'บิ๊กตู่'สั่งทบทวนตั้ง52หน่วยงานใหม่ตามแผนปฏิรูป


   

3 ม.ค.62 - นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ(ก.พ.ร.) กล่าวถึงกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เมื่อวานนี้(2 ม.ค.) มีมติรับทราบทบทวนข้อเสนอให้จัดตั้งหน่วยงานใหม่ 52 หน่วยงานตามแผนปฏิรูปประเทศ ตามที่สำนักงาน ก.พ.ร. เสนอ ว่า เราได้ให้ข้อเสนอในที่ประชุมครม.ว่าการตั้งหน่วยงาน 52 หน่วยงาน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหน่วยงานองค์การมหาชนและส่วนราชการ รวมถึงกรมใหม่ เป็นจำนวนที่เยอะ และยังไม่ได้มีการวิเคราะห์ในรายละเอียด ว่าเหมาะสมและจำเป็นจะต้องตั้งมากมายขนาดนั้นหรือไม่ หรือที่มีอยู่มันพอแล้ว หรือเกินพอแล้วหรือไม่ ควรจะยกเลิกเสียด้วยซ้ำไป โดยเราได้ไปดูแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งมุ่งให้ภาคราชการมีขนาดเล็กลง ทำงานแบบคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงใช้เทคโนโลยีให้บริการประชาชนมากขึ้น ฉะนั้น จึงไม่จำเป็นต้องมีหน่วยงานใหญ่ๆ เพราะการตั้งหน่วยงานจำนวนมากขนาดนี้มีตรรกะขัดกันกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ เราจึงเสนอครม.ไปว่า มันไม่สอดคล้องกันและควรมีการทบทวนให้ดีก่อนตั้งหน่วยงานใหม่ เพราะ ก.พ.ร.เห็นว่ามีภาระกับงบประมาณของรัฐมาก ขณะที่เรื่องประสิทธิภาพ ความคุ้มค่า ไม่มีใครรับประกันว่า การตั้ง 52 หน่วยงานแล้วประเทศไทยจะเจริญรุ่งเรือง และเรายังเสนอไปว่า ถ้าจะตั้งหน่วยงานใหม่ ต้องยุบเลิกหรือยุบรวมหน่วยงานที่มีอยู่เดิม (One – In, X – Out) เพื่อไม่ให้การทำงานซ้ำซ้อน และสิ้นเปลืองงบประมาณไปอีก 20-30 ปี เพราะปัจจุบันหน่วยงานราชการไม่ได้ทำงานเป็นแท่งเหมือนเมื่อก่อน เราทำงานแบบบูรณาการ หากยังทำงานเป็นแท่งก็จะเกิดปัญหา 

นายปกรณ์กล่าวอีกว่า ในที่ประชุมครม. นายกรัฐมนตรีเห็นด้วยกับข้อเสนอและสั่งการให้มีการทบทวน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ และคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ รับกลับไปพิจารณาทบทวนแก้ไข นอกจากนี้ ก.พ.ร. ยังเสนอที่ประชุมครม. ว่าปัจจุบันเป็นยุคดิจิทัล เราจะต้องนำเทคโนโลยีมาช่วยในการทำงานมากขึ้น และลดจำนวนคนให้น้อยลง ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบุคลากรภาครัฐ กระบวนการทำงานจะเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้ง การจะตั้งหน่วยงานใหม่ จะต้องแนบแผนการเปลี่ยนผ่านไปสู่ดิจิทัล(Digital Transformation)มาด้วย เนื่องจากขณะนี้กฎหมายที่เสนอเข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ส่วนใหญ่ จะมีการตั้งหน่วยงาน กรมและองค์การต่างๆ อย่างไรก็ตาม หลังจากปรับแก้แล้ว หน่วยงานที่รับผิดชอบจะนำเข้าครม.เพื่อพิจารณาอีกครั้ง โดยคาดหวังว่าจะเสร็จทันก่อนการเลือกตั้ง ทั้งนี้ ยืนยันว่า ก.พ.ร.ไม่ได้ขัดแย้งหรือทะเลาะกับใคร เราเพียงเสนอตามหลักการว่าควรจะเป็นอย่างนี้.


ขอโทษที............ จู่ๆ ผมหายต๋อม บางท่านอาจตำหนิ ที่ไม่บอกกล่าวอะไรกันเลย ตามประสา "ชราชน" น่ะครับ ปุปปับ พรรคพวกต้องหามเข้าโรงพยาบาล นอนดูน้ำเกลือหยด ติ๊ก..ติ๊ก..อยู่ ๔ คืน

คนของ 'แม้ว-ปู' จะปราบโกง
ไม่แก้ รธน.จะมีใครตาย?
ระวังจะ 'อยู่ ไม่ ได้'!
เราไม่ทิ้งกัน 'วันนี้ ๑ ล้าน' แล้ว
พี่น้องใต้เศร้าเราจะสุขหรือ?
จาก 'บางระจัน' ถึง 'ลำพะยา'