เศรษฐกิจไทยปีหมูยังต้องลุ้น


   


    ในปี 2562 หรือปีหมูทองนี้ อาจจะไม่หมูอย่างที่หลายๆ ฝ่ายคาดการณ์ เพราะปีใหม่ที่เพิ่มผ่านไปมาดๆ หลากหลายฝ่ายก็ได้ออกมาให้ความคิดเห็น มุมมองของเศรษฐกิจในไตรมาสแรกของปีหมูกันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากภาคธุรกิจเอกชนได้แสดงความคิดเห็นที่เป็นในทิศทางเดียวกันว่าน่าจะยังเติบโต แต่อาจจะเป็นการเติบโตในแบบชะลอตัวไปบ้าง ซึ่งสิ่งที่กระต่อเศรษฐกิจของไทยคงเป็นผลกระทบต่อเนื่องมาจากปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบจากปัจจัยลบทั้งภายนอกและภายในประเทศรุมเร้าเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจจีนชะลอตัวลงอย่างชัดเจน กระทบต่อภาคส่งออก 
    ขณะที่ภาคการลงทุนของไทย ถึงแม้จะมีการลงทุน แต่ยังคงลงทุนในรูปแบบระมัดระวัง โดยเฉพาะในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนหรือแม้ตัวผู้บริโภคเองยังคงต้องคิดหนักในการที่จะลงทุน ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อทุกอย่างอยู่ในการระมัดระวังย่อมส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อคอนโดมิเนียมและโครงการห้องชุดต่างๆ ในไทยของนักลงทุนชาวจีน ทั้งนี้จะเริ่มเห็นสัญญาณของการทิ้งเงินดาวน์เงินจองกันบ้างแล้ว ส่วนความขัดแย้งในเรื่องงบประมาณของสหรัฐ นำมาสู่การปิดทำการของหน่วยราชการ ได้ส่งสัญญาณเชิงลบต่อตลาดการเงินทั่วโลก แต่ส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินของไทยไม่มากนัก  
    ส่วนการเลื่อนการเลือกตั้งจากวันที่ 24 ก.พ.62 ถือเป็นการเลื่อนการเลือกตั้งครั้งที่ 5 กระทบภาคการลงทุนแน่นอน โดยเฉพาะจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติอย่างรุนแรง การเลื่อนเลือกตั้งออกไปจะทำให้เกิดความเสี่ยงในการแสวงหาส่วนเกินหรือค่าเช่าทางเศรษฐกิจเพิ่มเติม เพราะรัฐบาลนี้ไม่ใช่รัฐบาลรักษาการ และต้องการสืบทอดอำนาจ จึงมีแรงจูงใจนำเอาผลประโยชน์ของสาธารณชนไปมอบให้กลุ่มผลประโยชน์บางกลุ่มอย่างไม่เป็นธรรมและไม่เหมาะสม เพื่อแลกกับการสนับสนุนทางการเมือง
    และด้วยปัจจัยที่มีผลกระทบที่คอยรุมเร้าเศรษฐกิจไทย สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย หรือ สรท. (สภาผู้ส่งออก) จึงได้ออกมาคาดการณ์ถึงสถานการเศรษฐกิจของไทยและสถานการณ์การส่งออกของไทยในปีนี้ โดยคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตได้ที่ประมาณ 5% โดยมีปัจจัยบวกสำคัญคือ โอกาสของไทยในการเป็นประธาน ASEAN ทำให้ไทยสามารถสร้างความเชื่อมั่น สร้างความเป็นอัตลักษณ์ Uniqueness ให้กับสินค้าไทย รวมถึงการผลักดันประเด็นทางด้านการเพิ่มความสะดวกทางการค้า และการลดการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี
    นอกจากนี้ยังคงมีความเสี่ยงที่อาจเป็นอุปสรรคสำคัญยังคงเป็นสงครามการค้าที่ยืดเยื้อ เริ่มส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยและความเชื่อมั่นต่อการลงทุน ซึ่งต้องติดตามการเจรจาระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ขณะที่จีนประกาศนโยบายเริ่มลดภาษีสินค้านำเข้า-ส่งออกกว่า 700 รายการ เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับการนำเข้าสินค้าอื่นทดแทนสินค้าที่ต้องนำเข้าจากสหรัฐ และเป็นการอัดฉีดสภาพคล่องครั้งใหญ่ ซึ่งสินค้าไทยอาจถูกแย่งส่วนแบ่งตลาดในจีน เป็นต้น 
    อย่างไรก็ตาม การที่เศรษฐกิจของไทยยังคงต้องคอยลุ้นว่าจะมีการเติบโตไปในทิศทางไหนนั้น ทางด้านธนาคาร ไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ได้ออกมาคาดการณ์ถึงสถานการณ์ของเศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกนี้ โดยได้ให้มุมมองว่าธนาคารได้มีการปรับประมาณการณ์จีดีพีลดลงเหลือ 3.8% จากเดิม 4.2% เนื่องจากความผันผวนจากเศรษฐกิจโลก ภาวะการค้าโลกที่ชะลอตัวลง ซึ่งเป็นผลมาจากสงครามการค้า ส่งผลให้การส่งออกของไทยในปีนี้ได้รับผลกระทบ 
    แต่ทั้งนี้ ธนาคารยังคงมองเห็นโอกาสในการเติบโต โดยปัจจัยสนับสนุนมาจากการใช้จ่ายภายในประเทศ โดยเฉพาะการลงทุนของภาครัฐมีการขยายตัวและมีความชัดเจนมายิ่งขึ้น รวมไปถึงการลงทุนต่อเนื่องในโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ การลงทุนของภาคเอกชนที่ได้รับแรงส่งจากการใช้กำลังการผลิตที่มีแนวโน้มดีขึ้น ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่ต้องคอยเฝ้าจับตามองนั้นมาจากการค้าโลกที่ชะลอตัวลงตามเศรษฐกิจประเทศสำคัญ ความเสี่ยงจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน เป็นต้น
    และนี่เพิ่งแค่จะเริ่มเดือนแรกของปีเท่านั้น อาจจะวัดอะไรกันไม่ได้มากนัก เพราะทุกอย่างมีองค์ประกอบให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไป และสุดท้ายนี้เศรษฐกิจไทยในปี 2562 นี้ จะหมูจริงหรือไม่ ยังคงต้องลุ้นกันต่อไป. 

ศรยุทธ เทียนสี


วันนี้......ศุกร์ ๒๒ มีนา.๖๒ วัน "ดิบๆ สุกๆ"ก็จะได้ "โม้เลือกตั้ง" กัน ชนิดปักทวนคาเป็นวันสุดท้ายส่วนพรุ่งนี้ เสาร์ ๒๓ มีนา. วัน "สุกดิบ"

มีอะไรซ่อนอยู่หลัง 'ธนาธร'?
กับ 'ประชาชนฐาน' ที่หายไป
ปรากฏการณ์ของ 'หม่อมเต่า'
แค่ 'ล่วงหน้า' ก็รู้ว่า 'ใครร่วง'
รางๆ รัฐบาล '๗ วันก่อนเลือก'
เมื่อ "ปชป.-พปชร." แหติดตอ