ครั้นขึ้นนั่ง.......

"ขายชาติ" ปรากฏว่า "ขาดทุน"
'ช่วยกันมองประเทศสักครั้ง'
เรื่อง 'แค้นกับค้าน' ในสภา
ล้างมรดก คสช.=ดับอนาคตใหม่
จับ 'อุตตม' เป็นตัวประกัน?
ทำไม 'ธนาธร' เดินสายต่างประเทศ?