แจ้งหยุดบินเลี่ยงพายุ! 'รถไฟ-บขส.'เฝ้าระวัง


   

    สายการบินประกาศแห่ยกเลิกเที่ยวบินหลัง ทย.แจ้งปิดสนามบินนครศรีฯ-สนามบินสุราษฎร์ธานี พร้อมอำนวยความสะดวกผู้โดยสารเต็มที่ สั่งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รถไฟ-บขส.-ทางหลวง พร้อมรับมือเช่นกัน
    นางอัมพวัน วรรณโก อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) เปิดเผยภายหลังได้ติดตามสถานการณ์พายุปาบึก ณ ศูนย์ปฏิบัติการกลาง ณ กรมท่าอากาศยาน โดยได้ติดตามและประเมินสถานการณ์ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับศูนย์ปฏิบัติการส่วนภูมิภาค ประกอบด้วย ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี, ท่าอากาศยานระนอง, ท่าอากาศยานชุมพร, ท่าอากาศยานนราธิวาส, ท่าอากาศยานกระบี่, ท่าอากาศยานตรัง และท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช 
    ทั้งนี้ ได้สรุปสถานการณ์ช่วงเวลา 15.00 น. ของวันศุกร์ที่ 4 ม.ค. ดังนี้ 1.ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี ได้ประเมินสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว พบว่าเส้นทางของพายุและความเร็วลม อาจมีผลกระทบต่อการทำการบินของอากาศยาน จึงได้ออกประกาศนักบิน (NOTAM) ปิดท่าอากาศยาน ตั้งแต่เวลา 16.00 น. ของวันที่ 4 มกราคม, เวลา 12.00 น. ของวันที่ 5 มกราคม 2562 ส่งผลให้มีการยกเลิกเที่ยวบินของสายการบินดังนี้ สายการบินนกแอร์ขาเข้า 2 เที่ยวบิน ขาออก 2 เที่ยวบิน, สายการบินไทยสมายล์ขาเข้า 2 เที่ยวบิน ขาออก 2 เที่ยวบิน, สายการบินไทยไลอ้อนแอร์ ขาเข้า 3 เที่ยวบิน ขาออก 2 เที่ยวบิน, สายการบินไทยแอร์เอเชีย ขาเข้า 4 เที่ยวบิน ขาออก 4 เที่ยวบิน รวมทั้งสิ้น 21 เที่ยวบิน
    โดยสายการบินได้เตรียมความพร้อมสำหรับผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบ ดังนี้ สายการบินไทยแอร์เอเชีย ได้ทำการแจ้งผู้โดยสารผ่านทางอีเมลและ SMS ที่ลงทะเบียนไว้โดยตรง และสามารถรับข้อเสนอทางเลือกช่วยเหลือ ดังต่อไปนี้ เปลี่ยนเที่ยวบินใหม่ 1 ครั้ง ในเส้นทางเดิม ภายใน 30 วันจากกำหนดการเดินทางเดิม ไม่มีค่าใช้จ่าย โดยขึ้นอยู่กับจำนวนที่นั่งว่างในเเต่ละเที่ยวบินเก็บยอดวงเงิน ตามมูลค่าตั๋วโดยสารไว้ในบัญชีสมาชิก BIG Loyalty เพื่อใช้แลกสำหรับเดินทางกับแอร์เอเชีย ภายใน 90 วัน (Credit Account) หลังจากได้รับยอดวงเงินคืนเงินเต็มจำนวน ตามวิธีการชำระเงินเดิมของผู้โดยสาร กรณีเที่ยวบินถูกยกเลิก
    สำหรับผู้โดยสารที่ต้องการเปลี่ยนเป็นเที่ยวบินใหม่ในเส้นทางเดิม ให้ระบุวันและเวลาใหม่ที่ต้องการเดินทาง รวมถึงชื่อ-นามสกุล ของผู้เดินทาง ส่งไปที่ฝ่ายบริการลูกค้าทางทวิตเตอร์ (@AirAsiaSupport) หรือ Facebook (@AirAsiaSupport) หรือ Live Chat  support.airasia.com Customer service โทร. 0-2 515-9999 หรือสถานีสุราษฎร์ธานี โทร 0-7744-1196 
เลิกเที่ยวบิน-คืนตั๋ว
    สายการบินไทยไลอ้อนแอร์ ผู้โดยสารที่มีการเดินทางช่วงวันที่ 3-6 มกราคม 2562 ในเส้นทางภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากพายุปาบึก สายการบินมีแนวทางช่วยเหลือผู้โดยสารดังนี้ ผู้โดยสารสามารถเปลี่ยนแปลงเส้นทางบินไปจังหวัดอื่นในภาคใต้แทนได้, ผู้โดยสารสามารถเปลี่ยนแปลงวันเดินทางได้ภายใน 30 วัน, ผู้โดยสารสามารถติดต่อเพื่อทำการยกเลิกเที่ยวบินและขอคืนเงินได้เต็มจำนวน ติดต่อสายการบินไทยไลอ้อนแอร์ Customer service โทร. 0-2529-9999 สถานีสุราษฎร์ธานี โทร 09-8735-5496 
    สายการบินนกแอร์ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้โดยสาร เนื่องจากสนามบินในจังหวัดทางภาคใต้ปิดทำการ ทางสายการบินจึงเตรียมการสำหรับผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบ ดังนี้
    สำหรับผู้โดยสารเส้นทาง Domestic ไป-กลับ เส้นทางในภาคใต้ ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงเที่ยวบิน สามารถติดต่อผ่านช่องทาง Call Center 1318/ Counter จำหน่ายตั๋วที่สนามบิน/ ติดต่อผ่านทีมขาย สำหรับเที่ยวบินที่เดินทางวันที่ 4 มกราคม 2562 เท่านั้น โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ ทั้งนี้ ตั๋วที่มีการเปลี่ยนแปลง ต้องเดินทางภายใน 30 วัน นับจากวันเดินทางเดิม ติดต่อสายการบินนกแอร์ สถานีสุราษฎร์ธานี โทร. 08-2700-5649-50
    สายการบินไทยสมายล์ ได้มีมาตรการรองรับสำหรับการยกเลิกเที่ยวบินของวันที่ 4 และ 5 มกราคม 2562 - ผู้โดยสารสามารถติดต่อเพื่อขอเปลี่ยนแปลงการเดินทาง หรือขอคืนเงินได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่ศูนย์บริการลูกค้า หรือโทร. 1181 หรือ (+66) 0-2118-8888
    ทั้งนี้ ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ได้ปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 00.01-24.00 น. ของวันที่ 4 มกราคม 2562 และได้ประเมินสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว พบว่าสถานการณ์พายุยังคงมีกำลังแรง อาจมีผลกระทบต่อการทำการบินของอากาศยาน จึงได้ออกประกาศนักบิน (NOTAM) ปิดท่าอากาศยานนครศรีธรรมราชต่อไป จนถึงเวลา 12.00 น. ของวันที่ 5 มกราคม 2562 เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและสารการบิน โดยได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และจะแจ้งความคืบหน้าในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
    ในส่วนของท่าอากาศยานชุมพร ท่าอากาศยานระนอง ท่าอากาศยานกระบี่ ท่าอากาศยานตรัง และท่าอากาศยานนราธิวาส ได้เปิดให้บริการผู้โดยสารได้ตามปกติ มีการติดตามสถานการณ์และรายงานให้ศูนย์ปฏิบัติการกลาง ณ กรมท่าอากาศยาน ทราบเป็นระยะ พร้อมสำรวจและเตรียมความพร้อมในส่วนต่างๆ เพื่อให้สามารถบริการผู้โดยสารได้อย่างเต็มที่
ช่องทางติดต่อสอบถาม
    ทั้งนี้ กรมท่าอากาศยานจะได้ติดตามและรายงานความคืบหน้าของสถานการณ์พายุปาบึกอย่างต่อเนื่อง โดยได้ประสานกับทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมมือในการอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร สำหรับผู้โดยสารสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน หมายเลขโทรศัพท์พิเศษของศูนย์ปฏิบัติการกลาง ณ กรมท่าอากาศยาน โทร. 0-2 287-0320-9 ต่อ 2593, 2595, ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช โทร. 0-7545-0545, 09-0278-0065, ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี โทร. 0-7744-1230, ท่าอากาศยานระนอง โทร. 0-7786-2252-3, ท่าอากาศยานชุมพร โทร. 0-7759-1267-9, ท่าอากาศยานกระบี่ โทร. 0-7570-1471, ท่าอากาศยานตรัง โทร. 0-7557-2151, ท่าอากาศยานนราธิวาส โทร. 0-7356-5061-5
    ด้านนายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและการบริหารจัดการในสภาวะฉุกเฉินเนื่องจากพายุโซนร้อนปาบึกได้อย่างทันท่วงที กรมทางหลวงจึงจัดตั้งศูนย์อำนวยการส่วนหน้าและศูนย์ปฏิบัติการในพื้นที่ จังหวัดชุมพร จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดระนอง  
    อย่างไรก็ตาม ได้มอบหมายให้สำนักงานทางหลวงที่ 16 (นครศรีธรรมราช) เป็นศูนย์อำนวยการส่วนหน้า โดยมีผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่ 16 (นครศรีธรรมราช) เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ มีหน้าที่ อำนวยการ สั่งการแก้ไข และบริหารจัดการสถานการณ์ฉุกเฉิน จนกว่าเหตุการณ์ยุติ รวมทั้งให้แขวงทางหลวงในพื้นที่จังหวัดชุมพร, สุราษฎร์ธานี,นครศรีธรรมราช และระนอง เป็นศูนย์ปฏิบัติการ โดยมีผู้อำนวยการแขวงทางหลวงในพื้นที่เป็นผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการ
    ทั้งนี้ ให้เตรียมความพร้อมทั้งอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักร และบุคลากร ในการอำนวยความสะดวกด้านจราจร รวมถึงการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยทุกกรณีตามการร้องขอตลอด 24 ชั่วโมง อาทิ เคลื่อนย้ายยานพาหนะ สิ่งของสัมภาระ การแจกจ่ายน้ำดื่ม เป็นต้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนและพร้อมในการช่วยเหลือหน่วยงานอื่นตามการร้องขอ
    นายอานนท์กล่าวว่า ได้สั่งการให้แขวงทางหลวงในสังกัดสำนักงานทางหลวงที่ 16 (นครศรีธรรมราช),  สำนักงานทางหลวงที่ 17 (กระบี่), สำนักงานทางหลวงที่ 18 (สงขลา), แขวงทางหลวงประจวบคีรีขันธ์, แขวงทางหลวงชุมพร เตรียมความพร้อมโดยจัดทำแผนที่ความเสี่ยงอุทกภัย บริเวณที่เกิดน้ำท่วมบ่อยครั้ง พร้อมจัดทำแผนที่ทางเลี่ยงเส้นทางในกรณีที่เกิดการสัญจรไม่ได้ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนผู้ใช้ทาง ทั้งนี้ เมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงพื้นที่โดยเร็วและปฏิบัติงานตามคู่มือการปฏิบัติงานของกรมทางหลวงกรณีเกิดภัยพิบัติ
    อย่างไรก็ตาม หากประชาชนต้องการสอบถามสภาพเส้นทาง หรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งได้ที่สำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง หมวดทางหลวงในพื้นที่ทั่วประเทศ
รถไฟเตรียมรับมือน้ำท่วมราง
    นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการบริหารทรัพย์สิน รักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การรถไฟแห่งประเทศไทยได้กำหนดมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และเผชิญเหตุรองรับผลกระทบจากพายุโซนร้อนปาบึก ที่กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่พื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยแล้ว 
    อย่างไรก็ตาม ได้มีการประเมินจุดเสี่ยงหากเกิดน้ำท่วมทางจนไม่สามารถเดินรถต่อได้ ดังนี้ กรณีเกิดน้ำท่วมสูงจนไม่สามารถเปิดเดินรถได้ตามปกติในเส้นทางที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากพายุปาบึกในช่วงระหว่างชุมทางเขาขุมทอง-นครศรีธรรมราช การรถไฟฯ จะเดินขบวนรถสายนครศรีธรรมราชถึงแค่สถานีชุมทางทุ่งสง และจะจัดรถยนต์ขนถ่ายผู้โดยสารจนถึงปลายทางสถานีนครศรีธรรมราช
    นายวรวุฒิกล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันยังสั่งการเจ้าหน้าที่ฝ่ายการช่างโยธา และนายสถานีในพื้นที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมกับรายงานสถานการณ์ให้ผู้บังคับบัญชา และศูนย์ปลอดภัยฝ่ายการเดินรถทราบอย่างต่อเนื่องเพื่อประเมินและสั่งการแก้ไขสถานการณ์อย่างเหมาะสมด้วย
    อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่พื้นที่ภาคใต้ของไทยกำลังอยู่ในช่วงมรสุม จึงขอให้ผู้โดยสารที่มีความประสงค์เดินทางในเส้นทางรถไฟสายใต้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยสามารถตรวจสอบหรือสอบถามรายละเอียดก่อนเดินทางได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ 
    นายจิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยว่า ตามที่ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ประกาศยกเลิกทุกเที่ยวบินของวันที่ 4 มกราคม ในส่วนของ บขส.ได้ดำเนินการประสานสถานีเดินรถในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ 
    ทั้งนี้ ได้จัดเตรียมรถโดยสารเพื่อรองรับประชาชน ดังนี้ เส้นทางนครศรีธรรมราช-กรุงเทพฯ จำนวน 16 เที่ยว รองรับผู้โดยสาร 620 คน, เส้นทางสุราษฎร์ธานี-กรุงเทพฯ จำนวน 18 เที่ยว รองรับผู้โดยสาร 720 คน,  เส้นทางกระบี่-กรุงเทพฯ จำนวน 23 เที่ยว รองรับผู้โดยสาร 920 คน, เส้นทางหาดใหญ่-กรุงเทพฯ จำนวน 23 เที่ยว รองรับผู้โดยสาร 780 คน 
    และเส้นทางภูเก็ต-กรุงเทพฯ จำนวน 33 เที่ยว รองรับผู้โดยสาร 1,155 คน ส่วนรถหมวด 3 เส้นทางนครศรีธรรมราช-สุราษฎร์ธานี จำนวน 26 เที่ยว รองรับผู้โดยสาร 450 คน, เส้นทางสุราษฎร์ธานี-ภูเก็ต  จำนวน 26 เที่ยว รองรับผู้โดยสาร 800 คน และเส้นทางกระบี่-สุราษฎร์ธานี จำนวน 12 เที่ยว รองรับผู้โดยสาร 480 คน
    นอกจากนี้ ได้จัดเตรียมรถโดยสารไม่ประจำทาง (รถทะเบียน 30) จำนวน 10 คัน รองรับผู้โดยสาร 450 คน และรถตู้ หมวด 3 จำนวน 10 คัน รองรับผู้โดยสาร จำนวน 130 คน อำนวยความสะดวกผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากการปรับ/ยกเลิกเที่ยวบิน เนื่องจากสถานการณ์ของพายุปาบึกด้วย สอบถามข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1490 เรียก บขส. ตลอด 24 ชั่วโมง.


ผมก็เป็น "นกไซบีเรีย"........... บินหนีหนาวไปซะ ๒-๓ วัน พออุ่นๆ ก็บินกลับรัง แต่พอได้ยิน "นายปิยบุตร" พล่าม ที่อุ่น อุณหภูมิพุ่งปรี๊ด ร้อนจรดส้นเท้าเลย!

ปฐมบทยุบอนาคตใหม่
'เจ้าพ่อ-เจ้าแม่' เฟกนิวส์
งูเห่าหรือจะสู้ผึ้งแตกรัง
เรือดำน้ำกับทีท่ากรรมาธิการฯ
ทหารเกณฑ์ 'เกณฑ์ไปทำไม?'
ความเมืองเรื่อง "กล้วยและไข่"