นอนคุกต่อ ศาลเมียนมายกคำร้องอุทธรณ์ 2 นักข่าวรอยเตอร์


   

ศาลอุทธรณ์ของเมียนมาตัดสินเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ยกคำร้องอุทธรณ์ของนักข่าวรอยเตอร์ชาวเมียนมา 2 คนที่โดนศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 7 ปี ฐานทำผิดกฎหมายความลับทางราชการ จากการสืบสวนเหตุการณ์ฆ่าหมู่ชาวโรฮีนจา

ถั่น ซอ อ่อง (กลาง) ทนายความของนักข่าวทั้งสองคนกล่าวกับสื่อมวลชนภายหลังคำตัดสินของศาลที่นครย่างกุ้ง เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2562 / AFP

    รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2561 กล่าวว่า วา โลน อายุ 32 ปี และจ่อ โซ อู อายุ 28 ปี สองนักข่าวของรอยเตอร์ชาวเมียนมา โดนจับกุมที่นครย่างกุ้งเมื่อเดือนธันวาคม 2560 แล้วต่อมาโดนตัดสินจำคุกในความผิดฐานละเมิดกฎหมายความลับของทางราชการ ซึ่งสำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่าเป็นการจัดฉากขึ้นเพื่อปกปิดการสอบสวนของนักข่าวทั้งสอง

    อัยการกล่าวหาว่า ทั้งคู่มีข้อมูลลับเกี่ยวกับปฏิบัติการของฝ่ายความมั่นคงในรัฐยะไข่ ที่กองทัพเปิดการกวาดล้างกองกำลังติดอาวุธที่โจมตีตำรวจรักษาชายแดน อันส่งผลให้ชาวมุสลิมโรฮีนจาอพยพหนีภัยข้ามชายแดนเข้าบังกลาเทศมากกว่า 720,000 คน พร้อมกับคำบอกเล่าพฤติการณ์โหดร้ายของกองทัพเมียนมาที่องค์การสหประชาชาติระบุว่าเป็น "การล้างเผ่าพันธุ์"

    ผู้พิพากษาอ่อง หน่าย แห่งศาลอุทธรณ์ภูมิภาคย่างกุ้งตัดสินว่า คำพิพากษาเดิมนั้นเป็น "การตัดสินที่สมเหตุสมผล" ตามกฎหมาย "ศาลจึงตัดสินใจยกคำร้องอุทธรณ์นี้" ผู้พิพากษาท่านนี้กล่าว

    นักข่าวทั้งสองถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำอินเส่งของนครย่างกุ้งมานาน 13 เดือนแล้ว และไม่ได้มาฟังคำตัดสินเมื่อวันศุกร์ด้วย แต่ภรรยาของทั้งคู่ซึ่งมารอฟังคำตัดสินด้วยความหวังเลือนราง ต่างร่ำไห้

    ภายหลังถูกจับกุม นักข่าวคู่นี้ยืนกรานว่าพวกเขาเป็นเหยื่อของการจัดฉากของตำรวจ โดยพวกเขาอ้างคำให้การของตำรวจนายหนึ่งที่กล่าวว่า ผู้บังคับบัญชาสั่งการให้ตำรวจคนอื่นๆ วางกับดักพวกเขา ขณะถูกจับนั้นทั้งคู่กำลังสืบข่าวการวิสามัญฆาตกรรมชาวโรฮีนจา 10 คนที่หมู่บ้านอินดินในรัฐยะไข่ การดำเนินคดีกับพวกเขาถูกมองว่าเป็นการลงโทษเรื่องการสืบข่าวนี้ และเป็นคำเตือนถึงนักข่าวคนอื่นๆ ด้วย

    ทีมทนายความของพวกเขายังสามารถยื่นฎีกาต่อศาลสูงสุดของเมียนมา แต่มีบางฝ่ายชี้ว่า มีอีกทางเลือกคือการขออภัยโทษจากประธานาธิบดี ถึงแม้ว่าประธานาธิบดีวิน มินต์ จะภักดีต่อนางอองซาน ซูจี ผู้นำโดยพฤตินัยของรัฐบาลพลเรือนชุดนี้

    คริสเตียน ชมิดต์ เอกอัครราชทูตของสหภาพยุโรปประจำเมียนมา กล่าวด้านนอกศาลหลังคำตัดสินว่า เขาหวังพึ่งประธานาธิบดีเมียนมาเพื่อแก้ไขความอยุติธรรมนี้

    ส่วนเจเรมี ฮันต์ รัฐมนตรีต่างประเทศของอังกฤษกล่าวกับบีบีซี เรียกร้องให้นางซูจีตรวจดูว่ากระบวนการนี้ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ และขอให้นางถือเสียว่า อนาคตของนักข่าวผู้กล้าหาญทั้งสองเป็นประโยชน์ส่วนตัวของนางเอง.


วันนี้......ศุกร์ ๒๒ มีนา.๖๒ วัน "ดิบๆ สุกๆ"ก็จะได้ "โม้เลือกตั้ง" กัน ชนิดปักทวนคาเป็นวันสุดท้ายส่วนพรุ่งนี้ เสาร์ ๒๓ มีนา. วัน "สุกดิบ"

มีอะไรซ่อนอยู่หลัง 'ธนาธร'?
กับ 'ประชาชนฐาน' ที่หายไป
ปรากฏการณ์ของ 'หม่อมเต่า'
แค่ 'ล่วงหน้า' ก็รู้ว่า 'ใครร่วง'
รางๆ รัฐบาล '๗ วันก่อนเลือก'
เมื่อ "ปชป.-พปชร." แหติดตอ