สนข.ออกโรงค้านรื้อแบบรถไฟฟ้าแทรม ภูเก็ต ชี้ทำงบพุ่งหมื่นล้าน


   

 

11 ม.ค. 2562 แหล่งข่าวจาก สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่ากรณี โครงการรถไฟรางเบา(แทรม)จ.ภูเก็ต วงเงิน 3.05 หมื่นล้านบาทนั้นขณะนี้อยู่ระหว่างรอ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) ส่งรายละเอียดโครงการกลับมาพิจารณารูปแบบการก่อสร้าง หลังจากที่มีบางฝ่ายเสนอให้ปรับรูปแบบโครงการเปลี่ยนเป็นใช้แนวทางยกระดับทั้งหมดตลอดเส้นทางนั้น สนข.ยืนยันว่าการออกแบบให้เป็นการติดตั้งรางบนพื้นถนนนั้นเป็นโครงสร้างพื้นฐานระบบแทรมที่ใช้กันทั่วโลกเพื่อส่งเสริมการลดใช้ยานพาหนะบนนถนนซึ่งเป็นสาเหตุของปัญหาจราจรในเมืองภูเก็ต

อย่างไรก็ตาม ด้วยกายภาพถนนที่ค่อนข้างแคบและมีปริมาณยานพาหนะรวมถึงนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นทุกปีทำให้รถติดหนักมากขึ้นทุกที อีกทั้งจากการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นชาวบ้านในพื้นที่ต่างเห็นพ้องต้องกันในแนวทางก่อสร้างระนาบพื้นดิน ถือว่าเป็นสิ่งที่ประชาชนต้องการแล้ว นอกจากนี้ยังพบว่าการก่อสร้างสถานีแทรมยกระดับนั้นจะทำให้ประชาชนขึ้นและลงตัวสถานีได้ค่อนข้างยากอีกด้วย

แหล่งข่าวกล่าวต่อว่าการโครงการดังกล่าวเป็นหนึ่งในโครงการเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนระยะเร่งด่วน(PPP Fast Track) ดังนั้นการปรับแบบโครงการจะทำให้วงเงินลงทุนเพิ่มขึ้นนับหมื่นล้านบาทและระยะเวลาก่อสร้างอาจเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว ที่ผ่านมาประเด็นหลักเรื่องพื้นที่ก่อสร้างนั้นเป็นเรื่องของการขอใช้พื้นที่ก่อสร้างจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งมีความกังวลว่าจะกระทบต่อความปลอดภัยในการสัญจรของประชาชน แต่ถ้าหากวันนี้ยังไม่พัฒนาระบบขนส่งสาธารณะรองรับในพื้นทีาปัญหารถติดก็จะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น จากการศึกษาพบว่าระบบขนส่งแทรมสามารถขนส่งผู้โดยสารต่อวันได้มากกว่ารถบนต์หลายสิบเท่า ขณะที่เรื่องของ รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) นั้นเท่าที่ทราบมาก็ไม่ติดปัญหาอะไรหากจะก่อสร้างและวางระบบรางบนถนน

รายงานข่าวกระทรวงคมนาคมระบุว่าในวันนี้รฟม.จะมีการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน(Market Sounding) ถึงความสนใจในการร่วมลงทุนโครงการนี้ซึ่งคาดว่าจะมีปริมาณผู้โดยสาร 70,000 คน/วัน ในปีแรกที่เปิดให้บริการ และจะเพิ่มเป็นราว 114,000 คน/วันในปี 2594 ส่วนระยะเวลาการเดินทางตลอดสายช่วงท่านุ่น-ห้าแยกฉลอง ระยะทางรวม 58 กม. ใช้เวลา 1.30 ชม. ทำความเร็วสูงสุดที่ 100 กม./ชม. สำหรับผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและการเงิน(EIRR) อยู่ที่ 15.11%