เงินเฟ้อ ธ.ค.เพิ่ม 0.36% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 18


เพิ่มเพื่อน    


“พาณิชย์”เผยเงินเฟ้อธ.ค. เพิ่ม 0.36% เป็นบวกต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 18 ติดต่อกัน ส่วนปี 61 ทั้งปี เงินเฟ้อเพิ่ม 1.07% เป็นไปตามกรอบ แต่สูงสุดในรอบ 4 ปี ตั้งเป้าปี 62 โต 1.2% ภายใต้กรอบ 0.7-1.7%


02 ม.ค. 62 น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ (เงินเฟ้อ) เดือนธ.ค.2561 เท่ากับ 101.73 ลดลง 0.65% เมื่อเทียบกับเดือนพ.ย.2561 ที่ผ่านมา แต่เพิ่มขึ้น 0.36% เมื่อเทียบกับเดือนธ.ค.2560 ซึ่งเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 18 ติดต่อกัน ส่วนเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปี 2561 เพิ่มขึ้น 1.07% อยู่ในกรอบที่ประเมินไว้ที่ 0.8-1.6% โดยเป็นเงินเฟ้อที่สูงที่สุดในรอบ 4 ปี นับจากปี 2557 ที่เงินเฟ้ออยู่ที่ 1.89% ปี 2558 ติดลบ 0.9% ปี 2559 เพิ่ม 0.19% และปี 2560 เพิ่ม 0.66%

สำหรับเงินเฟ้อทั้งปี 2561 ที่สูงขึ้น 1.07% มีปัจจัยหลักมาจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น แม้จะเริ่มปรับลดลงในช่วงปลายปี แต่ก็ส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าและบริการต่อเนื่องกับราคาน้ำมัน ส่วนราคาสินค้าเกษตร ที่ผลผลิตผันผวนตามฤดูกาล ส่งผลกระทบทั้งทางบวกและลบต่อเงินเฟ้อ ขณะที่ความต้องการในประเทศที่เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับอัตราค่าจ้างและรายได้จากภาษีมูลค่าเพิ่ม การกระตุ้นการใช้จ่ายและมาตรการต่างๆ ของภาครัฐ บวกกับการลงทุนและการส่งออกที่ดีขึ้น ได้ช่วยเพิ่มกำลังซื้อในประเทศ

อย่างไรก็ตามแนวโน้มเงินเฟ้อปี 2562 สนค. คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 1.2% ภายใต้กรอบ 0.7-1.7% ภายใต้สมมติฐานจากอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ 3.5-4.5% น้ำมันดิบดูไบ 70-80 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และอัตราแลกเปลี่ยน 32.5-33.5 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยเงินเฟ้อไตรมาสแรก น่าจะอยู่ที่ 0.86% ไตรมาส 2 อยู่ที่ 0.98% ไตรมาส 3 อยู่ที่ 1.27% และไตรมาส 4 อยู่ที่ 1.81%

ทั้งนี้ เงินเฟ้อปี 2562 มีปัจจัยที่ต้องจับตา คือ ราคาพลังงานที่ยังคงผันผวน ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้มีการปรับขึ้นค่าโดยสารในประเทศ การลงทุนมีทิศทางดีขึ้น ส่งผลต่อรายได้ประชาชนเพิ่มขึ้น ราคาสินค้าเกษตรดีขึ้น ทั้งข้าวและมันสำปะหลัง ส่วนปาล์มน้ำมันและมะพร้าว มีสัญญาณดีจากมาตรการแก้ไขปัญหา ทำให้รายได้เกษตรกรสูงขึ้น สินค้าอุตสาหกรรม มีแนวโน้มปรับขึ้นไม่มาก การส่งออกยังคงดีขึ้น เป็นปัจจัยบวกต่อกำลังซื้อ และค่าเงินบาท ที่มีผลต่อต้นทุนสินค้านำเข้า และการส่งออก


เอาละครับ..... นับจากวันนี้ (๘ ส.ค.๖๓) เป็นต้นไป ถึงสิ้นปี และมีความเป็นไปได้ ที่จะติดพันไปถึงต้นปีหน้า

"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ
'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'