‘โค้ชโต่ย’ไม่กังวลลูกทีมเจ็บ/แบน มั่นใจทุกคนทดแทนกันได้หมด


เพิ่มเพื่อน    

"โค้ชโต่ย" ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย ไม่กังวลแม้ลูกทีมจะต้องเช็คอาการบาดเจ็บและมีติดโทษแบนในนัดชี้ชะตาเข้ารอบกับ "เจ้าภาพ" ยูเออี ในวันที่ 14 มกราคมนี้ ขณะที่"โค้ชโชค" โชคทวี พรหมรัตน์ เผยสาเหตุการกลับมาใช้สูตร 3-5-2 ก่อนชนะบาห์เรน เพราะต้องการให้ทุกคนจะดึงความสามารถออกมาใช้เล่นเกมที่ตัวเองถนัด

         หลังจากนักเตะ "ช้างศึก" ทีมชาติไทยชนะบาห์เรน ได้ 1-0 ในเกมที่ 2 กลุ่ม เอ.ฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย "เอเชี่ยนคัพ" 2019 รอบสุดท้ายที่ประเทศสหรัฐอาหรับ เอมิเรสต์ (ยูเออี)  และทำให้ทีมมีโอกาสผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ โดยนัดสุดท้ายจะต้องพบกับ "เจ้าภาพ" ยูเออี วันจันทร์ที่ 14 มกราคม นี้

        ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย รักษาการหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย กล่าวว่า "การซ้อมวันนี้ก็เน้นเรื่องการฟื้นฟูร่างกายเป็นหลัก ส่วนคนที่ไม่ได้ลงสนาม ก็จะต้องลงปรับสมรรถภาพร่างกาย รวมถึงเช็คอาการบาดเจ็บของทุกคนอีกครั้ง" 

        "เท่าที่ดูแล้ว นักฟุตบอลที่เรามีอยู่นั้นสามารถทดแทนกันได้หมด โดยในรายของ ตั้ม ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ที่ถูกเปลี่ยนออกในเกมกับบาห์เรน ก็ต้องเช็คอาการอีกครั้ง ส่วน โย่ง พรรษา เหมวิบูลย์ ผมก็ปรึกษากับทางโค้ชโชคแล้วว่าจะส่งใครลงไปทดแทนหลังติดโทษแบน"

        "เรื่องระบบการเล่นของทีมผมมองว่าตอนนี้มันลงตัวมาก เพราะเราซ้อมระบบนี้แค่วันเดียวก่อนเจอกับบาห์เรน ซึ่งในระบบนี้ แต่เกมที่เจอกับ ยูเออี เราต้องละเอียดกว่าเจอกับบาห์เรน ด้วยความที่เขาเป็นเจ้าภาพ เราต้องไม่ประมาท"

        "ตัวผมกับโชคก็ได้ดูเกมที่ยูเออี เจอกับ อินเดีย เราเห็นได้ชัดเลยว่า อินเดียดีกว่า แต่อินเดียแค่จบสกอร์ไม่ได้ นี่แหละคือฟุตบอล มันเหมือนเกมแรกที่เราเจอกับอินเดีย"

        "บรรยากาศในทีมตอนนี้ก็ดีขึ้นมาก รวมถึงสปิริตต่างๆ ซึ่งมันเป็นผลพวงจากผลการแข่งขันที่ออกมาดี และที่สำคัญหลายคนต่างก็ทำผลงานได้ดี ทุกคนก็เลยมีความสุข แต่เราก็ต้องไม่ประมาท และมีสมาธิพร้อมสำหรับการเจอกับ ยูเออี"

        ทางด้าน"โค้ชโชค"โชคทวี พรหมรัตน์ ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย เปิดเผยถึงสาเหตุ หลังทัพช้างศึก ปรับแท็คติค และระบบการเล่นมาเป็น 3-5-2 ก่อนชนะ ทีมชาติบาห์เรน 1-0 ว่า “มันก็ดีนะครับ เพราะสามารถดึงความสามารถของตัวเองออกมาใช้ เล่นร่วมกันได้ ก็ขอบคุณน้องๆ ด้วย ที่ทุกคนมีสมาธิ ตามที่ผมกับโค้ชโต่ยได้บอกไว้ ว่าต้องมีสมาธิ และระเบียบวินัยในเกมรับ ขณะที่เกมรุกก็ขอให้เล่นกันเต็มที่ ซึ่งน้องๆ ก็ทำได้”

        “แม้เวลาเตรียมตัวจะน้อย แต่น้องๆ ก็เล่นด้วยกันมานาน ซึ่งเราก็ได้มีการประชุมเรียกน้องๆ มาทั้งหมด และได้เปิดใจกัน แต่ที่น่ากังวลก็คือเซ็นเตอร์ฮาล์ฟทั้ง 3 คนโดนใบเหลือง เพราะฉะนั้นเป็นจุดที่อันตราย แต่ก็โชคดีที่ครึ่งหลังทุกคนทำได้ดี เพราะน้องๆ ทุกคนผ่านเกมใหญ่มาหมดแล้ว จึงรู้จักหน้าที่ ระวังตัวเพิ่มมากขึ้น และให้ทั้ง"ตั้ม" ธนบูรณ์ เกษารัตน์ และ "นิว" ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ลงไปช่วยเกมรับเยอะขึ้นกว่าเดิม”

        “ที่เราปรับมาใช้ 3-5-2 เพราะเราเห็นแบ็คทั้ง 2 ฝั่ง เขาเล่นเกมรุกโดยธรรมชาติ เพราะฉะนั้นระบบนี้ ก็ทำให้เขารุกได้เต็มที่ ส่วนทั้งนิวและตั้มเองก็สามารถช่วยกองหลังได้ เราจึงปล่อยให้รุกได้เต็มที่”

        “สำหรับเรื่อง 11 ตัวจริงในเกมหน้า เราก็ต้องเช็คความฟิตของแต่ละคนก่อน ขณะที่ "โย่ง"พรรษา เหมวิบูลย์ ก็ติดโทษแบน ก็คงเปลี่ยนไม่เยอะ แต่ก็อย่างที่ประชุมทีมกัน ทุกคนอยากโฟกัสที่ระบบเดียวเลย จะได้ไม่สับสน”

        โดยทีมชาติไทย จะพบกับ ทีมชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ในศึกเอเชียนคัพ 2019 รอบสุดท้าย นัดที่สาม ของกลุ่มเอ วันที่ 14 มกราคม 2562 ที่ สนาม ฮัซซา บิน ซายิด สเตเดียม , อัล ไอน์ เวลา 23.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ถ่ายทอดสดทางช่อง 7 HD และ FOX Sports HD


วันนี้หลายเรื่อง "ควรสนใจ" ค่อยๆ ไล่เลียงไปทีละเรื่องนะ เรื่องแรก "๖๔ ส.ส.ถือหุ้นสื่อ" เมื่อวาน (๒๘ ต.ค.๖๓) ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว สรุปว่า "ผ่าน"!

เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก