หงุดหงิด'หิวเลือกตั้ง'ดึงฝรั่งบีบ


เพิ่มเพื่อน    


     ประยุทธ์โวยไม่เคยบอกจะเลื่อนหรือไม่เลื่อนเลือกตั้ง หงุดหงิดดึงฝรั่งมากดดัน “ประวิตร-อนุพงษ์” ประสานเสียงมีเลือกตั้งล้านเปอร์เซ็นต์ใน 150 วันแน่ ส่วนวันไหนต้องไปถาม กกต.เอง “บิ๊กป๊อก” แจงหนังสือเวียน มท.สั่งชะลอการปฏิบัติงานรับวันหย่อนบัตรนั้น เพราะ กกต.ประสานมา ไม่ใช่เรื่องใหญ่โต แต่ “อิทธิพร” ตีมึนบอกไม่รู้เห็น ย้ำยังไม่เคาะวันเพราะต้องรอพระราชกฤษฎีกา ไม่มีตุ๊กตาวันไหน พรรคสามัญชน-อมธ.ออกแถลงการณ์ต้อง 24 ก.พ.  เล็งเดินเท้าจากขอนแก่นเข้ากรุงกดดัน
     เมื่อวันอังคาร พล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ด้วยท่าทีหงุดหงิดถึงความชัดเจนเรื่องวันเลือกตั้ง หลังมีกระแสข่าวการเลื่อนเลือกตั้งจากวันที่ 24 ก.พ. ว่ายังไม่เคยบอกว่าจะเลื่อนหรือไม่เลื่อน แต่เท่าที่ผ่านมานั้น คิดว่าต่างชาติเขาเข้าใจเราอยู่แล้ว ซึ่งการไปต่างประเทศที่ผ่านมาก็มีการถามเสมอว่า พระราชพิธีนี้เป็นพิธีสำคัญของประเทศไทย อยากจะทราบว่าจะมีขึ้นเมื่อไหร่อย่างไร และหากมีความประสงค์จะมาร่วมในพระราชพิธีดังกล่าวได้หรือไม่ มีการถามเกือบทุกประเทศ 
     "แล้วมันเป็นอะไรกันนักหนา ผมไม่เข้าใจ ในประเทศยังไม่พอหรือจะเอาต่างประเทศมากดดันกันอีก ผมอยากถามว่าที่นี่คือประเทศอะไร ประเทศไทยใช่หรือไม่ คนไทยใช่ไหม เพราะฉะนั้นเราควรสำนึกกันบ้างในเรื่องเหล่านี้ และผมไม่ได้ขัดแย้งกับใครทั้งสิ้น อยากให้ทุกอย่างเสร็จสิ้นตามขั้นตอนกระบวนการทั้งหมดโดยเร็วและมีเสถียรภาพ รัฐบาลมีเสถียรภาพ อย่าไปพูดถึงว่าจะขยายอำนาจกันต่อ ผมไม่เห็นว่า ผมจะมีอำนาจอะไรตรงไหนเลย ผลประโยชน์อะไรผมก็ไม่ได้ เรื่องนี้ผมพูดได้เต็มปากของผม"
     ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าวว่า พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ลงมาแล้ว ขณะนี้มีความชัดเจนอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ยังไม่ทราบ เพราะยังไม่มีราชกิจจานุเบกษาลงมา เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น
     เมื่อถามว่า รัฐบาลและ คสช.จะรับมือกับกลุ่มเคลื่อนไหวอย่างไร หลังมีกระแสต่อต้านการเลื่อนการเลือกตั้ง นายกฯ กล่าวว่า ก็ไปปลุกระดมกันเรื่อยๆ มันก็คงจะมีวันนี้ที่บอกว่ามีกระแสต่อต้านมากขึ้น ถามว่า มีมากขึ้นเท่าไหร่ มีกี่คน ที่บอกว่ารวมกันแน่นขนัด มีกี่คน สื่อเขียนกันเข้าไปเถอะ กลัวจะไม่ยุ่งหรืออย่างไรไม่รู้ ขอร้องสื่อโซเชียลอย่าไปเขียนปลุกระดม อย่าไปให้ค่าความสำคัญมากนัก ก็รู้กันอยู่ว่ามันควรหรือไม่ควร ถูกหรือผิดกฎหมาย ทุกคนรู้กันหมด เพียงแต่วันนี้มันถูกครอบงำจากหลายๆ อย่าง
     พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวเรื่องนี้ว่า เป็นเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าจะเลื่อนไปเรื่อยๆ นั้น คงไม่ เพราะอย่างไรต้องอยู่ในกรอบ 150 วัน และมีอีกมาตราหนึ่งระบุว่าหลังจากเลือกตั้งเสร็จแล้ว กกต.ต้องประกาศผลภายใน 60 วัน แต่ถ้า กกต.มองว่าต้องทำทั้งหมดใน 150 วัน ก็แล้วแต่เขา แต่ถ้าเราไปเลือกตั้งในวันที่ 140 ก็สามารถทำได้ และประกาศผลใน 60 วัน ไม่ต้องสงสัยกันแล้ว มันมี 2 มาตราที่เขียนไว้ชัดเจน
     “เรื่องนี้ กกต.ไม่ต้องมาคอนเฟิร์มอะไรกับรัฐบาล เพราะในกฎหมายทั้ง 2 มาตราเขียนไว้อยู่แล้ว ส่วนจะเลือกตั้งเมื่อไรอยู่ที่ กกต. แต่ยืนยันมีเลือกตั้งล้านเปอร์เซ็นต์” พล.อ.ประวิตรกล่าว
     ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงจดหมายเวียนของสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย แจ้งสำนักทะเบียนจังหวัด  กทม. อำเภอ และท้องถิ่น ให้ชะลอการปฏิบัติตามแผนงานเตรียมการเลือกตั้ง ส.ส.ว่า ความชัดเจนเรื่องการเลือกตั้งให้ไปสอบถาม กกต. ส่วนเนื้อหาในหนังสือดังกล่าว เนื่องจากมีความเข้าใจว่าจะเลือกตั้งเมื่อไร ตามที่สังคมรู้กัน แต่ทั้งหมดเกี่ยวข้องกับพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) การเลือกตั้ง เมื่อ พ.ร.ฎ.เลือกตั้งยังไม่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทาง กกต.ก็ได้ประสานมายังกระทรวงมหาดไทย เราจึงแจ้งชะลอการปฏิบัติตามแผนงานเตรียมการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งเราต้องรอให้ชัดเจนเรื่องวันเลือกตั้งจึงค่อยดำเนินการต่อ
     พล.อ.อนุพงษ์ย้ำว่า เรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหญ่โต ยืนยันว่ามีการเลือกตั้งแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ ส่วนการจะเลื่อน จะชะลอหรือไม่นั้นให้ไปถาม กกต. หากมีเหตุผลที่ กกต.ต้องนำไปพิจารณา กกต.เขาว่าอย่างไรก็ต้องจบตามนั้น แต่การวิจารณ์และวิเคราะห์กันไป แล้วไปใส่ความ คสช. และรัฐบาลนั้นมันไม่ใช่ จะทำให้ไขว้เขวกันไปใหญ่ พอออกมาแล้วไม่ถูกใจก็บอกว่ารัฐบาลไม่สนใจ รัฐบาลไปครอบงำ ดังนั้น ขอให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่รับผิดชอบพิจารณา และต้องอยู่ในกรอบของกฎหมายภายใน 150 วัน ที่ต้องจัดให้มีการเลือกตั้ง  
     “ขอยืนยันอีกครั้งว่าจะมีการเลือกตั้งล้านเปอร์เซ็นต์ จะวันไหน เร็วกว่าเดิม หรือช้ากว่าเดิมตามที่คิดกันไว้ แต่เรายังไม่เคยเห็น พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ดังนั้นต้องรอความชัดเจน ซึ่งกระทรวงมหาดไทยพร้อมทำตามที่ กกต.ประสานมา ไม่มีนัยอย่างอื่น” พล.อ.อนุพงษ์กล่าว
     เมื่อถามถึงกลุ่มเคลื่อนไหวเรียกร้องไม่ให้เลื่อนการเลือกตั้ง มท.จะดูแลเรื่องนี้อย่างไรบ้าง พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ถ้าทำตามกฎหมายได้ก็ทำ ซึ่งเราทำตามอำนาจหน้าที่ ซึ่งไม่ได้สั่งการให้ควบคุมกลุ่มคนที่ออกมาเคลื่อนไหว แต่ทางฝ่ายมั่นคงเขาดูแลอยู่ หากทำด้วยความสงบเรียบร้อยก็ไม่มีปัญหาอะไร
ด้านนายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.กลับกล่าวประเด็นนี้ว่า ไม่ทราบเรื่องหนังสือดังกล่าว เห็นเพียงข่าวจากสื่อเท่านั้น ซึ่งสัญญาณของ กกต.ขณะนี้ คือ การเตรียมความพร้อมในลำดับเข้มข้น ในส่วนของสำนักงาน กกต. ถ้ามีการเลือกตั้งวันใดนับจากที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ กกต.ต้องเตรียมความพร้อมของตัวเองเป็นหลัก 
     “ยังไม่เห็นหนังสือดังกล่าว และไม่ใช่เรารู้กันกับกระทรวงมหาดไทย กกต.จะไม่ส่งสัญญาณใดๆ ทั้งสิ้น กกต.มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งให้ทันเวลาเรียบร้อย ไม่มีหน้าที่ส่งสัญญาณใดๆ” นายอิทธิพรระบุ  
ลั่นรอพระราชกฤษฎีกา
     ประธาน กกต.ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการกำหนดวันเลือกตั้งว่า การประชุมเมื่อวันที่ 4 ม.ค. กกต.ได้รับทราบใน 3 เรื่องเท่านั้นคือ กำหนดวันพระราชพิธี ความพร้อมจัดการเลือกตั้ง และเมื่อมี พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง กกต.จึงจะพิจารณากำหนดวันเลือกตั้งให้เร็วที่สุดและประกาศวัน แต่ตอนนี้ยังไม่ได้มีวันอะไรเป็นพิเศษ ขึ้นอยู่กับวันที่เราจะได้รับแจ้งว่า พ.ร.ฎ.จะมีขึ้นเมื่อไร รวมทั้งกระแสข่าวที่ระบุว่าจะมีการจัดเลือกตั้งในวันที่ 10 มี.ค. ซึ่งยืนยันว่า กกต.ยังไม่ได้กำหนดวันใดขึ้นเป็นตุ๊กตาทั้งสิ้น  
     “ประเด็นต้องประกาศผลภายใน 150 วันนับแต่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มีผลใช้บังคับหรือไม่นั้น กกต.ได้พูดคุยกัน แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปที่จะนำไปสู่การลงมติ เราเพียงแต่ทราบดีว่ามีปัญหาข้อกฎหมายว่าการจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จ หมายรวมถึงต้องประกาศผลด้วยหรือไม่ การพิจารณาของ กกต.ยังอยู่บนพื้นฐานว่า ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรในชั้นนี้เราจะทำให้มั่นใจว่าเราจะประกาศผลการเลือกตั้งให้ได้ภายใน 60 วัน และคำนึงถึงเรื่องการจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน เมื่อถึงเวลาที่เราต้องกำหนดวันเลือกตั้ง เรื่องของการประกาศผลจะเป็นประเด็นที่เราจะหยิบมาพิจารณาอีกครั้ง” นายอิทธิพรกล่าว
     เมื่อถามว่า หากต้องการให้เกิดความชัดเจนควรส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความหรือไม่ นายอิทธิพรกล่าวว่า เป็นช่องทางหนึ่งถ้ามีข้อสงสัยก็ไปศาลได้ แต่ถ้ากรรมการมีความเห็นพ้องต้องกันในเรื่องการกำหนดวัน คณะกรรมการก็สามารถดำเนินการไปได้ตามที่เห็นพ้อง ขณะนี้จึงยังไม่ถึงเวลาที่จะพิจารณาให้ชัดเจนว่าต้องส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ส่วนการจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน และประกาศผลใน 60 วันนั้น เป็นประเด็นที่พูดกันมาก่อนหน้านี้นานแล้ว แต่สิ่งที่เราอยากเน้นคือเมื่อมีการประกาศวันเลือกตั้งแล้ว กกต.ต้องทำให้มั่นใจได้ว่า กกต.ต้องประกาศผลให้ได้ภายใน 60 วันไม่ให้ผิดกฎหมาย นี่เป็นเกณฑ์สำคัญที่เราอยากจะพิจารณาในสิ่งที่เป็นปัจจุบันมากกว่า อย่างอื่นพูดไปแล้วเป็นเรื่องในอนาคต ซึ่งยังไม่ควรพูด
“ผมเข้าใจกระแสขณะนี้ และไม่ได้มองว่าเป็นเผือกร้อนโยนมาให้ กกต. เรื่องของการจัดการเลือกตั้งเป็นเรื่องปกติของ กกต. ซึ่งเราตระหนักดีว่าเมื่อมีการประกาศใช้ พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. กกต.ต้องจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน ทุกอย่างเข้ามาอยู่ในหน้าที่และความรับผิดชอบ หรือเข้าสู่โหมดการทำงานของ กกต. ซึ่ง กกต.ต้องพยายามดำเนินการทุกอย่างตามกฎหมาย และต้องให้ความชัดเจนได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่อยากพูดอะไรไปแล้วยังไม่สามารถยืนยันได้” นายอิทธิพรกล่าว 
     นายอิทธิพรยังกล่าวถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มประชาชนที่อยากให้เลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ. ว่าเป็นการแสดงออกตามสิทธิของประชาชน ความเห็นทุกความเห็นมีความหมายที่ กกต.จะนำมาประกอบการตัดสินใจ แต่ทั้งหลายทั้งปวงการปฏิบัติต้องอยู่ในกรอบกฎหมาย เรายึดเรื่องนี้เป็นสำคัญ
ซัด มท.ทำเกินหน้าที่
     นายจตุพร พรหมพันธุ์ กองเชียร์พรรคเพื่อชาติ (พ.พ.ช.) กล่าวถึงเอกสารของ มท.ที่สั่งให้ระงับการเตรียมการเลือกตั้งไว้ก่อน ว่า รมว.หาดไทยต้องชี้แจงให้ชัดเจน เพราะคำว่าต้องจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 150 วัน ซึ่งจะครบในวันที่ 9 พ.ค.2562 นั้น 150 วันของแต่ละคนก็ยังแตกต่างกันอยู่ ซึ่งได้เรียกร้องกันมาตั้งแต่ต้นเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการเลือกตั้งเป็นโมฆะตามหลังมา ก็ควรยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก่อนจัดการเลือกตั้ง และทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญก็ต้องวินิจฉัยโดยเร่งด่วนไม่ให้กระทบต่อ 150 วันด้วย
     "การที่หน่วยงานสังกัด มท.มีคำสั่งดังกล่าว เป็นการส่อเจตนาถือว่าทำเกินหน้าที่ อย่างที่หลายคนวิตกว่าการเลื่อนการเลือกตั้งคือจะไม่ให้มีการเลือกตั้ง ซึ่งจะนำผลไปสู่ประเทศเกิดวิกฤติขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง” นายจตุพรกล่าว
     ส่วนพรรคสามัญชนออกประกาศพรรคเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า หาก กกต.และรัฐบาลยังไม่มีท่าทีว่าจะประกาศกำหนดวันเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ.2562 ตามที่เคยได้ให้คำมั่นสัญญาไว้จะเชิญชวน พี่น้อง ร่วมเดินเท้าเพื่อเรียกร้องให้เกิดการเลือกตั้งจากจังหวัดขอนแก่นถึงกรุงเทพมหานคร โดยขอนัดหมายพร้อมกัน ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยประจำ จ.ขอนแก่นในวันพุธที่ 7 ก.พ.2562 เวลา 09.00 น. 
     สภานักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อมธ.) ออกแถลงการณ์ร่วมเรื่อง การแสดงจุดยืนต่อกรณีการเลื่อนเลือกตั้ง ส.ส.เช่นกันว่า ขอเรียกร้องให้ กกต.และรัฐบาลดำรงคงไว้ซึ่งเกียรติยศและศักดิ์ศรี พร้อมยึดมั่นถือมั่นในระบอบประชาธิปไตย โดยการคืนอำนาจสู่ประชาชนผ่านการจัดการเลือกตั้งตามแผนเดิมที่ได้ประกาศไว้คือวันที่ 24 ก.พ.นี้โดยเร็ว 
     ขณะเดียวกัน นายอิทธิพรยังได้เปิดประชุมชี้แจงเพื่อเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้ง ส.ส.ให้กับผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดทั่วประเทศ โดยได้เน้นย้ำให้ กกต.จังหวัดทำความเข้าใจกับกฎหมายและระเบียบทุกฉบับที่เสร็จแล้ว 11 ฉบับ และยังจะมีระเบียบออกอีก 10 ฉบับ รวมถึงแบบแนบท้ายระเบียบอีกไม่น้อยกว่า 226 ข้อ รวมทั้งการข่าวเชิงรุก เพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริตเลือกตั้ง และเร่งประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจเกี่ยวกับเขตเลือกตั้ง และบัตรเลือกตั้ง เพื่อลดความสับสน 
     ส่วนนายดุษฎี พรสุขสวัสดิ์ รองเลขาธิการ กกต.ได้กำชับให้ผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำจังหวัดสั่งเจ้าหน้าที่เก็บข้อมูลว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เพราะบางครั้งพฤติกรรมที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย แม้จะยังไม่มี พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง เพราะหากมีการร้องเรียนที่ กกต.ต้องพิจารณาจะได้นำมาเป็นข้อมูล พยานหลักฐานใช้ในภายหลัง พร้อมระบุว่าจะเสนอให้เลขาฯ กกต.ทำหนังสือถึงปลัด 3 หน่วยงาน คือ กระทรวงมหาดไทย  กระทรวงคมนาคม และ กทม. เกี่ยวกับเรื่องกวดขันการปิดป้ายหาเสียงในช่วงที่ยังไม่มี พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง
     วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. กล่าวถึงกรณีที่ตำรวจเข้าจับกุมนายพรชัย ศรีสุริยันโยธิน ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 6 จ.บุรีรัมย์ พรรคเพื่อไทย ระหว่างช่วยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคลงพื้นที่หาเสียง ว่าไม่ทราบ ผู้ที่ถูกจับกุมมีการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือไม่ เรื่องนี้เป็นเรื่องของกฎกติกาและกฎหมายที่มีอยู่ วันนี้ได้สั่งไปยังเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบทุกพรรคการเมือง ไม่ว่าเป็นพรรคใดให้ติดตามทุกพรรค ถ้าไม่มีเรื่องเขาก็ไม่จับ ไม่มีการดำเนินคดีก็เท่านั้นเอง สั่งการไปกับฝ่ายความมั่นคงแล้ว ถ้าทำผิดเขาก็ต้องจับกุมดำเนินคดี ถ้าไปแบ่งข้างกันอยู่แบบนี้ก็ไม่มีทางที่จะหารือร่วมกันในการทำงานได้ แล้วจะให้ไปเจรจากับคนอื่นอีก มันไปกันคนละเรื่อง อย่าสร้างสังคมให้คิดแบบนี้ได้หรือไม่ ขอให้ว่ากันด้วยหลักฐาน
คุกคามเหมือนไม่ปลดล็อก
     นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค พท. กล่าวว่า เมื่อเริ่มมีการปลดล็อกให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมก็มีทั้งผู้สมัคร และนักการเมืองเริ่มลงพื้นที่ กลายเป็นว่ายังมีบรรยากาศเสมือนเป็นการคุกคาม บางเขตได้รับรายงานว่าเมื่อออกไปพบปะประชาชนก็มีเจ้าหน้าที่ตามถ่ายภาพ ทำให้เกิดความหวาดระแวง ส่วนกรณีของนายพรชัยก็ขอให้ว่ากันไปตามกฎหมาย ไม่มีการปกป้อง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ในช่วงเวลาที่ผู้สมัครกำลังขึ้นเวทีปราศรัย มีการเข้าไปจับกุม และเชิญตัวออกไป บรรยากาศแบบนี้รัฐบาล และผู้มีอำนาจทำได้ แต่ต้องหลีกเลี่ยงไม่ใช่ไปเชิญตัวขณะจะขึ้นเวทีแบบนี้ เพราะทำให้เกิดการเข้าใจผิดว่าใช้อำนาจรัฐคุกคาม
     นายภูมิธรรมยังกล่าวถึงกระแสข่าว ป.ป.ช.จะรื้อคดีที่มีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีต รมว.คมนาคม เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องว่า เป็นอีกปัญหาหนึ่ง ช่วงที่นายชัชชาติไปทำธุรกิจไม่มีปัญหาอะไร แต่พอกลับเข้าสู่การเมืองก็ถูกตรวจสอบขึ้นมาทันที แต่คดีความของฝ่ายตัวเอง เช่น คดีนาฬิกากลับยืดเยื้อ แต่พอเป็นคดีฝ่ายตรงข้ามกลับเร่งทำคดีขึ้นมา 
     “นายชัชชาติยังเป็นบุคลากรที่มีความสำคัญของพรรค เมื่อท่านเดินทางกลับจากต่างประเทศก็ยังคงร่วมงานทางการเมืองกับพรรคเหมือนเดิม” นายภูมิธรรมยืนยันสถานะของนายชัชชาติใน พท.
     สำหรับการเสนอนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองต่างๆ นั้น นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณีนายสุชาติ ตันเจริญ แกนนำพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เสนอให้แปลงที่ดิน สปก. 4-01 ให้เป็นที่ดินสร้างประโยชน์ และเปลี่ยนมือได้ ว่ากระทรวงเกษตรฯ ยังไม่ได้ไปดูรายละเอียดว่าเขาพูดว่าอย่างไร แต่ขณะนี้ในส่วนกระทรวงนั้นกำลังพิจารณาเพิ่มเงื่อนไขรับที่ดิน ส.ป.ก. จำนวนที่ดิน 35 ล้านไร่ ที่ราษฎรรับไปแล้วกว่า 2 ล้านครอบครัว ซึ่งยังไม่สามารถทำกินได้ โดยแนวคิดต่อจากนี้คนที่จะรับที่ดิน ส.ป.ก.ไปเราจะจัดระบบชลประทานให้แล้วเสร็จ เพราะ 35 ล้านไร่มีระบบชลประทานเพียง 3 ล้านไร่ หรือ 10% เท่านั้น โดยภายใน 1-2 เดือน หรือก่อนที่รัฐบาลจะหมดหน้าที่จะทำเรื่องนี้ 
     ด้านนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย อดีต ส.ส.ตรัง ในฐานะเป็นผู้เสนอนโยบายโฉนดสีฟ้า พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวเรื่องนี้ว่า เป็นเรื่องที่อันตรายมาก เพราะขณะนี้ปัญหาที่ดินเป็นปัญหาความเหลื่อมล้ำที่รุนแรงที่สุดในสังคมไทย เพราะเจตนาของ สปก.4-01 คือการปฏิรูปที่ดินเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ แต่นโยบายของ พปชร.คือทำให้ที่ดินกลายเป็นสินค้า และซื้อขายเปลี่ยนมือได้ ในที่สุดแล้วจะทำให้ที่ดินเหล่านั้นตกไปอยู่ในมือของนายทุน ซึ่งตรงกันข้ามกับนโยบาย ปชป. ซึ่งจะยกระดับ สปก.4-01 ให้ใช้เป็นหลักประกันในการเข้าถึงแหล่งทุนของสถานบันการเงินได้
    ส่วนความเคลื่อนไหวในการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นั้น ที่พรรค ปชป. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป. พร้อมแกนนำพรรคได้แถลงเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรค จ.จันทบุรี 3 เขต และ 6 จังหวัดภาคกลางตอนบน รวม 17 คน โดยนายอภิสิทธิ์ระบุว่า แม้ในพื้นที่ของ 6 จังหวัดภาคกลางเป็นฐานเสียงของบางพรรคการเมืองมาอย่างยาวนาน แต่เชื่อว่าผู้สมัครของพรรคจะนำนโยบายของเราไปสื่อสารให้กับประชาชนได้ และถือเป็นโอกาสของพรรคที่จะมี ส.ส.ในพื้นที่ได้  
ภท.ใช้สนามช้างเปิดตัว
     ด้านนายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคตามภารกิจ กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สำคัญตามนโยบายของพรรค คือ ระเบียงเศรษฐกิจพัฒนาลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเดิมพรรคได้คะแนนบัญชีรายชื่อ 3.5 แสนคะแนน แต่ครั้งนี้หวังว่าจะได้คะแนนเพิ่มจากเดิม 20% หรือครึ่งล้าน ซึ่งเมื่อทอนเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อจะได้ 7 คน ส่วน ส.ส.เขตก็หวังว่าจะได้ 1 คน
     พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวว่า พรรคมีกำหนดการเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 350 เขตของพรรคในวันที่ 17 ม.ค.ที่สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค และนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค จะแถลงนโยบายพรรคที่เน้นช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะระบบ Profit Sharing 
     นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) พร้อมแกนนำพรรค ได้แถลงเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดบุรีรัมย์ และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเน้นย้ำนโยบายคนเท่าเทียมกัน ไทยเท่าทันโลก โดยนายธนาธรยังระบุตอนหนึ่งว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อจะเป็น รมว.เกษตรและสหกรณ์ของพรรคอนาคตใหม่แน่นอน
    ส่วนนายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรค พปชร. กล่าวถึงกรณี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรค พท. ระบุว่า พปชร.จะได้ที่นั่ง ส.ส.ไม่เกิน 100 คน และ พท.จะชนะเลือกตั้งถล่มทลายว่า ไม่เข้าใจ ร.ต.อ.เฉลิมจริงๆ ทั้งที่เป็นนักการเมืองอาวุโส แต่มักออกมาดูถูกดูแคลนพรรค พปชร.ตลอดเวลา พอชี้แจงข้อเท็จจริง ร.ต.อ.เฉลิมก็มักจะรับไม่ได้ ออกอาการโมโหทุกครั้งไป ทั้งนี้ การเลือกตั้งยังไม่เกิดขึ้น ร.ต.อ.เฉลิมจะรู้ได้อย่างไรว่าพรรค พปชร.จะได้ ส.ส.ต่ำกว่า 100 คน ไม่อยากให้ ร.ต.อ.เฉลิมรีบทำตัวเป็นยิปซีพยากรณ์ เพราะถ้าผลออกมาแล้วไม่เป็นอย่างที่พูด มีแต่จะอายเด็กรุ่นใหม่เปล่าๆ 
     “เข้าใจว่า ร.ต.อ.เฉลิมคงไม่อยากให้ลูกทีมเสียขวัญเลยต้องออกมาปลุกขวัญเป็นระยะๆ แต่อยากให้ ร.ต.อ.เฉลิมเอาเวลาไปคิดนโยบายดีๆ มานำเสนอประชาชน หรือว่าเอาเวลาไปช่วยนายวัน อยู่บำรุง บุตรชายหาเสียงจะดีกว่า เพราะต้องฝ่าฟันอะไรมามากมายกว่าจะได้ลงสมัคร ส.ส.” นายธนกรกล่าว.


เอาละครับ..... นับจากวันนี้ (๘ ส.ค.๖๓) เป็นต้นไป ถึงสิ้นปี และมีความเป็นไปได้ ที่จะติดพันไปถึงต้นปีหน้า

"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ
'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'