ประชาธิปัตย์ ในสมรภูมิเลือกตั้ง


เพิ่มเพื่อน    

ปชป.อยากเป็นรัฐบาล

'มาร์ค' หนึ่งเดียว ชิงนายกฯ

      ระหว่างรอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดวันเลือกตั้งออกมาอย่างเป็นทางการ ที่คาดว่าน่าจะมีความชัดเจนในสัปดาห์หน้า หลังมีแนวโน้มว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนมีนาคม  ไม่ใช่ 24 ก.พ.62 อย่างที่หลายฝ่ายคาดการณ์ กระนั้นทุกพรรคการเมืองก็ต้องเตรียมพร้อมสำหรับการส่งคนลงเลือกตั้งทั้งระบบเขตและบัญชีรายชื่อ

ในส่วนของ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พรรคการเมืองใหญ่ที่ถูกมองว่าจะเป็นตัวแปรสำคัญหลังเลือกตั้ง รายชื่อส่วนใหญ่โดยเฉพาะระบบเขตได้ข้อยุติเกือบหมดแล้ว ขณะนี้ก็เหลือการรอเคาะคนลงเลือกตั้งระบบปาร์ตี้ลิสต์ต่อไป 

      จุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรค-คีย์แมนคู่ใจ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยก่อนที่พรรค ปชป.จะมีการเคาะรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.ทั้งหมดอย่างเป็นทางการ รวมถึงการประกาศรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ว่า ปชป.พร้อมตั้งแต่สิงหาคมปี 2561 แต่ก็มาเจอมหกรรมการดูด ทำให้ทุกอย่างสั่นสะเทือนไปหมด และมีปัญหาเรื่องผู้สมัคร ขนาดพรรค ปชป.ไม่ใช่ตัวนำทางภาคอีสาน แต่บางจังหวัด ปชป.ทำงานกันมาสองปีครึ่งอย่างเงียบๆ แต่พอพรรคตั้งใหม่ ทำโพลและพบว่าคนของ ปชป.เดิมมีคะแนน ก็ใช้วิธีมาดูดไปเลย บางจังหวัดโดนดูดไปสองรอบจนตัวสำรองก็ไม่เหลือ ก็ทำให้การเตรียมตัวที่เหมือนว่าพร้อมก็ขลุกขลัก รวมถึงปัจจัยอื่นๆ เช่นเรื่องเซตซีโรสมาชิกพรรค ทำให้การทำงานของพรรคยากขึ้น เป็นต้น

เจอปัหาเพียบ หนึ่งตระกูลหลายพรรค

      อย่างไรก็ตาม ก่อนที่พรรคจะได้ข้อยุติเรื่องการส่งคนลงเลือกตั้ง ก็พบว่าหลายเขตมีปัญหาไม่ลงตัวโดยเฉพาะปัญหา หนึ่งตระกูลลงหลายพรรค ซึ่ง เลขาฯ ปชป. เล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้พรรคก็ต้องการความชัดเจนจากผู้สมัคร เช่นตัวผู้สมัคร ส.ส.เขตจะลงประชาธิปัตย์ แต่พรรคตั้งใหม่ไปดูดเอาญาติของผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคไปลงในนามพรรคดังกล่าว พรรคก็ขอความชัดเจนว่าสรุปแล้วจะเอาอย่างไรกันแน่ เพราะอย่างนามสกุลผู้สมัครบางคนขายได้ในบางจังหวัด ก็นำสิ่งนั้นไปเป็นตัวล่อ ได้สัก 1-2 หมื่นคะแนนก็ยังดี แต่พรรคบอกว่าไม่ได้ เพราะระบบเลือกตั้งที่ใช้บัตรใบเดียว ทุกคะแนนไม่ตกน้ำ ทุกคะแนนมีความหมายหมด พรรคก็ให้คนที่มีลักษณะดังกล่าวไปเคลียร์กันภายในครอบครัว เช่นผู้สมัครลงพรรค ปชป. แต่พี่ชายถูกดูดไปลงอีกพรรคหนึ่งในจังหวัดเดียวกัน มาแข่งกับพรรค ปชป. หรือผู้สมัครของพรรครอบนี้จะให้หลานลง แต่ญาติที่เป็นพี่ภรรยาของรองหัวหน้าพรรคไปลงอีกพรรคหนึ่งในเขตเดียวกัน แบบนี้ชาวบ้านก็สับสนกันไปหมด พรรค ปชป.ก็ให้ไปเคลียร์กันภายในตระกูลจะเอาอย่างไร  หากเคลียร์ไม่ได้ตัวเขาก็ต้องแสดงความชัดเจน จะหยุดพักการเมือง จะให้ญาติลงหรือตัวเขาจะลงประชาธิปัตย์เอง หรือบางกรณีพ่ออยู่พรรคหนึ่ง แต่ลูกอยู่อีกพรรคหนึ่ง อย่างกรณีลูกชายอัศวิน คงศิริ อยู่ปชป. แต่ลูกไปอยู่พลังประชารัฐ แล้วจะทำอย่างไร เขาก็ต้องไปคุยของเขา

จุติ บอกว่าลักษณะดังกล่าวทางพรรค ปชป.เคยมีประสบการณ์แบบนี้มาแล้ว คือที่จังหวัดตาก นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ อดีต ส.ส.ตาก พรรค ปชป.ที่ลูกชายคนเล็กลง ปชป. ตัวคุณเทอดพงษ์อยู่บัญชีรายชื่อพรรค ปชป. แต่ลูกชายคนโตไปลงเพื่อไทย ตอนนั้นนายเทอดพงษ์เจ็บปวดมาก ต้องทำจดหมาย ถึงประชาชน 4-5 หมื่นฉบับ ทำสองรอบว่าผมอยู่ ปชป.ต้องเลือก ปชป. ไม่ใช่เกี่ยวกับลูกชายผม นี่คือความเจ็บปวดของคนเป็นพ่อ แต่ต้องรักษาอุดมการณ์ของพรรค ก็เป็นตัวอย่างที่มีให้เห็น

...ดังนั้นทุกคนในพรรคสามารถทำให้เท่าเทียมกันได้ไหม ไม่ว่าใครก็มีปัญหาอย่างเช่นที่ชุมพร หรือที่นครศรีธรรมราชก็มีปัญหา น้องชินวรณ์ บุณยเกียรติ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช จะไปลงพลังประชารัฐ  ก็มีแบบนี้อีกหลายจังหวัดต้องไปเคลียร์

ปชป.เราชัดเจน คือเราไม่ทำแบบป๋าเหนาะ (เสนาะ เทียนทอง) แกมีทุกพรรค แบบนี้ไม่ได้  แต่ความยากคือคุณไม่สามารถไปตัดสิทธิ์ใครเขาได้แม้แต่ญาติพี่น้อง เขามีสิทธิ์ตาม รธน. แต่คนในตระกูลต้องไปคุยกันเองจะเอาอย่างไร

...ส่วนการส่งคนลงปาร์ตี้ลิสต์ ตอนนี้มีเกินก็ต้องคัดให้ดี เพราะรอบนี้ ปชป.ทำไม่เหมือนเดิม โดยครั้งนี้อันดับ 75-150 เราเก็บไว้สำหรับคนที่จะทำงานการเมืองให้พรรครุ่นต่อไป เราฝึกงานการเมืองให้เขานับแต่ตอนนี้

ซึ่งหลักเกณฑ์การทำบัญชีก็พิจารณาตามคุณสมบัติ โดยหลักเกณฑ์มีการทำให้เป็นวิทยาศาสตร์และมีความเป็นธรรม โดยมาตรฐานการพิจารณาจะใช้หลักเดียวกันทุกคน ที่จะมีการทำตารางการให้คะแนนและใช้มาตรฐานเดียวกันทุกคน 

เลขาธิการพรรค ปชป. นำกระดาษสีขาวที่เป็นหลักเกณฑ์การประเมินคนลงปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคปชป.มาอธิบายประกอบ ซึ่งในตารางดังกล่าวจะมีการเขียนชื่อแล้วมีช่องกาให้คะแนนทีละช่อง

...เช่นอดีต ส.ส., อดีต รมต.ได้หนึ่งคะแนน ผู้มีชื่อเสียงในท้องถิ่น ในวงกว้างจนถึงระดับชาติ-ความสามารถในการทำงานสภา-ความสามารถด้านวิชาการ ความสามารถด้านพืนที่ เช่น หาเสียงเก่ง  ปราศรัยเก่ง-ความสามารถด้านการระดมทุน-เป็นคนที่มีเครือข่าย เช่น เครือข่ายปราชญ์ชาวบ้าน เครือข่ายเอ็นจีโอ-มีความทุ่มเททำงานให้กับพรรค ไม่ใช่ว่าหนึ่งปีมาช่วยวันเดียวแล้วบอกว่าช่วย แต่เราดูเลยว่าเช่นปี 2558-2559 ถ้ามาช่วยตลอดก็เอาไปเลยหนึ่งคะแนน แต่หากปี 2560-2561 หายไปเลยไม่มาเลยก็ไม่ได้ รวมถึงหลักเกณฑ์ที่เป็นเรื่องของการเยียวยา เช่นเขตเลือกตั้งที่เขาเคยเป็น ส.ส.อยู่ แต่การแบ่งเขตเลือกตั้งรอบนี้เขตดังกล่าวหายไป ที่ไม่ใช่ความผิดเขา พื้นที่เขาหายไปหรือกระจายไปโดยเขาไม่ได้ทำอะไรผิด ยังเก่งยังมีความสามารถเป็น ส.ส.ได้ พรรคก็ต้องมีพื้นที่ให้เขายืนได้เป็น ส.ส.ทำงานเหมือนเดิม

      เลขาธิการพรรค ปชป. ย้ำว่าเรื่องการเรียงลำดับรายชื่อของคนในบัญชีปาร์ตี้ลิสต์ของพรรค ปชป. มีเรื่องความอาวุโสประกอบด้วย แต่ขณะเดียวกันก็มีช่องสำหรับ Fast Track คือพวกดาวรุ่งที่มีความสามารถเป็นที่ประจักษ์ คือถ้าเป็นฝ่ายค้านก็ทำงานได้เข้มแข็ง ถ้าเป็นรัฐบาลก็ทำงานได้ดี แต่เราไม่ได้เน้นว่ามาทำงานให้รัฐบาล เพราะเราเชื่อว่าชวนคนมาเป็น รมต.ง่ายกว่าชวนคนเป็นฝ่ายค้าน (หัวเราะ)

แต่ก็จะบอกเลยว่าพรรค ปชป.อยากเป็นรัฐบาล แต่ก็พร้อมจะเป็นฝ่ายค้านที่เข้มแข็ง การจัดทีมของพรรค ปชป. ทั้งฝ่ายค้านที่เข้มแข็งและทีมรัฐมนตรีที่มีวิสัยทัศน์ มีความสามารถ สำคัญไม่แพ้กัน

      อย่างไรก็ตาม เลขาธิการพรรค ปชป. ออกตัวว่าไม่สามารถบอกได้ว่า ปชป.จะได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ประมาณกี่คน เพราะวันนี้ไม่มีใครตอบได้เลย แม้แต่กระทั่งคนทำโพล เพราะระบบเลือกตั้งจากสองบัตร เหลือบัตรใบเดียว จึงไม่มีใครรู้ได้ว่าประชาชนจะให้ความสำคัญกับตัวผู้สมัครหรือพรรคมากกว่ากัน เป็นเรื่องที่อยู่ในใจประชาชน ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งหลายสิบล้านคนจึงไม่รู้ได้เลยว่าผลจะออกมาอย่างไร รวมถึงแม้แต่นโยบายพรรคที่ไม่รู้ว่าจะจ๊าบไหม ประชาชนอาจชอบตัวบุคคลแต่ไม่ชอบนโยบายพรรค แบบนี้เราก็ไม่รู้เพราะเขาลงได้บัตรใบเดียว

เรื่องพวกนี้คือตัวแปรใหญ่ที่ผมคิดว่าจะหน้าหงายกันทุกคนไม่ว่าใคร นี่คือตัวโจ๊กเกอร์ของประชาชนที่ใช้เขกกบาลนักการเมือง หรือพรรคการเมืองว่าเขาคิดอย่างไร

เช่นเดียวกับเป้าหมายจำนวน ส.ส.เขต จุติ-แม่ทัพใหญ่ของพรรคสีฟ้า ปชป. ก็ออกตัวไม่ขอตอบว่า ปชป.จะได้ ส.ส.กี่เขตกี่คน แต่ก็บอกไว้ว่าก่อนอดีต ส.ส.ของพรรคจะถูกดูดเมื่อประมาณปลายเดือน ต.ค.-พ.ย.61 รองหัวหน้าพรรค ปชป. 4 คนกับผมนั่งกินข้าวต้มกัน ตอนนั้นนับได้ 109 เขตเลือกตั้ง  หลังจากนั้นไม่นานสรุปว่า ปชป.คนของพรรคที่เป็นตัวจริงโดนดูดไป 21 คน ก็เอา 109 ลบ 21 ก็เหลือ 89 อันนี้คือตัวเลขฐานเริ่มต้น แต่พรรคก็มีคนใหม่ที่มีความสามารถเข้ามาเสริม แต่ 109 ที่เคยวางไว้ อันนี้ไม่นับบัญชีรายชื่อ

-แต่ก็มีเสียงปรามาสจากหลายพรรคว่า ปชป.รอบนี้จะได้ ส.ส.ต่ำร้อย?

ก็ขอบคุณมากที่คิดแบบนั้น ผมไม่เคยท้อ เพราะคิดแบบนั้นยิ่งทำให้พวกผมทำงานหนักขึ้น ผมไม่อยากบอกว่าเขาปรามาส แต่มองว่าเป็นการเตือนสติพวกผมว่า เออ..มึงแย่นะ ดังนั้นเราก็ต้องทำงานให้หนักขึ้น ดีกว่าบอก เออ...เจ๋งๆ แล้วไม่ฝึกซ้อม ไม่ขยันเลย ก็ตกหมดเลย แต่บอกเราแบบนี้เราก็โอเค  ทำให้เรารู้แล้วว่าเรามีงานที่ต้องทำ แล้วเลือกตั้งรู้กัน 

      เลขาธิการพรรค ปชป. ยังกล่าวถึงภาพรวมศึกเลือกตั้งที่จะมีขึ้น เช่นที่ภาคอีสาน โดยบอกว่า ยี่ห้อพรรคเพื่อไทยยังขายได้ และต้องยอมรับว่าเรื่องที่เขาทำมาอย่าง 30 บาทรักษาทุกโรคและจำนำข้าวยังขายได้ในบางจุดแต่วันนี้ ชื่อสินค้าเขาก็มีแปดเปื้อนไปบ้าง จากความล้มเหลวทุจริตจำนำข้าว แต่ก็ยังเข้มแข็งกว่าทุกพรรค สำหรับ ปชป.ยังต้องใช้เวลาอยู่ในภาคอีสาน ส่วนความคาดหวังในจำนวนส.ส.เขตในภาคอีสาน เราก็ต้องอยู่กับความจริง ที่เราจะสามารถเพิ่มจำนวน ส.ส.เขตได้ ก็ตั้งเป้าเพิ่มไว้อีกสองเท่าตัวจากรอบที่แล้วพรรคได้ ส.ส.เขต 4 คน จริงๆ แล้วพรรค ปชป.มีโอกาสในเขตหนึ่ง (อำเภอเมือง) ของทุกจังหวัดในภาคอีสานที่ก็คือ 20 เขต ซึ่งเมื่อย้อนไปดูผลการเลือกตั้งเมื่อปี 2550 และปี  2554 คะแนนที่ ปชป.ในระบบบัญชีรายชื่อ เท่ากับเปอร์เซ็นต์ของคนใช้อินเทอร์เน็ต เมื่อก่อนประชาชนในภาคอีสานใช้อินเทอร์เน็ตประมาณ 22 เปอร์เซ็นต์ แต่วันนี้ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 70 กว่าเปอร์เซ็นต์ เราก็หวังในเรื่องการรับรู้ของประชาชน แต่มันก็จะมีเรื่องของอิทธิพลท้องถิ่นและความพร้อมด้านการเงิน

ผมบอกได้เลยว่าเรื่องความพร้อมทางการเงิน พรรคพลังประชารัฐเป็นต่อพรรค ปชป. 10-20 เท่าตัว ส่วนภูมิใจไทยก็ประมาณ 6-7 เท่าตัว ส่วนพื้นที่ภาคเหนือ ปชป.ก็คาดหวังจะทำได้ดีขึ้นกว่าเดิม ขณะที่ภาคใต้ที่ผ่านมาก็ถูกดูดออกไป อย่างพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เหลือตัวจริงแค่สองคน

...คือที่ผ่านมา โดยเฉลี่ยแล้วเกือบทุกภาคจะเป็นการแข่งกันระหว่าง ปชป.กับเพื่อไทย แต่ก็มีบางพื้นที่เช่นสุพรรณบุรี ที่พรรคชาติไทยพัฒนาขึ้นมาแจม หรือที่บุรีรัมย์ที่มีภูมิใจไทย แต่วันนี้ต้องแยกส่วน  คือพรรคที่มาแรงในสื่อที่ไม่มีใครสู้พลังประชารัฐได้เลย กับพรรคที่มาแรงในพื้นที่แตกต่างกัน ซึ่งหากพลังประชารัฐไม่มีบัตรคนจน เจาะพื้นที่ไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ปชป.ก็สู้ทุกเขต 

จุติ ที่อยู่ในแวดวงการเมืองมานานหลายสิบปียังกล่าวถึงระบบเลือกตั้งแบบบัตรเลือกตั้งใบเดียวว่า  เป็นระบบที่มีผลมหาศาล บัตรใบเดียวเป็นตัวแปรทั้งภูมิภาคและมหภาคที่เป็นภาพรวม ก็เชื่อว่าวันนี้ไม่มีแล้วที่เสื้อตัวเดียวแล้วตัดให้คนใส่ได้ทุกไซส์ ต้องเป็นเรื่องของการลงในเซกเมนต์ที่สำคัญ คือกลุ่มผู้ลงคะแนนเลือกตั้ง ไม่มีแล้วประเภทว่าชาวนา 35 ล้านคน กรรมกร 2 ล้านคน ไม่มีแล้ว ต้องย่อยยิบเลย  ไม่ต่างจากการขายสินค้าที่มีลูกค้าเป็นร้อยเซกเมนต์ ร้อยกลุ่ม ร้อยแบบ ถ้าใครสามารถไปดึงเอาความรู้เกี่ยวกับคนพวกนี้มาได้จะได้เปรียบ ซึ่งขณะนี้พรรคที่ได้เปรียบมากสุดคือพรรคพลังประชารัฐ เพราะมี big data อยู่พรรคเดียว

ขณะเดียวกันรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ที่แต่ละพรรคการเมืองจะประกาศตอนเลือกตั้ง ก็มองว่าจะมีผลต่อการตัดสินใจของประชาชนตอนออกเสียง

สำหรับผมที่เป็นเลขาธิการพรรค ถ้าที่ประชุมพรรคถาม ผมจะเสนอเลยว่าขอให้เสนอรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ปชป.แค่คนเดียวคือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ไม่ต้องมีสำรองเลขาธิการพรรค ปชป.ระบุ

พร้อมกับอธิบายให้เหตุผลประกอบว่า "เพราะมั่นใจในความสามารถของหัวหน้าพรรค มั่นใจในศักยภาพทีมงานของพรรค ปชป. อย่างไรก็ตามก็ต้องรอมติพรรคเรื่องนี้ ก็เหมือนกับหากมีการผ่าตัดสมอง จะเอาแพทย์ที่มีประสบการณ์มากว่า 10-20 ปี หรือจะเอาแพทย์จบใหม่มาแค่ 7  วัน จะเอาใคร เพราะคุณต้องเป็นคนเสี่ยงเอง

 ถามถึงกรณีกลุ่มอดีต ส.ส.ภาคใต้ของพรรคต้องการให้นายชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ มีชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ เบอร์สองรองจากอภิสิทธิ์ จุติ-เลขาธิการพรรค ปชป. มองเรื่องนี้ว่าเท่าที่ได้สดับตรับฟัง อันนี้ผมเชื่อเองว่าท่านชวนไม่ได้ประสงค์อย่างนั้น แล้วผมคิดว่าไม่เหมาะ อันนี้ความเห็นผมเอง ที่มองว่าไม่เหมาะที่จะให้ท่านชวนเป็นเบอร์สอง เพราะท่านเป็นนายกฯ มาแล้วสองสมัย ถือเป็นพหูสูตเป็นปราชญ์ทางการเมืองแล้ว แต่ในโครงสร้างของพรรคหัวหน้าพรรคต้องเป็นเบอร์หนึ่ง แล้วผมก็เชื่อว่าท่านชวนได้คัดสรร ปั้นปรุงแต่งคุณอภิสิทธิ์จนมาขนาดนี้แล้ว ท่านก็คงภูมิใจอยากให้อภิสิทธิ์เป็นเบอร์หนึ่ง ผมเชื่ออย่างนั้น แต่ภาคใต้อาจคิดว่าถ้ามีท่านชวนจะหาเสียงง่าย เพื่อคุณชวนจะได้มีเวลาไปภาคใต้เยอะ แล้วคุณอภิสิทธิ์ต้องไปทั้งประเทศ ที่หากมีท่านชวนก็จะสะดวกสำหรับผู้สมัคร ส.ส.ภาคใต้ แต่ถ้ามองในภาพรวมแล้วผมมองแบบนี้ แต่ว่าสองคนยลตามช่องที่สุดท้ายพรรคก็ต้องมาคุยกัน

6 ปัจจัยชี้ขาด แพ้-ชนะเลือกตั้ง

สำหรับพรรค ปชป.ที่ผ่านมา มีการแถลงนโยบายพรรคอย่างเป็นทางการมาแล้วสามเรื่องคือ นโยบายด้านการศึกษา, ด้านเศรษฐกิจ และการปราบปรามยาเสพติด ซึ่งเรื่องนโยบายพรรคจะมีผลต่อการตัดสินใจของประชาชนตอนกาบัตรเลือกตั้งหรือไม่ เลขาธิการพรรค ปชป. วิเคราะห์ว่า เรื่องการจะได้เป็น ส.ส.หรือไม่มีด้วยกัน 6 ปัจจัย ลำดับแรกอยู่ที่คุณสมบัติของผู้สมัคร ถึงได้มีความพยายามจากพรรคการเมืองอื่นในการดึงอดีต ส.ส.ไปอยู่ด้วยเพราะมีคุณสมบัติครบถ้วน เพราะได้พิสูจน์มาแล้วว่าผ่านสงครามมาแล้ว รบอีกก็คงแขนขาไม่ขาด ก็สุดยอดแล้ว เลยใช้วิธีดึงไปก่อน เห็นได้จากภาคตะวันออกที่อดีต ส.ส.ปชป.ถูกดึงไปเกือบหมด 2.คือเรื่องชื่อเสียง ความน่าเชื่อถือของพรรค อันนี้ก็สำคัญเพราะว่าไปเป็นใหญ่เก่งในพรรคเล็กแล้วถามว่าทำอะไรได้ ไปเป็นรัฐบาลทำอะไรได้ องคาพยพมีไหม 3.คือนโยบายพรรคที่สำคัญไม่แพ้ชื่อเสียงพรรค บางเขตเลือกตั้งนโยบายพรรคอาจจะนำ แต่บางเขตตัวพรรคอาจเป็นตัวนำ เพราะวันนี้ประชาชนเขาพัฒนามาเยอะแล้ว เขาก็ต้องมองว่าคุณจะเข้าไปทำอะไรให้กับผม หลังจากมอบอำนาจให้ไปใช้แล้ว เรื่องนี้สำคัญมาก

      ...ปัจจัยที่ 4 ก็คือเรื่องเงิน เพราะถ้าไม่มีน้ำมันเติม ล้อรถก็ไม่หมุน จะขี่จักรยานไปหาทุกคนก็ไม่ไหว ทุกคนที่มาช่วยหาเสียงให้ก็มีอาชีพของเขา 5.ถึงมีเงินแต่การบริหารจัดการไม่ดี เงินก็ไม่มีความหมาย ให้จนสำลักก็นำเงินไปโปรย ก็ไม่มีประโยชน์ 6.อำนาจรัฐ คือผมเชื่อนายกฯ พลประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นกลางและเป็นกลางจริงๆ แต่มีอีแอบที่ไปแอบอ้างชื่อรัฐบาล แอบขี้ตู่นโยบายรัฐบาลเอาไปว่าให้ทำอะไรต่างๆ แล้วพวกผมจะได้ แล้วก็มีพวกข้าราชการที่อยู่ต่างจังหวัดมานาน ไม่เห็นแสงสีเสียง พอถูกนักการเมืองบอกว่าช่วยแล้วจะทำให้ได้เป็นผู้กำกับการสถานีตำรวจ หรือเป็นผู้ว่าฯ เป็นปลัดจังหวัด  ก็ยังมีบางแห่ง กล้าลงทุนเรื่องพวกนี้

        เลขาธิการพรรค ปชป. กล่าวว่าในการหาเสียงที่จะมีขึ้นจุดแข็งที่พรรค ปชป.จะชูก็คือ การเป็นพรรคของประชาชน เราไม่ได้บอกว่าเราเป็นฝ่ายประชาธิปไตย แต่เราเป็นพรรคของประชาชน แล้วก็บอกได้ นับนิ้วได้ ว่าตั้งแต่รัฐประหารเมื่อ 22 พ.ค.57 ถามว่ามีพรรคการเมืองกี่พรรคที่ทำกิจกรรมการเมืองมาตลอดจนถึงทุกวันนี้ ผมยืนยันได้ว่ามีพรรคเดียวคือ ปชป. พรรคอื่นปิดพรรคหนีหมด แต่จะไปทำงานใต้ดินหรือไม่-ไม่รู้ แต่ ปชป.ไม่ได้ปิดพรรค กฎหมายบอกให้เราทำได้แค่ไหนเราก็ทำแค่นั้น เช่น ไปสาขาพรรค ไปให้ความรู้กับกรรมการสาขาพรรค เราทำอยู่สองปีกว่า แต่วันดีคืนดีมาบอกให้เซตซีโรสมาชิกพรรค ยกเลิกหมด เราแทบเป็นลมเลย ที่ทำมาเป็นศูนย์

เมื่อ ปชป.เป็นพรรคของประชาชน ก็คือเราติดดิน เมื่อเราติดดิน เราจึงรู้ว่าในทุกจังหวัด เราทราบว่าปัญหาของประชาชนคืออะไร อภิสิทธิ์ในช่วงหลังรัฐประหาร 4 ปีกว่า ผมพูดได้เลยว่าช่วงที่ผ่านมา สัปดาห์ละหนึ่งครั้งหรือบางสัปดาห์ก็สองครั้ง แต่เฉลี่ยแล้วทั้งปี เขาได้พบกับตัวแทนสมาคม ผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้ประกอบการ กลุ่มต่างๆ มากกว่า 200 ครั้งในช่วงสี่ปีกว่าที่ผ่านมา รับฟังมาหมด แล้วก็มีการนำไปต่อยอด เช่นสรุปผลการรับฟังแล้วนำนักวิชาการมาร่วมพูดคุย ว่าปัญหาแต่ละเรื่องที่รับฟังมา มีความเป็นไปได้ในการแก้ไขปัญหาอย่างไร พรรคก็มีการทำการบ้านกันมา

...ปชป.จึงเชื่อว่าสิ่งที่เรารับรู้จากประชาชน คือจุดเจ็บปวดของประชาชน เรารับรู้ เมื่อเรารับรู้แล้ว เราก็เชื่อว่าเราสามารถผลิตยา จะเป็นยาพื้นบ้าน หรือยาสามัญก็แล้วแต่ แต่เราเชื่อว่าเราสามารถรักษาได้ถูกจุด ปชป.มีปัญหาของประชาชนที่พรรคสามารถตอบโจทย์ได้ด้วยนโยบายเรา และเราก็เตรียมตัวพร้อม ทำให้พอเข้าสู่การเลือกตั้งเราสามารถบอกได้เลยว่าจะทำอะไรได้บ้าง มีทีมงานพร้อม ลุยได้เลย

-นโยบายอะไรที่จะเด่นสุดในการหาเสียง ที่ทำให้คนเลือก ปชป.?

ไม่มีหรอกครับ ไม่มีเสื้อตัวหนึ่งที่ตัดแล้วใส่ได้ทุกคน ต้องเฉพาะอาชีพ เฉพาะสาขา เฉพาะกลุ่มจริงๆ ต้องบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์ สัจจังเว อมตะ วาจา ที่เป็นคำขวัญของพรรคตั้งแต่ 2489 ก็อยากบอกว่าซื่อสัตย์ทุกคำ ทำให้ทุกคน เพราะเป็นทุกเซกเมนต์

-บางพรรคอย่างเพื่อไทยก็ยังไม่เห็นประกาศนโยบายอะไรออกมา?

ต่างคนก็ต่างเก็บไว้ เราก็ยังไม่ได้ปล่อยทีเด็ดเรา เพราะต่างก็เกรงกันว่าอีกฝ่ายจะเบิ้ลหมด เพราะตอนปี 54 ประชาธิปัตย์เป็นพรรคแรกที่ประกาศขึ้นค่าแรงให้แรงงาน แต่เราให้ขึ้นเป็นสเต็ป เพราะ SME นายจ้างเขารับไม่ไหว หากให้เพิ่มทีเดียวเลยเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ขอให้เพิ่มแบบ 2-3 ปีแล้วค่อยๆ ขึ้น ได้ไหม เราเสนอไปอย่างนั้น แต่ถึงเวลาพรรคเพื่อไทยมาบอก 300 บาทต่อวัน ขึ้นทันที คนก็ไปซื้อกันหมด แล้วสุดท้ายเป็นไง SME เจ๊ง เพราะรายรับเท่าเดิม แต่รายจ่ายเพิ่มขึ้นมาจากเรื่องค่าแรงงาน ของพวกนี้ต้องคิดในวงกว้าง

รอทิ้งไพ่เด็ด ชูแคมเปหาเสียง

-นโยบายที่เป็นไพ่ใบเด็ด ปชป.จะทิ้งออกมาเมื่อใด?

ก็ตอนที่รับสมัคร ส.ส. มีเบอร์กันแล้ว ที่ผมก็เชื่อว่าตอบโจทย์แก้ไขปัญหาความเจ็บปวดของประชาชนได้ ผมเชื่อว่าจะประชาธิปัตย์ เพื่อไทย พลังประชารัฐ ภูมิใจไทย ทุกคนตอบโจทย์ได้หมด แต่โจทย์มีเป็นร้อยข้อ ใครจะตอบได้มากที่สุด แต่ก็ไม่มีใครจะชนะโดนใจทั้งร้อยข้อ เพราะฐานเสียงแต่ละพรรคก็ไม่เหมือนกัน อย่างเพื่อไทยฐานอยู่ที่เกษตรกร อย่างไรก็ตามยืนยันได้ว่านโยบายของพรรค ปชป.จะไม่ทำให้ประเทศต้องเจ๊งทางการเงิน ขอยืนยัน

...เพราะถ้าจะทำ ทำไปแล้วตั้งแต่ปี 2554 มีสื่อต่างชาติมาถามผมว่าอะไรคือปัจจัยที่ทำให้ ปชป.แพ้เลือกตั้งตอนปี 2554 ผมบอกเขาว่าหัวหน้าพรรค ปชป. คุณอภิสิทธิ์ไม่ได้ต้องการเป็นนายกฯ มากพอที่จะไปเกทับพรรคเพื่อไทย เพราะเขารู้ถ้าจะเกทับเขาก็ทำได้ แต่ว่าต้นทุนที่ต้องจ่ายคือเศรษฐกิจเจ๊ง เรารู้อยู่แล้วว่าไม่สามารถจำนำข้าวได้ทุกเมล็ด เป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าบอกว่าแบ่งเป็นเกรด เราเชื่อ แต่มาให้จำนำทุกเมล็ดได้ 15,000 บาท ประเทศเจ๊ง เจ๊งจริงๆ แล้วเรื่องขึ้นค่าจ้างแรงงาน 300 บาทต่อวัน ตอนนั้นเราบอกว่าต้องขึ้นเป็นขั้นตอน แต่ของเขามาบอกว่าปีเดียวให้เลย-เจ๊ง หรือนักศึกษาเริ่มทำงาน  15,000 บาทต่อเดือน เจ๊งไหม-เจ๊ง แล้วยังมีรถยนต์คันแรก บ้านหลังแรก แล้วไปดูหนี้เน่าจากโครงการเหล่านี้ท่วมหัวจนถึงทุกวันนี้

ผมถึงบอกว่าถ้าอภิสิทธิ์จะเอาให้ชนะเลือกตั้งก็ทำได้ เพราะตอนนั้นเขาเป็นนายกฯ อยู่ อำนาจก็มีอยู่ แต่ก็เพราะไม่ประมูลตำแหน่งนายกฯ บนความฉิบหายของประเทศไง ผมถึงบอกว่าหัวหน้าพรรคปชป.ไม่ได้ต้องการเป็นนายกฯ มากพอที่จะเอาเรื่องพวกนี้ไปประมูลว่ากูเหนือกว่ามึง นี่คือปัจจัยซึ่งอภิสิทธิ์เขาสุภาพมาก เขาไม่พูดคำนี้ 

-บางฝ่ายเรียกร้องให้ ปชป.แสดงจุดยืนทางการเมืองให้ชัด เพราะถึงตอนเลือกตั้งการเมืองอาจแบ่งเป็นสองขั้ว?

ผมต้องบอกแบบนี้ ผมไม่ว่าเรื่องเผด็จการ เรื่องประชาธิปไตย อย่างเวลาคุณปกติ สุขภาพดี พฤติกรรมก็เป็นอย่างหนึ่ง แต่เวลาสุขภาพไม่ดี ก็ต้องไปหาหมอ ถูกหมอสั่งอะไรต่างๆ

...ประเทศบางช่วงบางขณะจะบอกว่าประชาธิปไตยจ๋า 100 เปอร์เซ็นต์ 24 ชั่วโมง forever ไม่มีวันหมดหรือ ผมว่าสังคมไทยไม่พร้อม อย่างปี 2517 เป็นปีที่เสรีภาพทางประชาธิปไตยมีมากที่สุด มากกว่าทุกยุค แล้วอยู่ได้กี่ปี บริบทสังคมไทยไม่พร้อม วันนั้นคนไทยที่อ่านออกเขียนได้เปอร์เซ็นต์ยังไม่สูงเท่ากับวันนี้ วันนี้มีมากแล้วแต่โลก การพัฒนา อาชีพ เทคโนโลยี มันเปลี่ยนแปลงไปเยอะ ประชาธิปไตยอย่างเดียวก็อยู่ไม่ได้ เผด็จการอย่างเดียวก็อยู่ไม่ได้ แต่สิ่งที่เรายืนยันคือพรรคประชาธิปัตย์ต่อต้านเผด็จการ แต่ถ้าประชาธิปไตยก็ต้องประชาธิปไตยแบบไม่โกง

ถามย้ำว่าหาก ปชป.เป็นรัฐบาล แต่ละปัญหาจะใช้เวลาแก้ไขนานแค่ไหน เลขาธิการพรรค ปชป. กล่าวสำทับว่า ไม่ได้โฆษณาขายยานะ แต่เอาอย่างนี้ดีกว่า มีหลายเรื่องที่ต้องทำทันที ผมว่าบ้านเมืองเรามาถึงขณะนี้มันชำรุดเยอะ จับตรงไหนก็ผุก็รั่วหมด แต่การแก้ต้องแก้ทั้งระบบ จะแก้เป็นจุดๆ ก็ไม่ได้  วันนี้สิ่งที่ผิดหวังคือไม่ได้มีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ไม่ปฏิรูปราชการ มีคนในรัฐบาลอย่างนายวิษณุ เครืองาม ให้สัมภาษณ์ว่ากฎหมายที่จะปฏิรูปตำรวจคงเสนอให้ สนช.พิจารณาไม่ทัน เพราะว่าหมดเวลา ผมอยากพูดตรงๆ ว่าคนไทยกินข้าว คุณอยู่มาสี่ปีแล้ว แล้วมาบอกว่าเสนอไม่ทันเอาวันสุดท้าย ขอโทษทีเถอะคนไทยกินข้าว เขาคิดเป็น

กังขาบัตรคนจน เปิดช่องหาประโยชน์!

ส่วนนโยบาย บัตรสวัสดิการผู้มีรายได้น้อย หรือบัตรคนจน พรรค ปชป.จะมีท่าทีอย่างไร จะสานต่อหรือไม่ เลขาธิการพรรค ปชป. ให้ความชัดเจนว่า เรื่องนี้ ปชป.เห็นว่าต้องช่วยผู้มีรายได้น้อยให้เขายืนอยู่ได้ แต่ขอถามว่าที่แจกบัตรผู้มีรายได้น้อย ถามว่าทำไมต้องมีบัตรรูด วันแรกมีเจ็ดพัน วันนี้อ้างว่ามีสองหมื่นเครื่อง ถามว่าคนจนมีแค่สองหมื่นจุดเท่านั้นหรือในประเทศไทย ทั้งที่ประเทศไทยมีแปดหมื่นหมู่บ้าน คนจนมีทุกหัวระแหง

จะแจกเขา ยังจะเปิดช่องให้คนอื่นหากินอีกหรือ เอาเครื่องมาขาย ทำบัตร หมดเงินไปเท่าไหร่ ก็บัญชีมีอยู่แล้ว โอนตรงให้ประชาชนไปเลย รัฐไม่ต้องเสียเงินสักบาทก็ถึงหมด แต่เพราะอะไร ก็เพราะยังมีวิธีคิดแบบผูกขาด กีดกันการแข่งขัน

...สรุปว่าเรื่องนี้หลักการเราเห็นด้วย แต่วิธีการไม่เห็นด้วย และบอกเลยว่าวิธีที่ทำ ผมขอตั้งข้อสงสัยว่าปล่อยให้คนมาหากินกับความจนของคนจน ทั้งเครื่อง ทั้งบัตร ทำให้เสียเงินทำไม ปชป.มีหลักเรื่องรัฐสวัสดิการที่ช่วยคนมีรายได้น้อย และเราจะไม่หากินบนความทุกข์ของคนจน ขณะที่โครงการอีอีซี ของรัฐบาล คสช. ก็มองว่าหลักการดี วัตถุประสงค์เป้าหมายดี ไม่มีที่ติเลย ควรทำไป แต่เรื่องวิธีการ ถามว่าเมื่อให้ไปแล้ว เคยได้มีใครไปดูไส้ในหรือไม่ พวกผมสี่ปีกว่าตามมาตลอด มีหมดทุกอย่าง อันนี้ไม่ควรทำ แต่ไม่อยากไปขัดคอ ขัดคออันนี้คือว่าไม่ใช่อะไรก็ไม่ดีไปหมด ติงไปหมด ไม่เป็นไร ถ้าผมไปมีอำนาจผมจะไปแก้ ถ้าผมไม่มีอำนาจผมก็จะไปตรวจสอบ EEC ต้องทำ แต่อย่าทำแบบที่ทำทุกวันนี้ เพราะผลลัพธ์จะออกมาเป็นรวยกระจุก จนกระจาย คนไทยไม่ได้อะไรเลย 

-หลังเลือกตั้งจะเสนอแก้ไขกฎหมาย-ทบทวนอะไรที่รัฐบาลทำไว้หรือไม่?

ผมบอกอย่างนี้ ผมไม่ได้จะมาตั้งหน้าตั้งตาล้าง อะไรที่พลเอกประยุทธ์ทำจะมาล้างหมด-ไม่ใช่ แต่จะทำด้วยสติว่าอะไรที่ดีที่สุดสำหรับประเทศไทย อันนี้เป็นตัวตั้ง พลเอกประยุทธ์ถ้าทำไว้ดีแล้ว รักษาไว้หมดเลย ไม่แคร์ว่าจะเป็นเผด็จการหรือประชาธิปไตย ผมไม่แคร์ ทำมาดีแล้วรักษาไว้ แต่วิธีการไหนที่มันบกพร่อง ปล่อยให้เกิดช่องว่าง ให้เกิดการผูกขาด ปล่อยช่องว่างทำมาหากินกับคนจน ผมจะแก้ แต่ไม่ยกเลิก.

 

ไม่โหวตให้พรรคอื่นเป็นนายกฯ

โอกาส ปชป.จับมือเพื่อไทย?

      จุติ-เลขาธิการพรรค ปชป. ให้ทัศนะและวิเคราะห์การเมืองการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในหลายประเด็นคำถาม เช่นเมื่อถามถึง พรรคพลังประชารัฐ มองแล้วเป็นอย่างไร คำถามดังกล่าวทำให้ "จุติ" กล่าวตอบขึ้นมาว่า "อย่าประเมินอภิมหาเศรษฐกิจอมตะนิรันด์กาลต่ำ ไม่มีพรรคไหนรวยเท่าพรรคนี้แล้ว แต่จะรวยจากไหนผมไม่ทราบ แต่ไม่มีพรรคไหนรวยเท่าพรรคนี้แล้ว โต๊ะจีน (งานระดมทุน)แค่ยอดภูเขา เลขาธิการพรรค ปชป.ระบุ พร้อมกับกล่าวเสริมว่า "ส่วนประชาธิปัตย์ถามว่าจนไหม จน แต่จนด้วยทางเลือก เพราะเป็นทางเลือกเราที่เลือกที่จะจน เพราถ้าเราไปรับอะไรกับทุน ที่ต้องมาแก้ไขเขา เราก็ไม่อยากไปหลอกเอาเงินเขามาใช้หรอก เราจึงเลือกที่จะจนเพื่อเราจะได้เสรีภาพที่จะทำงานในสภาหรือในรัฐบาลได้อย่างมีเสรีภาพ และเราเชื่อว่าถ้าไปรอด เราทำงานให้เกิดผลกับประชาชน เลือกตั้งครั้งหน้าเราจะมามากกว่าเดิม

-ถ้าหลังเลือกตั้ง ปชป.กับพลังประชารัฐได้เสียง ส.ส. มาอันดับ 2 กับ 3 จะทำอย่างไร?

ตอบไม่ได้จนกว่าจะได้ตัวเลข ที่ไม่กล้าตอบเพราะกลัวหน้าแหก เพราะปัจจัยที่บัตรเลือกตั้งเหลือใบเดียวทำให้เราไม่รู้จริงๆ ประชาชนจะตัดสินใจอย่างไร มันก็จะมีสมมุติฐานว่าหากประชาชนให้น้ำหนักกับพรรคการเมืองแบบปี 2554 เราอาจจะได้ ส.ส.รวมทั้งหมดสูงถึง 170 ที่นั่งก็ได้ อย่างอีสานรอบที่แล้วเราได้ ส.ส.เขต 4 คน แต่ถ้าได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์แบบรอบปี 2554 เราจะมี ส.ส.อีสาน ถึง 27 คน อย่างนี้เป็นต้น จึงทำให้คาดหมายไม่ได้ เพราะหากเลือกตั้งรอบนี้ประชาชนให้น้ำหนักผู้สมัครมากกว่าพรรค ก็อาจเหลือ 120 คนก็ได้ มันสวิงเยอะเหลือเกินเพราะไม่รู้ประชาชนคิดอย่างไร

เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้คนมองกันว่า ปชป.อาจได้ที่สอง พชปร.มาอันดับสาม แต่วันนี้ พปชร.อาจจะมาอันดับสอง เลขาธิการพรรค ปชป. สงวนท่าทีในเรื่องนี้โดยตอบว่า ต่อให้ผมสมมุติก็ไม่มีผล เพราะปชป.ต้องมาตัดสินกันหลังเลือกตั้งมาประชุมว่าจะเอาอย่างไรกัน ถ้าผมไปชี้นำเพื่อน เพื่อนก็จะด่าเอา ว่าไปเสือกอะไร รอให้เลือกตั้งเสร็จก่อน ผมก็ต้องให้เกียรติเพื่อนผมทั้งพรรคว่าจะเอาอย่างไร ก็ต้องมาคุยกัน ตอนนี้ไม่สามารถตอบอะไรได้เลยในตัวเลขที่ว่างเปล่า

-แต่ยังไงขั้วเพื่อไทยก็ได้ ส.ส.ไม่เกิน 376 ซึ่งโหวตนายกฯ ไม่ได้อยู่แล้ว?

ไม่มีขั้วไหน ยกเว้นขั้วผู้มีอำนาจได้ มันก็อย่าไปมองว่ามันไม่ดี ก็มองว่าเป็นคุณแง่หนึ่ง ลบแง่หนึ่ง ถ้าคนมองถึงเรื่องความต่อเนื่อง ความนิ่ง ซึ่งจำเป็นสำหรับประเทศ เพราะถ้ามีประชาธิปไตยแล้วประเทศไม่นิ่งก็ป่วยการ ทำอะไรไม่ได้หรอก พูดตรงๆ เลย ยกตัวอย่างผมเอาด้ายมาให้คุณสนเข็ม แล้วคุณยืนอยู่บนเรือที่มันโคลง ถามว่าคุณจะสนเข็มได้ไหม แล้วคุณจะตัดเสื้อไปแข่งกับใครถ้าคุณยังสนเข็มไม่ได้เลย แต่ถ้ามันนิ่งคุณก็สนเข็มไปเย็บไป อันไหนดีกว่ากัน ต้องเอาประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง ผมถึงไม่ดัดจริตว่าต้องเป็นประชาธิปไตย ไม่เป็นประชาธิปไตย แต่อันไหนที่ดีสำหรับประเทศ ณ วันนั้น สำหรับนักการเมือง

-การจัดตั้งรัฐบาล การร่วมรัฐบาล จุดยืนของพรรค ปชป.?

จุดยืนคืออะไรที่ให้ประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด เอาอันนั้น ไม่มีอคติ ไม่มีสี

-หากพลเอกประยุทธ์ลงในแคนดิเดตนายกฯ ของพลังประชารัฐ?

ผมมองคนที่ความเป็นคนของเขา พลเอกประยุทธ์อาจจะเป็นคนที่ถูกใจใครหรือไม่ถูกใจใคร แต่ผมมองว่าผมไหว้เขาได้สนิทใจ ตัวตนเขาเป็นอย่างนั้น อย่าไปเปลี่ยนเขา ผมมองว่าเขามีความตั้งใจ จริงใจในการทำให้ประเทศ แต่พลเอกประยุทธ์ก็ทำทุกอย่างไม่ได้หรอก เคยมีนายกฯ คนไหนที่ไม่เคยถูกสื่อหรือประชาชนด่า ไม่มีในโลกนี้ ดูอย่างเอมมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ปีที่แล้วที่ได้รับความนิยมจากคนฝรั่งเศส แต่ตอนนี้ยับเยิน

ที่น่าสนใจ จุติ-เลขาธิการพรรค ปชป. ย้ำหนักแน่นว่า การโหวตเลือกนายกฯ ยังไงพรรค ปชป.ก็ต้องโหวตให้หัวหน้าพรรค ปชป. จะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ พรรค ปชป.ไม่เคยโหวตให้หัวหน้าพรรคการเมืองอื่นนอกจากหัวหน้าพรรคตัวเอง ตอนปี 2548 แพ้เลือกตั้ง ทักษิณ ชินวัตร ยับเยิน ประชุมเลือกนายกฯ ปชป.มีกี่เสียง บัญญัติ บรรทัดฐาน หัวหน้าพรรคตอนนั้นเสนอโหวตนายกฯ เลือกหัวหน้าพรรคปชป. คนของพรรคก็โหวตร้อยเปอร์เซ็นต์ นั่นคือ ปชป.อย่าเปลี่ยนตัวตนเรา เราคือเรา ถ้าไม่เชื่อมั่นหัวหน้าพรรคของเราเอง แล้วจะไปบอกประชาชนได้อย่างไรว่าหัวหน้าพรรคเราดีที่สุด ผมถึงบอกว่าแคนดิเดตนายกฯ ผมจะเสนอให้พรรคส่งชื่ออภิสิทธิ์คนเดียว เพราะเขาคือผู้นำ ไม่ใช่ผู้ตาม ถ้าพรรคอื่นไปเสนอพลเอกประยุทธ์ก็แสดงว่าหัวหน้าพรรคนั้นต้องเดินตามคนที่ถูกเสนอชื่อใช่ไหม แล้วจะมีหัวหน้าพรรคไปทำไม

-ถ้าหลังเลือกตั้งมีการตั้งรัฐบาล แล้วมีการต่อรองกัน ไม่ว่าจะยังไง ปชป.ก็ต้องให้อภิสิทธิ์เป็นนายกฯ?

จะมาต่อรองกับเรา ต้องพูดถึงผลประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง จะคุยได้ง่ายที่สุด นั่นคือกุญแจที่ไข ดีที่สุด

-แต่ตอนโหวตนายกฯ เขาก็ต้องเสนอชื่อคนอื่น?

ก็สู้ ก็เสนออภิสิทธิ์ แพ้ก็คือแพ้ ตอนสมัยคุณบัญญัติ ปี 2548 เสียงห่างจากทักษิณเป็นหลักร้อย ก็ยังสู้เลย นี่คือประชาธิปัตย์ ถ้าวันนั้นไปเสนอชื่อคนอื่น อ้าว แล้วที่ไปหาเสียงกันมาเก้าสิบวัน หัวหน้าพรรค ตลกหรือ ไปหลอกเขามาครั้งนึง แล้วครั้งหน้าจะหลอกเขาอีกไหม

-ประตูที่จะจับมือกับเพื่อไทย ปิดตายหรือไม่?

อะไรที่เป็นประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด ถ้าเรามีโอกาสทำงานให้ประชาชนมากที่สุด คือการไปเป็นรัฐบาล ต้องการนำความคิดที่พรรคได้สั่งสมกันมาในช่วงสี่ปีกว่าที่ผ่านมาไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับประชาชน ทุกเรื่องที่พรรครับฟังปัญหามาจะพยายามนำไปทำให้มากที่สุด คนมันอัดอั้น เราก็อัดอั้น ก็อยากนำนโยบายต่างๆ ไปทำ อยากเสนอกฎหมายต่างๆ อยากเข้าไปแก้ปัญหาให้ได้ เพราะหากแก้ได้ หมายถึงครั้งหน้าจะยิ่งใหญ่ขึ้น แต่หากไปเป็นรัฐบาล แล้วดีแต่เป็นรัฐมนตรีเดินโก้ๆ ทำอะไรไม่ได้ เที่ยวหน้าอาจเหลือแค่ 50 ที่นั่งก็ได้ ฉะนั้นการจะไปร่วมรัฐบาลอะไร อยู่ที่ว่าประชาชนต้องได้ประโยชน์มากที่สุด

เลขาธิการพรรค ปชป. ประเมินหน้ากระดานผลเลือกตั้งว่าให้เต็มที่ พรรคที่ได้เสียง ส.ส.มาอันดับหนึ่ง ยังไงก็คงได้ไม่เกิน 170 ที่นั่งไม่ว่าพรรคไหน เพื่อไทยหรืออะไรก็แล้วแต่ ยิ่งวันนี้มาแบ่งเป็นพรรคไทยรักษาชาติ และ "เพื่อ" อะไรต่างๆ ลวดลายเยอะ ก็อาจสะดุดขา ส่วนการตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง ดูแล้วเหนื่อยครับ ถึงบอกว่ามันคาดการณ์ยาก ถึงผมบอกไปวันนี้ แต่หลังเลือกตั้งออกมาไทยโพสต์จะไปพาดหัว "เลขาธิการพรรค ปชป.หน้าแตก" จะผิดคาดหมดเลย ก็ไม่ได้

เราหวังว่าเราจะเป็นตัวแปรในการทำให้เศรษฐกิจของประชาชนดีขึ้น นั่นคือความหวังของเรา ถามว่าอยากเป็นรัฐบาลไหม บอกเลยไม่อาย อยากเป็นรัฐบาลมาก แต่ก็พร้อมทำงานเป็นฝ่ายค้านที่เข้มแข็งในการตรวจสอบ แต่ถ้าเป็นรัฐบาลก็จะไปแก้ไขปัญหาการผูกขาด การลิดรอนสิทธิชาวบ้าน แต่ถ้าเป็นฝ่ายค้านก็จะไปแก้ไขกฎหมายพวกนี้ทั้งหมดในฐานะฝ่ายค้าน”.

 

การโหวตเลือกนายกฯ ยังไงพรรค ปชป.ก็ต้องโหวตให้หัวหน้าพรรค ปชป.จะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ ...ถ้าวันนั้นไปเสนอชื่อคนอื่น อ้าวแล้วที่ไปหาเสียงกันมา...ตลกหรือ ไปหลอกเขามาครั้งนึง แล้วครั้งหน้าจะหลอกเขาอีกไหม...ถามว่าอยากเป็นรัฐบาลไหม บอกเลยไม่อาย อยากเป็นรัฐบาลมาก แต่ก็พร้อมทำงานเป็นฝ่ายค้านที่เข้มแข็งในการตรวจสอบ


เชื่ออะไรผมอย่างได้มั้ย? คือผมจะบอกว่า..... เห็นความ "ดิบ-กระแดะ-ด้าน" ของนักเรียน-นักศึกษาใต้ปฏิบัติการล้างสมองของสามสัสแล้ว ไม่ต้องห่วงกันไปหรอกว่า เมื่อพวกนี้โตขึ้น จะเป็นผู้เข้ามากำหนดอนาคตประเทศ

ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?
เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ