จบ7วันอันตราย ยอดตาย463ศพ ยึดรถครึ่งหมื่น!


เพิ่มเพื่อน    


    สรุป 7 วันอันตราย เกิดอุบัติเหตุรวม 3,791 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 463 ราย ผู้บาดเจ็บ 3,892 คน จังหวัดตายเป็นศูนย์ มี 4 จังหวัด ตาก แพร่ สตูล และสมุทรสงคราม เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด นครศรีธรรมราช 118 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด คือ นครราชสีมา 25 ราย ส่วนตัวเลขจาก คสช. พบการกระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทั้งสิ้น 310,012 ครั้ง ยึดรถเมาขับไป 5,164 คัน 
    นายสุธี มากบุญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่าย ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนน ประจำวันที่ 2 มกราคม 2562 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการรณรงค์ “ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร” เกิดอุบัติเหตุ 369 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 44 ราย ผู้บาดเจ็บ 391 คน 
    สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 30.35 และขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 29.54 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 79.53 รถปิกอัพ 5.70 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 68.56 บนถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 41.46 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 32.25 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01-20.00 น. ร้อยละ 27.64 
    ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,052 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 66,644 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 890,673 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 182,023 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 46,248 ราย ไม่มีใบขับขี่ 41,473 ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา (17 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ นครสวรรค์ (3 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา (18 คน)
    สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 7 วัน (27 ธ.ค.61-2 ม.ค.62) เกิดอุบัติเหตุรวม 3,791 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 463 ราย ผู้บาดเจ็บ 3,892 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 4 จังหวัด ได้แก่ ตาก แพร่ สตูล และสมุทรสงคราม จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช (118 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา (25 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช (137 คน) 
    สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 40.39 ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 28.30 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 79.64 รถปิกอัพ 6.95 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 64.89 บนถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 39.30 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 34.90 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01-20.00 น. ร้อยละ 27.78
เมาขับ-ขับรถเร็ว
    นายสุธี มากบุญ กล่าวต่อไปว่า จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 พบว่า สาเหตุหลักของอุบัติเหตุทางถนนยังคงเกิดจากการดื่มแล้วขับ และขับรถเร็ว รวมถึงผู้ใช้รถจักรยานยนต์เป็นกลุ่มที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 79.64 ซึ่งศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนได้ประสานจังหวัดบูรณาการสร้างความปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี 
    โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งการนายอำเภอบรรจุเรื่องการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนเป็นวาระหนึ่งในการประชุมคณะกรรมการรักษาความมั่นคงและสงบเรียบร้อยอำเภอ พร้อมกำชับให้จังหวัดถอดบทเรียน ตรวจสอบ และวิเคราะห์ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุทางถนน เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุในเชิงลึก รวมทั้งค้นหาปัญหาอุปสรรคและปัจจัยความสำเร็จในการลดอุบัติเหตุทางถนน เพื่อนำไปสู่การกำหนดมาตรการและแนวทางที่เหมาะสมกับสภาพปัญหาอุบัติเหตุทางถนนในแต่ละพื้นที่ พร้อมบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะพฤติกรรมเสี่ยงที่เป็นปัจจัยทำให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรง คือ ขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ และการไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย 
    ทั้งนี้ ศปถ.ขอขอบคุณหน่วยงานทุกภาคส่วน เครือข่ายอาสาสมัคร กลุ่มจิตอาสา และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการอำนวยความสะดวกและสร้างความปลอดภัยแก่ประชาชนในการเดินทาง ด้วยความทุ่มเทและเสียสละ
    นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) กล่าวว่า แม้จะสิ้นสุดการดำเนินงานลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 แล้ว ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน โดยความร่วมมือของกระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังคงมุ่งสร้างความปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่อง โดยจะนำสถิติอุบัติเหตุทางถนนมาวิเคราะห์หาสาเหตุ และถอดบทเรียนการดำเนินงาน 
    พร้อมนำความสำเร็จของจังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตมาเป็นต้นแบบในการวางแนวทางและกำหนดทิศทางการสร้างความปลอดภัยทางถนน รวมถึงมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการปัญหาอุบัติเหตุทางถนน ควบคู่กับการลดปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุทางถนนที่ครอบคลุมทั้งผู้ใช้รถใช้ถนน สภาพรถและเส้นทาง เพื่อนำปัญหาอุปสรรคจากการดำเนินงานมาปรับปรุงพัฒนาแนวทางการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน นอกจากนี้ ให้จังหวัดเร่งประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักและจิตสำนึกด้านความปลอดภัยทางถนนที่ครอบคลุมทุกช่องทางสื่อ เพื่อขับเคลื่อนการลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนให้ได้มากที่สุด และสร้างให้ถนนทุกสายเป็นเส้นทางแห่งความปลอดภัยอย่างยั่งยืน
ยึดรถเมาขับ 5,164 คัน
    พันเอกหญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช. กล่าวว่า จากนโยบายสร้างความปลอดภัยในการสัญจรของคณะรักษาความสงบแห่งชาติและรัฐบาล ด้วยมาตรการลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 “ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ” ตั้งแต่ 27 ธันวาคม 2561-2 มกราคม 2562 โดยกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ตำรวจ ฝ่ายปกครอง รวมทั้งอาสาสมัครป้องกันภัย ได้ร่วมกันจัดตั้งจุดบริการประชาชนและด่านตรวจในเส้นทางต่างๆ รวมถึงสถานีขนส่ง เพื่ออำนวยความสะดวกและเข้มงวดในมาตรการ “ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ”  ซึ่งประชาชนและผู้ใช้เส้นทางสัญจรได้ตอบรับในมาตรการและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี โดยตลอด 7 วันที่ผ่านมามีสถิติ ดังนี้
    กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทั้งสิ้น 310,012 ครั้ง (แยกเป็น รถจักรยานยนต์ 170,168 ครั้ง, รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคล 139,844 ครั้ง) เจ้าหน้าที่เก็บรักษารถที่ฝ่าฝืนมาตรการดื่มไม่ขับไว้ทั้งสิ้น 5,164 คัน (แยกเป็นรถจักรยานยนต์ 3,859 คัน และรถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคล 1,305 คัน)
    ยึดใบอนุญาตขับขี่ไว้ 8,312 คน  (แยกเป็น รถจักรยานยนต์ 4,774 คน และรถยนต์ 3,538 คน) ส่งดำเนินคดี 246,954 คน (แยกเป็น รถจักรยานยนต์ 143,853 คน, รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคล 102,101 คน)
    สำหรับสถิติจากมาตรการ “ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ” ในปีนี้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนำข้อมูลไปพิจารณากำหนดแนวทางป้องกันในทุกมิติ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ใดๆ ที่มีผลต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน อย่างไรก็ตาม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ขอขอบคุณประชาชนที่ปฏิบัติตามกฎหมายและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี ทำให้ไม่ปรากฏเหตุการณ์ที่น่ากังวล ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวมทั้งขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกส่วนที่ทุ่มเท เสียสละ ปฏิบัติงานดูแลประชาชนอย่างเต็มที่.


เชื่ออะไรผมอย่างได้มั้ย? คือผมจะบอกว่า..... เห็นความ "ดิบ-กระแดะ-ด้าน" ของนักเรียน-นักศึกษาใต้ปฏิบัติการล้างสมองของสามสัสแล้ว ไม่ต้องห่วงกันไปหรอกว่า เมื่อพวกนี้โตขึ้น จะเป็นผู้เข้ามากำหนดอนาคตประเทศ

ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?
เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ