วันเวลาของ..เด็ก


   

 

      "เด็ก เยาวชน จิตอาสา ร่วมพัฒนาชาติ" คือคำขวัญวันเด็กในปีนี้ ที่คนอย่างมนุษย์ป้าไม่จำเป็นต้องท่องจำ แต่เพื่อความอินเทรนด์ก็ต้องรู้ไว้ใช่ว่าเหมือนกันนะคะ อย่างน้อยที่สุด เวลาเราไปนั่งคุยหรือเจอกับเด็กๆ ก็จะได้มีหัวข้อทักทายไถ่ถามได้มากกว่า..ชื่ออะไรจ๊ะ ..กี่ขวบแล้ว ...เรียนชั้นอะไร ...

      เสาร์ที่สองของเดือนมกราคมคือวันเด็กแห่งชาติ ซึ่งก็ตรงกับ 12 มกราคมที่กำลังจะถึง ใครที่มีลูกเล็กเด็กแดงก็มักจะต้องพากันไปทัศนศึกษาตามสถานที่ต่างๆ เพราะแทบทุกแห่งจะจัดกิจกรรมเพื่อฉลองวันเวลาของเด็กๆ เป็นการเฉพาะ

      จดจำได้ว่า ตอนที่ยังเป็นเด็กนุ่งกระโปรงเอี๊ยม จะดีใจสุดๆ เลยค่ะเมื่อถึงวันเด็ก เพราะจะได้ดินสอ สมุด ไม้บรรทัด จากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งซึ่งจะแจกทุกปี แต่พอถามจากเพื่อนๆ ที่ไม่ใช่เด็กนักเรียนในสังกัดโรงเรียนวัด พวกเขาก็บอกว่าไม่เห็นเคยได้สิ่งที่เรากล่าวถึง

      สะท้อนบอกถึงความเหลื่อมล้ำกันตั้งแต่เด็กๆ อายุยังน้อย แต่ตอนนั้นวันเวลาที่เราเป็นเด็ก เราไม่รู้ และคงไม่มีเวลาไปคิดหรอกว่ามันคือความเหลื่อมล้ำของระบบการศึกษา หรือระบบสวัสดิการของรัฐ  เพราะเราถูกอบรมสั่งสอนมาว่าต้องตั้งใจเรียน และสอบให้ผ่านเข้าไปในโรงเรียนของรัฐเท่านั้น เพราะพ่อแม่ไม่มีเงินพอที่จะส่งให้เรียนในโรงเรียนเอกชน จ่ายค่าเทอมเป็นพันเป็นหมื่นบาท

      วันเวลาการเป็นเด็ก สนุกสนานเฮฮา และไม่ต้องกังวลถึงเรื่องปากท้อง ตลอดจนสถานะทางครอบครัวสักเท่าไร แต่ดูเหมือนว่าเด็กทุกคนหรือส่วนใหญ่อยากที่จะโตเร็วๆ จะได้ทำอะไรตามใจชอบแบบผู้ใหญ่บ้าง เพราะจำได้ว่า ในฐานะของเด็กแล้ว ไปไหนก็มีข้อห้ามเยอะมาก  ขนาดจะดูหนังบางเรื่องยังห้ามเด็กเข้าไปดูเลย

      แต่วันนี้ ต่อให้ติดดาว 5 ดวงระบุว่าห้ามเด็กต่ำกว่า 9 ขวบชมหนังเรื่องนั้นเรื่องนี้ เด็กๆ ยุคดิจิตอลเขาก็จะหาทางเข้าไปดูให้ได้ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น และอยากหาคำตอบว่า ทำไมต้องห้าม!!! เพราะนี่คือสัญชาตญาณของมนุษย์ทุกผู้ทุกนามทุกวัย ไม่ได้เฉพาะเจาะจงแต่เด็กตัวเล็กๆ เท่านั้น

      ฉะนั้น ผู้ใหญ่ในวันนี้ หากอยากถามหาเหตุผลจากเด็กๆ ล่ะก็ ต้องค่อยๆ ทบทวนย้อนกลับไปในวัยและวันเวลาที่เรายังเป็นเด็กด้วยนะคะ เพื่อจะเข้าถึงเข้าใจในคำตอบของเด็กๆ ซึ่งบางครั้งผู้ใหญ่มักจะมองข้ามแล้วสรุปเอาจากบรรทัดฐานความเป็นตัวตนในวันนี้ว่า เด็กเกเร เด็กเหลือขอ หรือเด็กไม่ได้ความ

      ลองคิดดูง่ายๆ ค่ะ กว่าเราจะรู้จักคิดแยกแยะให้ถูกระหว่างประชาธิปไตยใส่สูท กับประชาธิปไตยโดยเผด็จการ เรายังลองผิดลองถูกกันมานานมากกว่ากึ่งศตวรรษ แล้วเด็กๆ เหมือนผ้าขาว ที่ถูกสภาพแวดล้อมและครอบครัวแต่งแต้มมาให้ตั้งแต่เกิดนั้น พวกเขามีเวลาแค่ 5 ปี 6 ปี หรือ 10 ปี จะสามารถเข้าใจได้อย่างไรว่า สิ่งที่พ่อแม่พยายามบ่นว่าจ้ำจี้จ้ำไชสารพัดนั้นคือความรัก... ดังนั้นเด็กในวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า ปล่อยให้เขามีเวลาที่มีความสุขแบบเด็กๆ นานๆ ดีกว่าไหม.

                                                        "ป้าเอง"         


เอ่อ.......... ไม่รู้จะคุยอะไร เห็นบางพรรค บาง ส.ส.ทั้งแย่ง ทั้งทวง ทั้งขู่ จะเอาเก้าอี้รัฐมนตรีกัน

เรื่องพานกับ 'คนนอกคอก'
ประชาธิปไตย 'พานไหว้ครู'
โลกจะสวยด้วย "จิตให้"
'แม่มด' หรือคน 'คดแผ่นดิน'
'ด้วยยินดีและสิ่งที่ห่วงใย'
'๑ หญิง ๒ ชาย' ที่ไปด้วยกัน